การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในกลางปีนี้หากไม่มีฟ้าผ่ากลางทุ่งนาเสียก่อนคงไม่่มีทางคลาดเคลื่อนไปจากวันที่ 3 กรกฎาคมตามที่รัฐบาลได้ประกาศเอาไว้อย่างแน่นอน คงต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ได้รับความสนใจและจับตามองมากเป็นพิเศษ เพราะนี่ถือเป็นบททดสอบอะไรหลายๆอย่างสำหรับคนไทยว่าเราพร้อมแล้วหรือยังที่จะก้าวข้ามความเจ็บปวดและบาดแผลในหัวใจจากเมื่อครั้งอดีตได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังถือเป็นการกำหนดทิศทางอนาคตให้กับเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยตรงด้วยว่าควรจะต้องเดินหน้าไปทางไหน
จึงทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการทุกท่านโดยตรง เพราะนอกจากจะเป็นการเลือกอนาคตให้กับประเทศไทยแล้วยังเป็นการเลือกอนาคตให้กับธุรกิจของผู้ประกอบการเองไปในตัวด้วยอีกต่างหาก โอกาสนี้ Incquity จึงจะขอแนะนำสิ่งที่ผู้ประกอบการควรจะต้องนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาเมื่อต้องเลือกคนดีเข้าสภามาฝากกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
ดูที่นโยบายเศรษฐกิจ
นโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมืองคือสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องใส่ใจในรายละเอียดส่วนนี้ให้มากเป็นพิเศษ เพราะสิ่งนี้จะพัฒนากลายเป็นแผนแม่บทพร้อมทั้งเป็นตัวกระตุ้นสำหรับการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมดผ่านทางนโยบายหาเสียงที่ทางแต่ละพรรคได้ปูพรมเอาไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญๆและจะต้องพิจารณา ได้แก่ นโยบายเกี่ยวกับการค้า การลงทุน ดอกเบี้ย ภาษี ส่งออก การให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการ คมนาคม ฯลฯ เป็นต้น โดยผู้ประกอบการจะต้องคัดเลือกพรรคการเมืองที่มีนโยบายที่เกื้อหนุนกับธุรกิจของท่านให้มากที่สุดพร้อมทั้งมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ จึงจะก่อให้เกิดผลดีอย่างมหาศาลต่อธุรกิจของผู้ประกอบการในท้ายที่สุดนั่นเอง
พิจารณานโยบายแรงงาน
แรงงานจัดเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับในทุกๆภาคธุรกิจและพวกเขายังเป็นภาระต้นทุนที่ผันผวนไปตามนโยบายภาครัฐที่ถูกกำหนดมาล่วงหน้าแล้วผ่านทางพรรคการเมืองอีกด้วย นโยบายแรงงานจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการคงจะมิอาจที่จะมองข้ามไปได้เลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ประชานิยมกับชนชั้นแรงงานกำลังเฟื่องฟูอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ ซึ่งนับวันแนวโน้มค่าครองชีพก็มีแต่จะปรับตัวขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ อันเป็นไปตามนโยบายของทางภาครัฐ ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาดูว่าการปรับขึ้นค่าแรงนั้นมีผลกระทบต่อธุรกิจของผู้ประกอบการอย่างไรและนโยบายช่วยเหลือของทางภาครัฐนั้นจะสามารถเข้ามาช่วยเหลือส่วนไหนในธุรกิจของท่านได้บ้าง
ทีมเศรษฐกิจ
นโยบายจะกลายเป็นเพียงแค่เรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อเพียงเท่านั้นหากไร้ซึ่งผู้ปฏิบัติที่มีความสามารถอย่างแท้จริง ดังนั้นการพิจารณาในส่วนของทีมเศรษฐกิจในแต่ละพรรคการเมืองจึงเป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยขอให้เลือกคนที่มีความสามารถอย่างแท้จริงและเป็นที่น่าเชื่อถือพร้อมทั้งยอมรับในภาคสังคมด้วย จึงจะเป็นการเลือกคนให้เข้ามาบริหารงานที่ถูกต้องที่สุด
ความมีเสถียรภาพทางการเมือง
เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการจับขั้วอำนาจและอำนาจนั้นก็เป็นจุดกำเนิดของการบริหารบ้านเมือง ซึ่งมักมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลาและไม่แน่นิ่งเหมือนน้ำในอ่างบัว ผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมคิดเผื่อไปในอนาคตภายภาคหน้าด้วยว่าพรรคการเมืองที่ท่านเลือกเข้าไปบริหารประเทศนั้นมีความสามารถในการจับขั้วตั้งตนเองขึ้นมาทำงานในฝ่ายบริหารมากขนาดไหน และหากตั้งรัฐบาลได้จริงจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในการบริหารประเทศมากในระดับใด เพราะผู้ประกอบการจะต้องไม่ลืมว่าการเมืองไทย ณ ปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเดินไปในทิศทางของการตั้งรัฐบาลแบบพรรคร่วมมากกว่าพรรคเดี่ยว ซึ่งนั่นจะเท่ากับว่านโยบายที่สวยหรูและโดนใจผู้ประกอบการจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยหากพรรคการเมืองที่ท่านเลือกทำได้ดีที่สุดก็คือการเป็นได้แค่เพียงฝ่ายค้านเท่านั้น
ความโปร่งใสและธรรมาภิบาล
เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากในระบบการเมืองไทยสำหรับเรื่องของความโปร่งใสและธรรมาภิบาลกับการบริหารประเทศ เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าอำนาจแล้วแน่นอนย่อมเป็นที่มาของความลุ่มหลงในสิ่งที่ตนเองมีบังคับผู้อื่นให้ทำตาม ซึ่งการใช้อำนาจในการบริหารประเทศนั้นจะมีเส้นบางๆที่คาบเกี่ยวระหว่างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่จะถูกกำหนดกรอบไว้ด้วยความถูกต้องเสมอ ดังนั้นความโปร่งใสและธรรมาภิบาลจึงเป็นอีกหนึ่งประเด็นหลักที่ผู้ประกอบการจะต้องหยิบยกขึ้นมาใช้เป็นเกณฑ์พิจารณาเลือกผู้แทนของท่านเข้าไปทำหน้าที่ในสภาด้วย
อย่าลืมว่าแค่ไม่กี่นาทีในการไปเลือกตั้งนี้จะมีผลผูกพันไปยาวนานถึง 4 ปี INCquity จึงหวังว่าทุกๆคนที่ได้อ่านบทความนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการหรือพนักงานจะออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งใยวันที่ 3 ก.ค. นี้กันทุกคน
