Walmart กำลังรุกเข้าหาลูกค้ารายย่อยด้วยวิธีการใหม่ๆ อีกครั้ง

"Today's leading real-world retailer, Wal-Mart, uses software to power its logistics and distribution capabilities, which it has used to crush its competition." ~ Marc Andreessen, photo belongs to Walmart Stores

ธุรกิจค้าปลีกเป็นตัวกลางที่เชื่อมโยงและกระจายสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค และเกี่ยวข้องกับการขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง ส่งผลให้ธุรกิจนี้ที่มีกระแสเงินสดไหลเวียนอยู่ในระบบเป็นจำนวนมาก จึงไม่น่าแปลกใจที่วงการค้าปลีกมีการแข่งขันกันสูง ปัจจุบันการเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกไม่ใช่เรื่องง่าย จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคและการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาบริหารจัดการส่งผลให้เกิดรูปแบบใหม่ในการดำเนินธุรกิจ ค้าปลีกเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเพื่อลดต้นทุนทางธุรกิจและจุดประกายความคิดสร้างสรรค์พร้อมส่งมอบบริการใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคอยู่เสมอ

walmart

Walmart กับเทคโนโลยี RFID เพื่อการขนส่งทรงประสิทธิภาพ

Walmart เลือกพัฒนาเทคโนโลยี RFID มาใช้แทนบาร์โค้ด ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจค้าปลีก

WalMart (วอลมาร์ท) ห้างค้าปลีกชื่อดังในสหรัฐอเมริกาและเป็นห้างค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการจัดการด้าน Supply Chain เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขันจึงได้หยิบเอาเทคโนโลยี RFID มาใช้แทนบาร์โค้ด ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจค้าปลีก เทคโนโลยี RFID เป็นระบบที่ช่วยให้บริษัทตรวจเช็คและทราบเส้นทางการเดินทางของสินค้าในทุกระยะ ตั้งแต่โรงงานของซัพพลายเออร์จนถึงศูนย์กระจายสินค้าของห้าง เมื่อใดสินค้าถูกดึงออกไปจากชั้นสินค้า RFID จะส่งสัญญาณเตือนให้พนักงานทราบเพื่อนำสินค้ามาเติมใหม่ ทำให้ Walmart ไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าไว้มากเกินความจำเป็น สามารถสั่งซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ได้ทันทีเมื่อสินค้าใกล้หมด นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาขาดแคลนสินค้าไม่พอ (Stock Out) ซึ่งจะส่งผลให้เสียโอกาสในการขายสินค้าให้แก่ลูกค้า เป็นการเปิดช่องให้แก่คู่แข่งขัน และอาจสูญเสียลูกค้าไปในที่สุด

walmart

Walmart ใช้เวลาสองปีครึ่งในการทำวิจัยและพัฒนาร่วมกับ Auto-ID Center องค์กรการวิจัยไม่หวังผลกำไรที่ Massachusetts Institute of Technology โดยได้ร่วมกันพัฒนาและทดสอบเทคโนโลยี RFID ในระยะยาวเพื่อนำมาพัฒนาเป็นชั้นสินค้าอัจฉริยะ (Smart Shelf) เพื่อตรวจเช็คจำนวนสินค้าที่อยู่บนชั้น และเก็บข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภค Walmart มีความคิดที่จะทดลองใช้ Smart-Shelf กับ The Gilette Co เพื่อตรวจสอบจำนวนใบมีดโกนบนชั้น แต่ก็ต้องเป็นฝ่ายยกเลิกไปเนื่องจากกังวลเรื่องการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค แต่หลังจากนั้น Walmart ส่งจดหมายไปถึงซัพลลายเออร์กว่า 100 ราย เพื่อให้ทุกรายใช้เทคโนโลยี RFID ติดที่ Pallet และกล่องบรรจุสินค้าเพื่อระบุตำแหน่งติดตามสินค้า ซึ่งมาตรการนี้เริ่มใช้ในปี 2005

เทคโนโลยี RFID ช่วยลดต้นทุนแรงงานได้ถึง 15% ช่วยลดโอกาสการฉ้อโกงจากผู้ขาย ลดการขโมยสินค้า และยังเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อของลูกค้า

การที่ห้าง Walmart เป็นผู้ริเริ่มและผู้นำในการใช้เทคโนโลยี RFID มาบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้บริษัทกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางและมีอำนาจการต่อรองสูง ซัพพลายเออร์จึงต้องยอมปฏิบัติตามระเบียบติด RFID Tag เทคโนโลยี RFID ข่วยให้บริษัทประหยัดเงิน 6.7 พ้นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมาจากการลดความจำเป็นในการใช้คนสแกนบาร์โค้ด ลดต้นทุนแรงงานได้ถึง 15% ลดโอกาสการฉ้อโกงจากผู้ขาย ลดจำนวนการขโมยสินค้าจากคลังสินค้า ระบบชั้นอัจฉริยะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้กับลูกค้า และยังเก็บข้อมูลพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคซึ่งข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับ Walmart และซัพพลายเออร์ในการเข้าถึงความต้องการของผู้ซื้อ และสร้างความพึงพอใจให้กับผู้บริโภค

walmart

พัฒนาระบบค้าปลีกผ่านโทรศัพท์มือถือและ social network ต่อเนื่อง

ปัจจุบัน Walmart ให้ความสนใจในการพัฒนา Mobile & Social Commerce หรือเทคโนโลยีการค้าปลีกผ่านทางโทรศัพท์มือถือและ social network เป็นหลัก

ปัจจุบัน Walmart ยังไม่หยุดสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับผู้บริโภค ปลายปี 2011 Walmart จัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่เรียกว่า “WalmartLabs” ในประเทศอินเดีย โดยศูนย์วิจัยดังกล่าวมุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อการช้อปปิ้งที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อสินค้าและธุรกิจอีคอมเมิร์ชระดับโลก

ปัจจุบัน Walmart ให้ความสนใจในการพัฒนา Mobile & Social Commerce หรือเทคโนโลยีการค้าปลีกผ่านทางโทรศัพท์มือถือและ social network เป็นหลัก เพราะน่าจะช่วยลดรอยต่อระหว่างการช้อปปิ้งในร้านค้าปลีกกับการซื้อสินค้าออนไลน์ โดยผู้บริโภคจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง และสร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งได้ทุกที่ ทุกช่องทาง

walmart

ทีมวิจัยและพัฒนาของ WalmartLabs ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น “Walmart” สำหรับ iOS เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ในการซื้อสินค้าภายในห้าง แอพพลิเคชั่นนี้จะบอกตำแหน่งชั้นวางสินค้าภายในห้างเพื่อช่วยให้ลูกค้าหาสินค้าได้ง่ายขึ้น ลูกค้าสามารถใช้แอพสแกน QR Code เพื่อเช็ครายละเอียด ราคา ข้อเสนอพิเศษของสินค้าแต่ละชนิดที่ชั้น สินค้าชิ้นไหนที่ลูกค้าต้องการซื้อสามารถเลือกใส่ตระกร้าสินค้าในแอพ ทางห้างยังมีบริการจัดส่งสินค้าไปที่บ้านหรือที่ทำงานฟรีอีกด้วย ถ้าลูกค้าไม่มีเวลามาช้อปปิ้งที่ห้างก็ใช้แอพค้นหารายการสินค้ากว่า 3,500 รายการระบบจะคำนวนราคาสินค้าที่เลือกซื้อแบบ Real-time พร้อมสั่งซื้อสินค้าผ่านแอพได้ทันทีเช่นกัน นอกจากนี้ Walmart ยังจับมือกับ Facebook เปิดเพจ “My Local Walmart” นำเสนอข่าวสาร กิจกรรมต่างๆ ในห้าง Walmart ซึ่งมีผู้สนใจเป็นแฟนเพจถึงเก้าล้านคน

• • •

ทุกวันนี้การค้าขายไม่จำกัดเฉพาะหน้าร้านเพียงอย่างเดียว เทคโนโลยีเชื่อมโยงโลกการค้าทั้งออฟไลน์และออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน หากรู้จักเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาปรับใช้กับการบริหารงานและการให้บริการก็จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า เพิ่มยอดขาย และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ผู้บริโภคก็ได้รับประสบการณ์ใหม่ในการซื้อสินค้าที่ง่ายและสะดวกสบาย เพราะเทคโนโลยีทำให้การช้อปปิ้งอยู่ในมือของผู้บริโภคทุกคน

Photo courtesy of Walmart Storesmelanie_hughes and itunes.apple.com

บทความนี้เขียนขึ้นโดย คุณภัทร รุจยาชยะกูร ติดตามงานเขียนเพิ่มเติมได้ที่ www.poohclub.net

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์