สำหรับว่าที่ผู้ประกอบการใหม่แล้วการคิดไอเดียในการทำธุรกิจนั้นแทบจะไม่เป็นปัญหา บางคนอาจมีเป็นร้อยเป็นพันด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างไรก็ตามแทบจะทุกคนประสบปัญหาเดียวกันก็คือ “การเริ่มต้น” นั่นเอง ยิ่งสำหรับคนที่ยังไม่มีประสบการณ์ตรงด้วยแล้วยิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูก ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี จะทำอันนั้นก็กลัวจะทำอันนี้ก็กลัว สุดท้ายก็เลยไม่ได้เริ่มสักที ไอเดียก็เลยยังคงตกตะกอนอยู่กับตัวคุณเองอย่างนั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วการเริ่มต้นนั้นไม่ได้มีสูตรสำเร็จตายตัว นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จแต่ละท่านก็มีวิธีการเริ่มต้นที่แตกต่างกันออกไป เราจึงอยากนำเสนอขั้นตอนง่ายๆ ในการเริ่มต้นเปลี่ยนฝันของคุณให้กลายเป็นจริงสักที ดังนี้
เริ่มที่อะไรก็ได้ แต่ขอให้เริ่ม
เพราะการจะเริ่มต้นทำธุรกิจมีอะไรให้คุณต้องคิดคำนึงมากมาย สุดท้ายก็เลยไม่รู้จะเริ่มที่อะไรก่อน การแก้ปัญหานี้ก็คือ เลือกจากอะไรที่คุณอยากทำก่อน จะผิดจะถูกไม่สำคัญ แต่อย่างน้อยคุณจะรู้สึกดีกับตัวเองที่ในที่สุดคุณก็ได้เริ่มสักที ส่วนเรื่องความสมบูรณ์แบบนั้นคุณสามารถปรับปรุงแก้ไขในภายหลังก็ไม่สาย
ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องง่ายจริงๆ
คนส่วนใหญ่มักคิดล่วงหน้าร้อยแปดเกี่ยวกับอะไรที่ไม่ใช่องค์ประกอบหลัก อย่างเช่น หากคุณอยากเปิดร้านไอศกรีม คุณจะมัวไปเสียเวลาคิดว่าอยากให้ถ้วยไอศกรีมมีสีอะไร ป้ายร้านฟอนท์อะไร และจัดหน้าร้านแบบไหน ทั้งที่ประเด็นหลักของคุณคือไอศกรีม คุณต้องโฟกัสก่อนว่าไอศกรีมของคุณจะมีรสอะไร ส่วนเรื่องอื่นๆ นั้นเป็นเพียงเรื่องรอง
อย่าเพิ่งหวั่นไหวกับสิ่งล่อใจ
อย่าเพิ่งไปหวั่นไหวกับสิ่งยั่วใจต่างๆ ยกตัวอย่าง คุณจะเปิดร้านไอศกรีม คุณต้องการเครื่องปั่นไอศกรีม แต่ทีนี้เจ้าของร้านก็นำเสนอเครื่องทำวาฟเฟิลให้คุณในราคาที่ถูกมาก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคุณยังไม่จำเป็นต้องใช้มัน สู้เก็บเงินที่คุณเอาไปซื้อเครื่องทำวาฟเฟิลนี้ไปเป็นค่าวัตถุดิบยังจะดูเห็นประโยชน์มากกว่า พอร้านไอศกรีมของคุณติดตลาด วันหนึ่งคุณอยากจะเพิ่มเมนู คุณก็มีเงินเหลือเฟือพอจะซื้อเครื่องทำวาฟเฟิลอีกกี่เครื่องก็ได้
ประกาศให้โลกรู้ว่าคุณเริ่มแล้ว
การที่คุณได้เล่าไอเดียของคุณให้คนรอบตัวฟังนั้นมีประโยชน์ตรงที่คุณจะได้รับคำแนะนำต่างๆ เช่น ไอเดียของคุณน่าสนใจหรือไม่ มีคู่แข่งเป็นใคร ควรออกผลิตภัณฑ์ในช่วงไหน เป็นต้น ทั้งนี้อีกเหตุผลที่หลายคนกลัวที่จะบอกใครว่ากำลังทำอะไรอยู่นั่นก็คือกลัวจะถูกค้านนั่นเอง แต่เราอยากให้คุณลองเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะการที่ผู้อื่นแย้งหรือถามกลับเพื่อให้คุณหาคำตอบนั้นก็คือการช่วยอุดรอยรั่วในแผนธุรกิจของคุณ อย่าลืมว่าถูกแย้งตั้งแต่ต้นยังไงก็ดีกว่าพลาดแล้วเขามาถามคุณทีหลังว่า “ทำไมไม่ปรึกษา” เป็นไหนๆ
ถ้าไม่รู้ จงขอความช่วยเหลือ
แม้จะเป็นไอเดียของคุณแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องคิด ต้องหาข้อมูลอยู่คนเดียว หลังจากปรึกษาคนรอบตัวแล้วคุณก็ควรบอกเขาว่าคุณต้องการอะไรบ้าง เผื่อบางทีเขาอาจจะมีความรู้ในสิ่งที่คุณต้องการ หรือมีคนรู้จักที่สามารถให้คำแนะนำกับคุณได้
หยุดคิดว่าอะไรจะ “ดีพอ” แต่จงทำอะไรที่ “พอดี”
อย่ารอให้สินค้าของคุณสมบูรณ์แบบก่อนจึงขายมัน เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรคือความสมบูรณ์แบบในสายตาของกลุ่มเป้าหมาย ทางที่ดีที่สุดก็คือผลิตออกมาให้เร็วที่สุดในแบบที่คุณคิดว่ามันดีแล้วเอาออกมาลองให้ผู้บริโภคของคุณพิจารณาดู ฟีดแบ็คที่คุณได้กลับมานี่แหละคือหนทางไปสู่ความสมบูรณ์แบบที่คุณปรารถนานั่นเอง
• • •
คุณคงเห็นแล้วว่าการเริ่มต้นนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะเพียงแค่คุณเริ่มทำ คุณก็จะรู้เองว่าอะไรที่คุณควรทำเป็นลำดับต่อไป...
