หลายสิ่งที่นักธุรกิจเริ่มต้นอายุน้อยๆ น่าจะได้รู้ก่อน

"Study the past, if you would divine the future." ~Confucius
 ต้องขอบคุณโลกออนไลน์ทุกวันนี้ที่มีคนมากมายพร้อมจะแชร์คำแนะนำดีๆของเขาให้เราได้เรียนรู้ ทั้งข้อดี และความผิดพลาดมากมาย

การเริ่มต้นทำอะไรจริงจังอย่างการลงมือสร้างธุรกิจนั้น บางทีการรู้น้อยๆ ก็ดูจะมีความสุขมากกว่า ความรู้สึกทำนองว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดนั้นช่วยให้เราเหลือพลังมากขึ้นสำหรับเปลี่ยนเป็นความหวังและพลังใจ แต่แน่นอน หลักการนี้ก็มีข้อจำกัดในตัวเองอยู่ นักธุรกิจเริ่มต้น (ฺBusiness Startups) หนุ่มสาวหลายคนสร้างกิจการของเขาบนความเชื่อมั่นในตัวเองบวกกับความสดของวัย นั่นก็ดี แต่การได้เรียนรู้บทเรียนที่แสนโหดร้ายบางบทนั้นก็ดูจะจำเป็นสำหรับการขัดเกลาเพื่อแปรเปลี่ยนพลังที่มุทะลุเหล่านั้นให้กลายเป็นความน่าเลื่อมใสศรัทธา คำแนะนำจากผู้ที่มีประสบการณ์จึงมีค่าสำหรับพวกเขาตรงที่การเรียนรู้จากความผิดพลาดเหล่านั้นจะทำให้คุณไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาทำผิดพลาดในสิ่งเดียวกัน

ต้องขอบคุณโลกออนไลน์ทุกวันนี้ที่ทำให้เราได้เจอกับคำแนะนำดีๆของนักธุรกิจเริ่มต้นที่มีอายุน้อย อย่างเช่น Brent Beshore, CEO ของ AdVentures ที่มีอายุเพียง 28 ปีเท่านั้น เรื่องของเขาขึ้นต้นด้วยประโยคบอกเล่าง่ายๆ "นี่คือสิ่งที่ผมเคยหวังว่าน่าจะรู้ตั้งแต่ตอนอายุ 22" คำแนะนำของเขามีด้วยกัน 8 ข้อ ดังนี้

รู้ในสิ่งที่คุณไม่รู้

ตอนที่เขาอายุ 22 เขาเชื่อไปแล้วว่าเขาทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งที่ในความเป็นจริงจะไม่ใช่อย่างนั้น แม้การท่องบท Shakespeare, การสร้างงบดุลหรือการเขียนเอกสารยาว 15 หน้าที่ได้รับมอบหมายมาตลอดบ่ายให้เสร็จได้ด้วยตัวเองจะทำให้เขาคิดไปว่าชีวิตนี้เขาคงไม่ต้องการคำปรึกษาหรือความช่วยเหลือจากใครหรือใดๆ มากนัก เขาเรียนรู้ในภายหลังว่านั่นคือความผิดพลาดครั้งใหญ่

ความวุ่นวายทำลายคุณค่าของคุณ

เขายอมรับว่าเขาภูมิใจกับ "ปริมาณ” ของสิ่งที่เขาได้ทำลงไป ประชุมต่อเนื่อง ทำบางสิ่งบางอย่างตลอดเวลา และรู้สึกดีเหลือเกินที่สามารถทำอะไรได้มากเหลือเกินในเวลาเดียว อย่างนี้จะไม่ประสบความสำเร็จได้อย่างไรกัน? แต่เมื่อเขามองย้อนกลับไปเขาก็ได้พบว่า สิ่งที่เขาทำได้สำเร็จและบรรลุผลตามเป้าหมายนั้นมีน้อยมากเหลือเกิน ถึงแม้ว่าจะดูมีอะไรทำตลอดเวลาแต่มันกลับไม่ให้ดอกผลอะไรกลับมาเลย สุดท้ายเขาก็ได้เรียนรู้สูตรเพื่อความสำเร็จที่ควรจดจำ "ปริมาณกับชิ้นงานเป็นคนละเรื่องกัน"

ความซับซ้อนไม่เคยให้ผลดี

เขาเคยสร้างอะไรหลากหลายที่ซับซ้อนขึ้นมา เช่น ข้อตกลงตัวแทนจำหน่าย การจ้างงานห้างหุ้นส่วน แผนธุรกิจที่ซับซ้อน แรงจูงใจในการทำงานที่วุ่นวาย ทุกอย่างที่ทำออกมานั้นล้วนผ่านการคิดที่เต็มไปด้วยความยุ่งยากและน่าปวดหัว แต่แผนงานที่ซับซ้อนเหล่านั้นกลับไม่มีอะไรประสบผลสำเร็จเลย ในทางกลับกันความสำเร็จอันสวยงามกลับมาจากแผนธรรมดา ง่ายๆ ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่กำหนดบทบาทและรับรู้ความคาดหวังที่ชัดเจนเท่านั้นก็เพียงพอ ในทุกความซับซ้อนที่คุณแทรกเข้ามาคุณได้เพิ่มโอกาสความล้มเหลวให้กับธุรกิจของคุณเอง

จงดีต่อทุกคน

คุณควรตระหนักไว้เสมอว่าเรารู้จักทุกคนแค่ผิวเผินเท่านั้น ภายใต้ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของคน ภายในใจลึกๆ นั้นเขาอาจจะไม่ได้มีความสุขอยู่จริงก็ได้ หลายคนซ่อนความวิตกกังวล ภาระอันหนักอึ้งหรือความโชคร้ายที่พบเจอเอาไว้ภายใน เมื่อคุณถามใครสักคนว่า "เป็นอย่างไรบ้าง" การที่เขาตอบว่า "ก็ดี" ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นสิ่งดีเสมอไป นั่นหมายถึงคุณควรที่จะทำตัวของคุณให้

  • ยกประโยชน์ให้คนอื่นบ้างหากเขาไม่รู้
  • โปร่งใส
  • อย่าเหยียบใคร เพื่อเลื่อนตัวเองขึ้น
  • อย่าเอาเรื่องของใครมาล้อเล่น

จงเก่งเฉพาะทาง

เวลาคุณเที่ยวบอกใครต่อใครว่าทำได้ทุกอย่างที่สั่งนั่นแหละ อย่าเพิ่งคิดไปเองว่าคนอื่นเขาคงเชื่ออย่างนั้น ไม่มีใครทำได้ทุกสิ่ง ในความเป็นจริงแม้คุณจะดูเหมือนทำได้ทุกสิ่งแต่ที่ทำได้ดีจริงๆ คงแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น จงบอกให้ได้ว่าคุณเก่งเรื่องใดบ้างแม้มันจะไม่กี่อย่าง แต่สิ่งที่คุณจะได้รับคือความน่าเชื่อถือ เพราะมันเป็นสิ่งที่คุณทำได้จริง คุณจะกลายเป็นเบอร์หนึ่งของเรื่องนั้น ซึ่งมันดีกว่าต้องไปนั่งจูงใจลูกค้าของคุณทุกครั้งเป็นไหนๆ

อะไรไม่ใช่ เลิก อะไรที่ใช่ ลุย 

การทำธุรกิจไม่ใช่เกมพิสูจน์ความดันทุรัง แต่มันคือการต่อสู้บนพื้นฐานของการคำนวนโอกาสและความเป็นไปได้ ถ้าคุณรู้สึกแล้วว่าบางอย่างในบริษัทดูจะมาผิดทางแต่ยังมีศักดิ์ศรีค้ำคออยู่ทำให้เลิกไม่ได้ ตัดใจเลิกเถอะ ไม่มีใครแคร์อะไรมันมากนักหรอก แต่ถ้าคุณรู้ว่าคุณกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง แม้จะเจ็บปวดเพียงใดก็จงเดินต่อไป เพราะผลลัพธ์สุดท้ายนั้นมักจะคุ้มค่าเสมอ

กำไรเป็นสิ่งสำคัญ

การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น การสร้างรายได้มหาศาลเป็นเรื่องที่ทำให้รู้สึกดีอย่างมาก แต่ทุกความรู้สึกดีและความภูมิใจทุกอย่างจะหายไปหากคุณไม่สามารถสร้างกำไรได้จริง ผลกำไรถือเป็นการสร้างเสถียรภาพและความทนทานให้กับธุรกิจ ถ้าความตั้งใจในการทำธุรกิจของคุณคือจะไม่รีบสร้างผลกำไร ช่วยถามตัวเองให้ทีว่าทำไมถึงคิดเช่นนั้น?

สร้างผลิตภัณฑ์ตามด้วยการบริการ

หากคุณเป็นนักธุรกิจเริ่มต้นหน้าใหม่ที่ดำเนินการธุรกิจขนาดเล็ก คุณจะต้องต่อสู้ในสนามแข่งขันที่เรียกร้องใหญ่แต่ลูกค้าจะพากันกดราคาอย่างมหาศาล แล้วไหนจะปัญหาเรื่องภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของคุณอีก มันต้องใช้เวลาและความพยายามมากมายกว่าจะนำเสนอบริการที่ยอดเยี่ยมได้จริง การเป็นผู้เชี่ยวชาญอ้างอิงจากการศึกษาหรือความเก่งกาจไม่ค่อยได้ ตรงกันข้าม สินค้าเองสามารถบอกเล่าความสำเร็จได้จากประวัติศาสตร์ของตัวมันเอง ในฐานะของนักธุรกิจเริ่มต้นหน้าใหม่ คุณอาจไม่มีประวัติที่แสดงถึงความสำเร็จอะไรเลย มันจึงเป็นการยากที่จะโน้มน้าวให้คนมาซื้อบริการของคุณ เขาแนะนำว่าคุณควรเริ่มจากการสร้างผลิตภัณฑ์เสียก่อน จากนั้นค่อยทำการพัฒนาธุรกิจการบริการตามมาในภายหลัง

• • •

คุณอาจจะพบเคล็ดลับที่น่าสนใจอื่นนอกเหนือไปจากคำแนะนำของ Brent Beshore ก็เป็นได้ ทัศนคติและกลยุทธ์ที่ดีเหล่านี้เขาได้มาจากการสะท้อนตัวเองในช่วงหกปีที่ผ่านมา แน่นอนว่าไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวที่สร้างแรงผลักดันให้กับคนที่ต้องการเริ่มต้นอาชีพใดๆ ยังมีอีกหลายแหล่งความรู้มากมายให้คุณได้เข้าไปศึกษา ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นภูมิปัญญาที่เกิดขึ้นจริง หรือบางทีคุณอาจจะเป็นคนค้นพบความลับใหม่ๆ ด้วยตัวคุณเอง ที่สำคัญอย่าลืมนำมาแบ่งปันกันบ้างล่ะ

 

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์