4 ปัญหาในองค์กรที่ตัดกำลังใจพนักงาน

Photo belongs to Omar_Gurnah

พนักงานที่มีกำลังใจในการทำงานย่อมทำให้งานออกมาได้ด้วยดีและมีประสิทธิภาพ เมื่อพบพนักงานประเภทนี้แล้วนั้นแทนที่เราจะให้กระตุ้นการทำงานของพวกเขาด้วยเงินเดือนดีๆ หรือผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว สิ่งหนึ่งที่เราควรเพิ่มเข้าไปด้วยคือความเข้าใจถึงคุณค่าของพนักงานอย่างแท้จริงๆ ว่าอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้พนักงานมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น เพื่อนำไปใช้ผลักดันพนักงานคนอื่นๆ ให้เกิดความรู้สึกเดียวกันในการทำงาน เพราะถ้าหากพวกเขามีกำลังใจในการทำงานกันแล้ว นอกจากตัวงานที่มีประสิทธิภาพแล้ว คนกลุ่มนี่ยังทำให้บรรยากาศในองค์กรเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นจนหลายๆ คนยังต้องคล้อยปฏิบัติตามๆ กันมาอีกด้วย ซึ่งถ้าเราอยากให้เกิดภาพแบบนี้ขึ้นในองค์กรแล้วนั้น ทั้ง 5 ข้อนี้คือสิ่งที่เราควรหลีกเลี่ยงเพราะเป็นการตัดกำลังใจในการทำงานของพนักงานเป็นอย่างมาก

1. เมื่อไม่มีการพัฒนา      

ทำให้พนักงานของเรารู้ว่าพวกเขายังมีโอกาสที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มเติม หรือสามารถพัฒนาตัวเองได้มากขึ้นไปอีกจากองค์กร

ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือพนักงานส่วนใหญ่หมดไฟไปกับการทำงานเพราะไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้ การทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมาทุกวันนั้นอาจทำให้พนักงานนั้นรู้สึกว่างานที่ทำไม่เหลือความท้าทายอยู่อีกต่อไปแล้ว ส่งผลให้กำลังใจทำงานในแต่ละวันก็ค่อยๆ ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ

ซึ่งวิธีรับมือกับปัญหาเหล่านี้ทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เราทำให้พนักงานของเรารู้ว่าพวกเขายังมีโอกาสที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มเติม หรือสามารถพัฒนาตัวเองได้มากขึ้นไปอีกจากองค์กร โดยผ่านการช่วยเหลือของเราในการหาคอร์สอบรมทักษะใหม่ๆ หรือทักษะความเป็นผู้นำ ก็จะทำให้พนักงานเหล่านี้ได้เผชิญกับสิ่งใหม่ๆ มากขึ้น รวมไปถึงการขยับปรับตำแหน่งให้พนักงานมีความรับผิดชอบในงานของตัวเองมากขึ้น  เพื่อให้พนักงานได้พบกับความท้าทาบใหม่ๆ และเป้าหมายที่สูงขึ้นในการพัฒนาขีดความสามารถของตัวเอง

2. เมื่อไม่ได้รับการเหลียวแล

การว่ากล่าวตักเตือนพนักงานั้นก็อาจส่งผลต่อกำลังใจในการทำงานได้ แต่ทว่าการที่ไม่สนใจพนักงานเลยไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีนั้นจะยิ่งส่งผลปัญหามากยิ่งกว่า เพราะในความเป็นจริงแล้วการได้รับความสนใจก็คือเป็นความต้องการพื้นฐานอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่เลี่ยงไม่ได้ ทำให้เมื่อใดที่พนักงานของเรานั้นขาดการเหลียวแลและเอาใจใส่แล้วกำลังใจในการทำงานก็อาจลดลงไปในทันที

ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่นั้นการเอาใจใส่พนักงานให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญต่อองค์กรก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับพนักงานที่มีความตั้งใจทำงานดีเสมอมาก็ควรที่จะได้รับรางวัลตอบแทน หรือคำกล่าวชมเชยอยู่เสมอ พร้อมทั้งให้คำแนะนำต่างๆ ถึงการพัฒนาตนเองให้สูงขึ้นไปอีกได้อย่างไรบ้าง ซึ่งทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการชมหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ต้องอยู่บนพื้นฐานความจริง และความเสมอภาคไม่เช่นนั้นวิธีการนี้อาจส่งเปลี่ยนให้ผลดีกลายเป็นผลร้ายก็ได้

3. แรงผลักดันที่ไม่ตรงตามความต้องการ

นอกจากจะต้องเข้าใจพนักงานถึงแรงผลักดันในทางบวกแล้ว ในทางกลับกันเราก็ต้องเข้าใจแรงผลักดันผิดๆ ที่ส่งผลให้ทางลบต่อพนักงานด้วย

แน่นอนว่าแรงผลักดันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานในองค์กรนั้นมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น แต่นี้เราต้องอย่าลืมคิดด้วยว่าไม่ใช่พนักงานทุกคนที่จะตอบสนองต่อแรงผลักดันในแบบเดียวกัน ด้วยเหตุที่พิ้นเพ ที่มาและลักษณะที่นิสัยของแต่ละคนที่ต่างกันออกไป ทำให้แรงผลักดันไม่สามารถตอบสนองทุกคนได้ในทางเดียวกัน            

ดังนั้นผู้ประกอบการหรือตำแหน่งที่ต้องมีการดูแลลูกน้องนั้นจึงจำเป็นมากที่จะเข้าใจถึงปัจจัยว่าอะไรคือตัวผลักดันให้พนักงานของเรานั้นมีกำลังใจในการทำงาน เช่น พนักงานบางคนอาจสนใจเงินและผลตอบแทนเป็นแรงผลักดัน แต่กับพนักงานคนแค่รู้สึกว่ามีคุณค่าจากการทำงานในองค์กรก็มีกำลังใจทำงานแล้ว หรือแม้แต่พนักงานบางกลุ่มที่มีความสุขกับการทำงานที่สามารถบริหาร Work/Life Balance ได้อย่างลงตัว เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะต้องเข้าใจพนักงานถึงแรงผลักดันในทางบวกแล้ว ในทางกลับกันเราก็ต้องเข้าใจแรงผลักดันผิดๆ ที่ส่งผลให้ทางลบต่อพนักงานด้วย โดยอาศัยการทำความเข้าใจพนักงานคนนั้นๆ ว่าพวกเขาชอบอะไรและไม่ชอบอะไรบ้าง

4. ขาดผู้นำที่ดี

สำหรับองค์กรที่ต้องการประสบความสำเร็จนั้น ผู้นำจะไม่ใช่แค่เพียงคนที่มุ่งหน้าทำงานเพื่อให้ถึงเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังต้องมีความเข้าใจพนักงาน เข้าใจลูกน้อง และบริหารงานให้บรรดาลูกน้องมีความสุขในกาทำงานได้ด้วย เพราะหลายครั้งที่พนักงานต้องเผชิญกับหัวหน้าที่ขาดคุณสมบัติของผู้นำแล้ว การทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขคงเป็นไปได้ยาก

เมื่อเราลงมาดูแลลูกน้องเอง หรือมอบหมายให้คนอื่นมาดูแลก็ต้องมั่นใจได้ว่าบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติของผู้นำเป็นอย่างดี โดยเริ่มต้นได้จากวางเป้าหมายการทำงานให้ชัดเจน และให้ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับงานนี้เข้ามามีส่วนร่วมกันเพื่อให้พวกเขารู้สึกถึงคุณค่าและความสำคัญของตัวเองในงานที่ทำอยู่ อีกทั้งการวางแผนและการสื่อสารกันในทีมที่ดีเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่น รวมไปถึงการประเมินถึงความสามารถของพนักงานตัวเองและพร้อมที่จะผลักดันทักษะที่ยังขาด หรือดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น 

สุดท้ายเราจะเห็นได้ว่าสิ่งที่ทำให้พนักงานหมดกำลังใจในการทำงานนั้นก็คือการไม่พยายามทำความเข้าใจถึงสิ่งที่พนักงานแต่ละคนนั้นต้องการ เพราะถ้าหากเราทำความเข้าใจกับพนักงานได้แล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือพนักงานก็จะรู้สึกมีคุณค่าที่รับความสนใจ ได้รับแรงผลักดันที่ถูกต้อง จนนำไปสู่การพัฒนาตัวเองให้มีความสามารถ มีความสุขกับการทำงาน และนำมาใช้ขับเคลื่อนองค์กรให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์