แอปเปิ้ลคิดผลิตภัณฑ์อย่างไร

"Accessible design is good design."~Steve Ballmer, photo belong to bangdoll@flickr

ผลิตภัณฑ์ที่ดี นอกจากสวยงามและใช้งานง่าย ที่สำคัญคือผู้ผลิตต้อง "ใส่ใจ" ในการสร้างสรรค์สินค้าด้วย นั่นหมายถึงการคำนึงถึงผู้ใช้ให้มากไว้ก่อน นี่คือแนวคิดง่ายๆ ที่ธุรกิจใดก็สามารถประยุกต์ไปใช้ได้ แต่ตัวอย่างที่แสดงว่า ทำได้ยอดเยี่ยมก็คงหนีไม่พ้นบริษัทอย่าง "แอปเปิ้ล อิงค์" ที่แสดงความใส่ใจออกมาในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการออกแบบอย่างละเมียดละไมได้เกือบจะทุกครั้ง ขนาดมีแก็กฝรั่งที่ว่า “ฟีเจอร์หลักของ iPad คือการที่คุณได้โชว์การใช้มันให้คนอื่นดู" เลยทีเดียว

Apple Product

Photo belongs to Apple's Official Website

อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จในการออกแบบผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ผลไม้ที่โด่งดังก้องโลกนี้? ต้องยกความดีความชอบให้กับ เซอร์โจนาธาน พอล ไอฟ์ (Sir Jonathan P. Ive - Jon Ive) รองประธานอาวุโสฝ่ายออกแบบอุตสาหกรรมของแอปเปิ้ล หนึ่งในหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญที่กรุยทางให้แอบเปิ้ลกลับมาผงาดได้อย่างทุกวันนี้ ผลงานที่โดดเด่นของไอฟ์ที่เรารู้จักกันดี อาทิ คอมพิวเตอร์สีลูกกวาด iMac G3 ที่โด่งดังสุดขีด เปลี่ยนคอมพิวเตอร์สีครีมอันแสนจะปรกติในยุคนั้นให้กลายเป็นของตั้งโต๊ะแสนสวยไปได้ รวมทั้งการออกแบบ iPod ซึ่งเป็นที่มาของการออกแบบ iPhone, iPod Shuffle และ iPad ในปัจจุบัน

 

Ive

Photo belongs to marcopako

 

ความสำเร็จของไอฟ์ที่ผ่านมาเราพอสังเขปออกมาเป็นหลักการได้ประมาณ 5 ข้อ ซึ่งเรามองว่าไม่เพียงใช้ได้กับงานด้านออกแบบอย่างเดียว แต่ยังมีประโยชน์สำหรับธุรกิจอื่นๆ ได้ด้วย

1. ขายคุณภาพ ไม่ใช่ความแตกต่าง

แม้ว่าหลากหลายบริษัทจะใช้ความแตกต่างในผลิตภัณฑ์ของตนเป็นจุดขาย แต่ไอฟ์กลับมีแนวคิดว่าหัวใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์คือการทำผลิตภัณฑ์ให้สามารถทำงานที่ควรจะธรรมดาๆ ให้ใช้งานได้จริง สมบูรณ์ โดยไม่ต้องปรุงแต่งให้เด่นจนกลายเป็นจุดขายจนเกินงาม เพราะความแตกต่างเป็นเพียงความโดดเด่นชั่วคราวที่วันหนึ่งก็จะหายไป แต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้ง่ายเป็นปรกติต่างหากที่เป็นของจริง

2. เน้นความคิด มากกว่ากำไร

ไอฟ์ มองว่าการปฏิวัติวิธีคิดในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ เป็นพื้นฐานที่สำคัญในการออกแบบสินค้าบริการ แนวคิดแบบนี้ทำให้แอปเปิ้ลต้องคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ เพราะทำให้เราต้องขบคิดว่าแบบไหนลูกค้าชอบ แบบไหนจะเป็นประโยชน์กับเขา แบบไหนจะสร้างความคุ้มค่าให้เขาได้ ตรงกันข้ามกับเมื่อเราโฟกัสที่เงินหรือกำไร ความพยายามในการเพิ่มขีดความสามารถของผลิตภัณฑ์เองก็จะน้อยลงเป็นเงาตามตัวเพราะขอบเขตของต้นทุนกำไรที่ชัดเจนเกินไป ส่งผลให้ความแข็งแกร่งของสินค้าจำเป็นต้องลดลงไปใกล้จุดคุ้มทุน นำไปสู่การเลี่ยงไปสร้างความแตกต่างที่เน้นการปรุงแต่งจุดเด่นไปในที่สุด

3. ไม่ต้องมี focus group

หลายๆ คนให้ความสำคัญกับ focus group (สัมภาษณ์เชิงวิจัยกลุ่มย่อย) ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องดี เพราะดูจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราเจาะใจกลุ่มลูกค้าที่สร้างรายได้ให้กับเราได้อย่างแม่นยำ ทว่าไอฟ์มีมุมมองที่ต่างออกไปในเรื่องนี้

หลักการทำงานของไอฟ์อีกประการ คือ ไม่เน้น focus group เพราะในสายตาของเขา การมองไปยังกลุ่มเป้าหมายเป็นการตัดโอกาสทางธุรกิจของสินค้าตัวหนึ่งจนเกินไป แต่อย่างไรก็ดี เราควรมองภาพกว้างด้วยว่าสินค้าของแอปเปิ้ลนั้นมุ่งจะรวบรวมความเป็นธรรมชาติในการใช้งานของ "ผู้ใช้ตามปรกติ" (ตามประสบการณ์ที่ลูกค้าทั่วๆ ไปน่าจะคิดและใช้งานแบบนั้น) ไว้ในสินค้าของตน นั่นอาจแปลว่าการที่ไอฟ์คิดว่าตนไม่เน้นไปยังโฟกัสกรุ๊ปกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งนั้น เป็นเพราะเขามองว่าผู้บริโภคของเขาคือคนกลุ่มใหญ่ทั้งหมด ก็เป็นได้!

Apple Product

Photo belongs to Apple's Official Website

4. คิดแทนว่าลูกค้าต้องการอะไร

ไม่มีใครรู้มาก่อนว่าเราต้องการคบไฟที่ไม่ต้องจุด จนกระทั่งมีผู้ประดิษฐ์หลอดไฟออกมา และใครจะไปรู้ว่าเราต้องการโทรศัพท์ จนกระทั่งมีโทรศัพท์เครื่องแรกของโลก และวิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ ความสำเร็จของสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญโลกเหล่านี้ ล้วนเกิดจากสิ่งที่ "ฉันไม่รู้มาก่อนเลย ว่าฉันต้องมีมัน" ไอฟ์ก็มีมุมมองแบบนี้เช่นกัน เขาให้สำคัญกับการตั้งคำถามในสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน และประดิษฐ์ให้เป็นรูปเป็นร่างออกมา และความนิยมที่สูงมากในสินค้าแอปเปิ้ลที่ไอฟ์เป็นผู้ออกแบบก็เป็นสิ่งที่ยืนยันแล้วว่า เขาคิดถูกบ่อยมากเลยทีเดียว

5. ทุ่มเทเวลาแม้ว่าในสิ่งเล็กน้อย

หลักการออกแบบที่สำคัญอีกประการของไอฟ์ที่แสดงให้เห็นถึงความใสใจ ก็คือการให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แม้จะต้องใช้เวลาพัฒนามากเพียงใดก็ตาม ไอฟ์ให้เหตุผลว่า เราไม่สามารถเพิกเฉยต่อสิ่งเล็กๆ น้อยที่มีความสำคัญและเป็นส่วนประกอบของการสร้างสิ่งที่ใหญ่ขึ้นมา เพราะถ้าหากการทำงานของสิ่งเล็กๆ ขัดข้อง ก็จะส่งผลส่วนต่างๆ รวนตามกันในภาพรวม ในทางกลับกัน หากชิ้นส่วนทุกชิ้นต่างทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ก็จะส่งผลให้อุปกรณ์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้น ในแต่ละล็อทการผลิต สินค้าของแอปเปิ้ลจะมีการแก้ไขบั๊กหรือข้อเสียของล็อทก่อนหน้าเสมอโดยการเก็บสถิติซึ่งเตรียมการไว้กับผลิตภัณฑ์เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าผู้บริโภคจะรู้หรือไม่ก็ตาม (ซึ่งก็เป็นสิ่งที่หลายๆ แบรนด์ก็ทำเช่นเดียวกัน)

สุดท้ายแล้วเรื่องทั้งหมดนี้อาจไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่ก็ทำให้เราได้เห็นบางอย่างที่แบรนด์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ลเองก็ยังต้องให้ความสำคัญ ทีนี้ เราอาจย้อนกลับมามองตัวเองและเทียบเคียงดูได้แล้วว่า พอจะประยุกต์แนวคิดใดมาใช้กับธุรกิจของเราเองทุกวันนี้ได้บ้าง

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์