แท้จริงมีเพียง 3 คำถาม ในทุกการสัมภาษณ์งาน

"I terminated the interview when I didn't know what he was talking about and went upstairs to lunch." ~Graham Kennedy • photo belongs to usfbps

  วันนี้เป็นทิปสำคัญสำหรับบรรดาหนุ่มสาวที่กำลังจะต้องไปสัมภาษณ์งาน เชื่อไหมว่าแท้จริงแล้ว มีอยู่เพียง 3 คำถามนี้เท่านั้นในทุกการสัมภาษณ์งาน?

  • คุณสามารถทำงานได้ไหม?
  • แล้วคุณจะรักงานที่คุณเลือกไหม?
  • คุณคิดว่าพวกเราจะยอมให้ทำงานกับคุณได้ไหม?

เราลองย้อนคิดไปยังทุกๆ คำถามที่เราเคยถาม หรือถูกถามในการสัมภาษณ์งาน ถึงจะใช้ถ้อยคำหรือสำนวนที่ต่างกัน แต่สุดท้ายทั้งหมดที่เจ้าของหรือผู้สัมภาษณ์ต้องการรู้ ก็มีเพียงความมุ่งมั่น แรงจูงใจ และความเหมาะสม ของตัวคุณที่จะมาร่วมงานกับองค์กรเท่านั้นเอง

ความมุ่งมั่น และเข้มแข็ง “คุณสามารถทำงานได้ไหม?”

สิ่งที่บริษัทต้องการไม่ใช่แค่เพียงแต่ทักษะหรือความสามารถแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องการความเป็นผู้นำและความเข้มแข็งด้วยเพราะทักษะหรือความสามารถที่มีเป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำให้ถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นเท่านั้น

แต่ผู้สัมภาษณ์ไม่มีทางรู้เรื่องเหล่านี้ได้จากการอ่านแค่เรซูเม่ที่ส่งมา เขาจึงต้องถามจากเราทั้งเรื่องที่ประสบความสำเร็จ และจะถามไปอีกด้วยว่าถ้าสิ่งที่ทำอยู่มันไปได้ไม่ค่อยสวยแล้ว เราจะแก้ปัญหาได้อย่างไร หรือเลวร้ายที่สุด ถ้าเคยล้มเหลว เราได้เรียนรู้อะไรจากความผิดพลาดในครั้งนั้นบ้างหรือไม่คำถามเหล่านี้ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ความสามารถเฉพาะตัวเพียงอย่างเดียว แต่กลับมุ่งมองไปถึงความเข้มแข็งภายในจิตใจ หรือที่เราเรียกว่า EQ (Emotional Intelligence หรือ ความฉลาดทางอารมณ์) กรณีที่ต้องจัดการ หรือต้องติดต่อประสานงานกับคนอื่นๆคำถามกลุ่มนี้มักถามย้อนไปในอดีตการทำงานของเรา เราจึงควรเตรียมเล่าประสบการณ์เหล่านี้ในมุมมองที่น่าสนใจ ไม่ใช่เล่าไปเรื่อยๆ แล้วปิดท้ายด้วยคำว่า “ก็ดีครับ” เท่านั้น เพราะนั่นเท่ากับว่าเราไม่ได้บอกในสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์อยากรู้เลย

แรงจูงใจ “แล้วคุณจะรักงานที่คุณทำหรือไม่?”

ถ้าจะรับคนระดับพนักงาน เรารู้ว่าเป็นธรรมดาที่เขาจะรักและให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม บรรยากาศ รวมทั้งความท้าทายที่ในหน้าที่การงาน ก่อนความเรียกร้องให้ทุ่มเททำงานหนักเพื่อองค์กร (ทั้งที่เราก็ต้องการ) แต่ถ้าเรากำลังเฟ้นหาผู้บริหาร เราอยากเจอตัวคนที่ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ (ถ้า “ปรับได้ง่าย” ก็จะยิ่งได้เปรียบ) และเราอยากได้คนที่มีวุฒิภาวะพอจะวิเคราะห์และเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ ของบริษัทได้ และพึ่งพาได้ในยามยาก

แต่คุณรักที่จะเป็นคนอย่างนั้นไหม? แน่นอนผู้จ้างย่อมอยากได้คนที่มั่นใจได้ว่าเขาจะไม่ลาออกทันทีภายในสามถึงห้าวัน ทำให้เขามั่นใจ ว่าแม้วันนี้คุณอาจจะยังไม่พร้อมหรือไม่เคยถูกใครเรียกร้องสิ่งเหล่านี้มาก่อน แต่คุณปรับตัวได้ ผู้สัมภาษณ์ทุกคนมีแนวโน้มจะเชื่อมั่นในศักยภาพของคนทุกคน ถ้า... สิ่งที่คุณพูดนั้นคือสิ่งที่เป็นไปได้จริงน่ะนะ

ความเหมาะสม “คุณคิดว่าพวกเราจะยอมให้รับคุณเข้าทำงานไหม?”

ต่างคนต่างที่มา วิธีการที่แตกต่างจากวัฒนธรรมองค์กรเดิมที่เคยอยู่มานั้นล้วนมีผลต่องานที่จะเกิดในอนาคตทั้งสิ้น เรื่องหยุมหยิมอย่างการต้องไปอยู่ในองค์กรที่คุยและตรวจงานกันผ่านอีเมล ไม่มีการปริ๊นท์เอกสารมาวางไว้บนโต๊ะรอตรวจอีกแล้ว นั้นไม่ช้าก็เร็วจะกลายเป็นปัญหาขึ้นมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ผู้บริหารระดับสูงมากมายที่ต้องเลือกโหวตตัวเองออกจากงานในที่สุด แต่นั่นไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่เก่งพอ หลายครั้งเหตุผลเป็นเพียงแค่พวกเขาไม่เหมาะกับวัฒนธรรมขององค์กรที่เข้าไปอยู่เท่านั้นเอง ประเด็นนี้มีผลมากโดยเฉพาะในตำแหน่งระดับผู้นำเพราะต้องเป็นคนที่มีทั้งความเข้มแข็งและความอ่อนโยนในขณะเดียวกัน ความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรจะทำให้สามารถทำงานทั้งกับผู้บริหารและระดับปฏิบัติการได้อย่างราบรื่น และช่วยรักษาสมดุลขององค์กรไว้ในระยะยาวได้ด้วย

การได้รับการยอมรับเป็นสิ่งสำคัญ แสดงออกให้เห็นในบทสัมภาษณ์ของคุณว่าคุณถูกสอนมาให้เข้าใจอะไรง่ายๆ ได้ระดับหนึ่งเหมือนกันก็จะดีขอให้มีความสุขกับงานที่คุณทำเสมอ

• • •

เมื่อแอบรู้ความลับนี้แล้ว ก็อย่าลืมเตรียมคำตอบที่เหมาะสมเพื่อเตรียมเล่าให้ผู้สัมภาษณ์รู้จักคุณได้ดีขึ้นไปด้วยเสมอ แล้วการสัมภาษณ์ก็จะไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญอีกต่อไป และสำหรับผู้สัมภาษณ์ เราหวังว่าคุณจะได้ไอเดียเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ด้วยเช่นเดียวกัน

 

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์