คุณมีความคิดที่อยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจสักอย่าง อาจเป็นเพราะคุณอยากมีอิสระทางการเงิน มีเวลาอยู่กับตัวเอง หรืออยากทำในสิ่งที่ฝันมานาน แต่ก็กลัวว่าทำแล้วจะไม่ประสบความสำเร็จหรือลงทุนไปแล้วกลับไม่มีความสุขในสิ่งที่ทำเลยแม้แต่นิดเดียว มันก็คล้ายๆกับการเลือกสาขาวิชาเรียนที่เราเองก็ไม่รู้ว่าชอบอะไร ถนัดอะไร ดังนั้นเหนือสิ่งอื่นใดที่คุณควรทำก่อนลงทุนก็คือ คุณต้องตอบให้ได้ก่อนว่าธุรกิจแบบไหนที่คุณอยากทำกันแน่
เริ่มต้นจากสิ่งที่คุณรู้ดี
คุณคงเคยได้ยินบ่อยๆว่า “จงเขียนในสิ่งที่เรารู้” ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ อย่างนักเขียนที่เขียนออกมาได้ดีก็เพราะเขาเขียนในสิ่งที่เขารู้นั้นเอง ก็เหมือนกับการทำธุรกิจ ถ้าคุณมีประสบการณ์ทำงานในแผนกกขายปลีกมาเป็นเวลาร่วม 10 ปี เห็นได้ชัดว่าคุณนั้นจะเข้าใจการขายปลีกได้เป็นอย่างดี ดังนั้นถ้าคุณจะเริ่มเปิดร้านของตัวเองคงเป็นตัวเลือกที่ดีอันหนึ่งที่น่าลอง
ถ้าไอเดียของคุณคือการทำธุรกิจที่คล้ายคลึงกับงานประจำที่คุณทำอยู่ หรืออาจจะคิดต่อยอดจากบริษัทว่าจ้าง ก็จะมีเรื่องที่ควรเก็บไปพิจารณาอยู่ 2-3 เรื่องด้วยกัน
1. ดูรายชื่อลูกค้าของบริษัทที่คุณทำอยู่และศึกษาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับกฏหมายแข่งขันทางการค้า (เช่น ทางบริษัทอาจได้ทำข้อตกลงไว้ว่า คุณสามารถทำธุรกิจแบบเดียวกันนี้ได้แต่ต้องเปิดร้านที่ไม่ใช่เขตบางเขนและจตุจักรเป็นต้น) เพราะเจ้านายของคุณก็คงไม่ต้องการให้คุณแย่งชิงลูกค้าเดิมๆไป และไม่อยากให้คุณเอาแผนการตลาดของทางบริษัทรวมถึงความลับบริษัทอีกมากมายไปใช้ มันเหมือนเป็นการฉวยโอกาสทางการตลาดที่คุณได้เรียนมาจากเขาไปหน้าตาเฉย
2. เริ่มต้นสังเกตการทำงานในแผนกอื่นๆที่คุณไม่เคยได้รับผิดชอบว่าเขาทำกันอย่างไร เพราะมันจำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องเรียนรู้เพื่อเพิ่มโอกาสทางความสำเร็จ
3. รับฟังคำคอมเมนท์ต่างๆของเพื่อนร่วมงานว่าพวกเขาชอบหรือไม่ชอบกับระบบการทำงานของบริษัท หรือของเจ้าาย แล้วนำไปปรับใช้กับธุรกิจของคุณในอนาคต
เปลี่ยนสายการทำงานไปเลย
ความจริงการย้ายสายงานจากฝ่ายขายไปเป็นแผนก service business ก็มีเรื่องดีอยู่บ้าง เพราะในทางกลับกันมันเป็นการเรียนรู้ที่จะโฟกัสเรื่องอื่นบ้างนอกจากสิ่งที่ได้ทำอยู่เป็นประจำ และถ้าคุณตัดสินแล้วว่าจะเปลี่ยนเส้นทางการทำงานไปสู่อุตสาหกรรมด้านอื่น คุณควรวางแผน 6-12 เดือนในการทำรีเสิร์ช และสัมภาษณ์คนที่เคยทำอยู่แล้ว คุณจำเป็นที่จะต้องหาคำตอบในเรื่องที่คุณสงสัยให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้การเข้าไปทำงานในตำแหน่งที่ไม่สูงมากในด้านที่คุณกำลังจะทำนั้นก็เป็นช่องทางที่ดีที่จะมีโอกาสได้เรียนรู้ทั้งในและนอกระบบของธุรกิจดังกล่าว สิ่งที่ทำและต้องทำคือทำรีเสิร์ชเกี่ยวกับคู่แข่งทางการค้า จะลองใช้บริการเหล่านี้ในเว็บ http://www.onesource.com หรือ http://www.thaitradedata.com สำหรับผลวิจัยทางการตลาด ข้อมูลจากเว็บนี้เป็นข้อมูลของบริษัทใหญ่ๆทั้งในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศทั่วโลก ถ้าคุณขายของให้บริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้สำเร็จก็ถือเป็นช่องทางด่วนของกำไรมหาศาลเลยทีเดียว
ธุรกิจแฟรนไชส์....ครอบคลุมการลงทุน
การทำธุรกิจแฟรนชายส์นั้นเหมาะสำหรับคนที่มีเงินทุนแต่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ทางธุรกิจหรือไม่มีความรู้ทางด้านที่จะทำ การทำแฟรนชายส์จะมาพร้อมกับสินค้า การตลาดและโครงสร้างทางความสำเร็จที่มีอยู่แล้ว แต่ดำเนินกิจการอยู่ในทำเลอื่น ซึ่งเขาก็จะขายกระบวนการทั้งหมดมาให้คุณทำต่อ คุณจะต้องมีงบประมาณตั้งแต่10,000- 1,000,000 บาท ส่วนความต่างของราคานั้นขึ้นอยู่กับแบรนด์และลักษณะของสินค้าสำหรับการลงทุน ลองศึกษาอ่านรีวิวเกี่ยวกับบริษัทแฟรนช์ชายก่อนการตัดสินใจได้ที่ http://www.franchisesolutions.com หรือ http://www.thaifranchisecenter.com
เปลี่ยนงานอดิเรกให้เป็นธุรกิจ
มันเป็นไอเดียที่ดีมากที่จะเริ่มทำธุรกิจจากงานอดิเรกสุดรักของคุณ ไม่ว่าจะเป็นงานฝีมือ ทำเทียนหอม ทำตระกร้าสาน และทำขนม ลองคิดเล่นๆถึงอัตรากำไรขั้นต้น สิ่งที่ต้องเพิ่มก็มีแค่ค่าวัสดุอุปกรณ์ เวลาการทำ ค่าเก็บรักษา ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายทางธุรกิจ คิดรายจ่ายทั้งหมดแล้วคำนวนดูว่าคุณสามารถขายได้ให้ได้กำไร 50%ได้หรือไม่ ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มักจะได้กำไรเท่านี้หรือมากกว่า จากนั้นดูเรื่องสถานการณ์ทางการค้าของสินค้าชนิดเดียวกันว่าเป็นไปในทิศทางใด มีร้านค้ากี่ร้านที่จะขายสินค้าแบบที่คุณทำ จะทำอย่างไรให้คนหันมาซื้อของๆคุณไม่ใช่จากร้านค้าที่มีอยู่แล้ว และสุดท้ายลองจิตนาการดูสิว่าถ้าคุณต้องมาเริ่มต้นทำธุรกิจนี้อย่างจริงจัง นั่งใช้เวลาตั้งแต่เช้าไปจนถึงดึกดื่นค่ำคืน เป็นเวลา 6-7 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งคุณจะต้องผ่านพ้นทั้งช่วงเวลาดีๆและเลวร้ายไปให้ได้ มาถึงตรงนี้คุณจะมานั่งย้อนถามตัวเองมั้ยว่านคุณกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าย้อนเวลากลับไปคุณจะทำมันหรือเปล่า The E-Myth Revisited เขียนโดย Michael E. Gerber เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับคนที่กำลังเริ่มทำงานอดิเรกให้เป็นกำไร หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงคนหนึ่งที่รักในการทำพายและเริ่มเกลียดมันเข้าไส้ตอนที่เธอทำเป็นธุรกิจแล้วไม่ได้ผลสำเร็จอย่างที่คาดหวังไว้ ซึ่งมันเหมาะมากที่จะเก็บไว้อ่านเพื่อถามใจตัวเองให้ดีๆก่อนคิดจะลงทุนทำธุรกิจของตนเอง
การทำธุรกิจไม่ว่าจะประเภทใดต่างก็มีความเสี่ยง ยิ่งคิดจะลงทุนในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองด้วยแล้วยิ่งต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนมากขึ้นก่อนตัดสินใจ และมันจะเป็นเรื่องที่ดีขึ้นไปอีกถ้าหากคุณรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร คุณจะมีทั้งความสุข และความสนุกในการดำเนินชีวิตอย่างที่วาดไว้ ไม่ว่าจะเป็นเช้าไหนๆที่ต้องตื่นขึ้นมาทำงาน คุณก็จะรู้สึกว่าวันนี้เป็นวันที่พิเศษอีกวันที่จะได้ลุกขึ้นมาทำงานที่คุณรัก
