4 วิธีบริหารทรัพยากรที่มีจำกัดสำหรับมือใหม่

"Less is more." ~Ludwig Mies van der Rohe, photo belongs to clared23
โดยทั่วไปการตั้งบริษัทใหม่ สิ่งที่เรามักมีในปริมาณจำกัดมาเป็นลำดับแรกๆ คือ เงิน เวลา เครื่องมือ และเครือข่าย

แค่การจะตั้งบริษัทขึ้นมาก็เป็นเรื่องยากแล้ว ยิ่งถ้ามีเงิน ทรัพยากร เวลาที่จำกัด ยิ่งฟังดูเป็นไปไม่ได้ใช่ไหม? แต่ถ้าลองพิจารณาดูดีๆ การมีข้อจำกัดไม่ใช่ปัญหา และยังสามารถเป็นแรงผลักดันทำให้เกิดปัญญาด้วย เพราะถ้าท้ายที่สุดเราสามารถหาวิธีจัดการ ข้อจำกัดเหล่านี้ได้แล้ว ก็จะทำให้เราเข้าใจปัญหาและหนทางแก้ไขปัญหา รวมถึงยังมีแนวทางหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ไม่คุ้มค่าการลงทุนในอนาคตได้ด้วย

โดยทั่วไปการตั้งบริษัทใหม่ สิ่งที่เรามักมีในปริมาณจำกัดมาเป็นลำดับแรกๆ คือ เงิน เวลา เครื่องมือ และเครือข่าย เราจึงขอแนะนำวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบการหรือใครก็ตามที่มีความความคิดที่จะตั้งบริษัทใหม่ ดังต่อไปนี้

1. เงิน

อันที่จริงเงินถือเป็นสิ่งสำคัญและอาจเรียกได้ว่าขาดไม่ได้ในการตั้งบริษัท เพราะโดยทั่วไปในการทำธุรกิจก็ต้องมีการลงทุนในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักร เครื่องมือเครื่องใช้ในการผลิต ค่าเช่า ค่าแรง ค่าวัตถุดิบ เป็นต้น

แต่ไม่ใช่ทุกคนเสมอไปที่จะมีเงินพร้อมสำหรับลงทุนเป็นก้อนใหญ่ตั้งแต่ช่วงแรก ดังนั้นแทนที่จะรอจนมีเงินมากพอพร้อมจะเปิดธุรกิจใหญ่ครบวงจร ลองเปลี่ยนมาเน้นความสำคัญกับการศึกษาข้อมูลลูกค้าให้ถี่ถ้วนก่อนว่าลูกค้าต้องการอะไร มีสิ่งไหนที่จะเติมเต็มความต้องการลูกค้าได้ตรงและครบถ้วนบ้าง หลังจากนั้นอาจใช้วิธีการบริหารเงินทุนเท่าที่มีไปใช้ในการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ตรงความต้องการลูกค้าได้ถูกจุดก่อน ซึ่งหากทำได้สำเร็จจริงก็มีความเป็นไปได้สูงที่คุณจะได้ลูกค้าประจำที่จะกลับมาจับจ่ายใช้สอยหรือซื้อสินค้าบริการต่อเนื่องทำให้มีเงินไหลเวียนเข้ามาในธุรกิจ ซึ่งเมื่อมีเงินเข้ามามากพอ ก็อาจแบ่งบางส่วนไปเป็นเงินลงทุนเพิ่มเติมให้มีกำลังในการผลิตมากขึ้น หรือถ้าหากผลิตภัณฑ์แข็งแรงจริงและมีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน มีลูกค้าที่เหนียวแน่น การขอทุนหรือสินเชื่อจากแหล่งเงินทุน หรือแม้แต่หาผู้ร่วมทุนเพิ่มก็ไม่ยาก

2. เวลา

แม้ว่าเราต้องหาเงินเพื่อเริ่มตั้งธุรกิจ แต่เวลาก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นมากพอกัน และเงินซื้อเวลาไม่ได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่เราควรใส่ใจคือการจัดการทั้งสองอย่างไปพร้อมกันอย่างสมดุล ไม่หนักไปในข้างใดข้างหนึ่ง บางคนอยากลาออกจากงานประจำ เพื่อที่จะได้มีเวลาพอกับการทุ่มเทสร้างบริษัทได้เต็มที่

แต่ในความเป็นจริงการลาออกมาเพื่อทำธุรกิจเป็นของตัวเองทันทีก็อาจทำได้ยาก อาจเพราะมีความรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่ หรือยังไม่มีความพร้อมด้านต่างๆ จึงต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมซึ่งอาจต้องใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นในช่วงเวลาที่ยังต้องทำงานประจำควบคู่ไปกับการเริ่มต้นวางแผนทำกิจการของตัวเองนั้น แม้จะมีเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวันที่สามารถปลีกมาเตรียมตัวทำธุรกิจได้ ก็ควรใช้เวลานั้นให้คุ้มค่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งหากเรามีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ความคิดกลายเป็นความจริงๆ เราก็จะทุ่มเทแรงกายและใจเพื่อเฟ้นหาสิ่งที่ดีและเหมาะที่สุดสำหรับธุรกิจ และลองคิดดูว่าจะดีแค่ไหนหากเราหาเงินได้ทั้งสองทางจากงานประจำ และจากกิจการของตนเอง

3. เครื่องมือ

เครื่องมืออัตโนมัติหรือ Automation คือการใช้เครื่องจักรหรือกลไกทางคอมพิวเตอร์อัตโนมัติเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน และช่วยลดงานประจำวันที่ต้องอาศัยแรงงานมนุษย์ในการลงมือทำ ตัวอย่างเช่นระบบตอบรับโทรศัพท์อัตโนมัติ หรือซอฟท์แวร์ที่ช่วยในการตอบกลับอีเมลอัตโนมัติ เป็นต้น

เครื่องมืออัตโนมัติต่างๆ เหล่านี้อาจมีประโยชน์สำหรับกิจการใหญ่เพราะช่วยประหยัดเวลาและประหยัดเงินเมื่อเทียบกับการจ้างพนักงานจำนวนมากเมื่อใช้ไปในระยะยาว แต่ยังไม่เหมาะสมสำหรับบริษัทใหม่ โดยเฉพาะบริษัทขนาดเล็กที่มีจำนวนลูกค้าไม่มากนัก เพราะมีต้นทุนสูงและอาจใช้ไม่คุ้มค่าราคาที่จ่าย ฉะนั้นแล้ว ทางที่ดีควรเข้าถึงลูกค้าโดยตรง ถึงแม้ว่าจะดูล้าสมัย แต่ด้วยวิธีนี้สามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความใส่ใจ เช่นให้เจ้าหน้าที่เขียนอีเมลแสดงความขอบคุณลูกค้าที่ซื้อของผ่านร้านออนไลน์ของเราโดยตรง กรณีที่ลูกค้าส่งอีเมลแสดงความไม่พอใจในสินค้าหรือบริการของเรา ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรให้พนักงานติดต่อกลับไปโดยตรงเร็วสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อแสดงความขอโทษหรือบอกวิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น เพราะหากให้ระบบคอมพิวเตอร์เป็นผู้ติดต่อแทนอาจสร้างความรู้สึกห่างเหินระหว่างเรากับลูกค้า และอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้เปลี่ยนไปใช้บริการเจ้าอื่น จำไว้ว่า บริษัทของเราเพิ่งก่อตั้งใหม่ รายรับที่ได้จากลูกค้ายังคงมีความสำคัญมากที่จะใช้ในการขยายกิจการ ดังนั้นหากต้องการให้ลูกค้ากลุ่มนี้มีความผูกพันกับองค์กร ก็ควรเลือกใช้วิธีใช้แรงงานคน ถึงแม้ว่าจะดูไม่ทันสมัย แต่รับรองว่าจะช่วยซื้อใจลูกค้าได้

4. เครือข่าย

แม้ในการเริ่มต้นบริษัทเราสร้างเครือข่ายเล็กๆ จากความช่วยเหลือของคนรอบตัว เพื่อนสนิทมิตรสหาย ซึ่งอาจทำให้ดูเหมือนว่าเราเสียเปรียบธุรกิจที่ขายสินค้าตัวเดียวกันแต่มีเครือข่ายที่ใหญ่กว่า

อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงแล้ว ถ้าจะใช้ปริมาณวัดอาจไม่ถูกต้อง สิ่งสำคัญคือ เราควรมองดูที่คุณภาพ คำนึงจากโอกาสที่เครือข่ายสามารถแปรทรัพยากรเท่าที่มีให้กลายเป็นรายได้ และดึงดูดลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ตัวอย่างเช่นหากจะเริ่มทำร้านกาแฟเล็กๆ เครือข่ายที่เรามีเช่น ซัพพลายเออร์เมล็ดกาแฟ ถ้วยกระดาษ หรือนมสดอาจจะเป็นบริษัทเล็กๆ ไม่แข็งแกร่งเท่ากับซัพพลายเออร์ของร้านชื่อดังอย่าง Starbucks เป็นต้น แต่เราสามารลองทวบทวนดูว่า เครือข่ายที่มีอยู่นั้นคุณภาพน่าพอใจแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่น่าพอใจ ให้พิจารณาว่าแรงจูงใจใดที่จะสามารถทำให้เครือข่ายพัฒนาคุณภาพให้ถึงเกณฑ์ได้บ้าง แต่หากในที่สุดแล้วเราพบว่าคนในเครือข่ายบางรายยังมีคุณภาพไม่ดีถึงขีดที่เรากำหนดไว้ ก็ควรผ่อนความสำคัญของเขาในเครือข่ายลง (แต่ไม่ใช่การผ่อนความสัมพันธ์ในภาพรวม) และหาช่องทางในการสร้างคนใหม่ๆ ในเครื่องข่าย ที่มีคุณค่าสำหรับบริษัทของเรามากกว่า

• • •

ขณะเดียวกัน คนที่เป็นเครือข่ายของเรา เขาก็นับว่าเราเครือข่ายของเขาเช่นกัน ถ้าเราต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้นสร้างประโยชน์ขึ้นมาระหว่างทั้งสองฝ่าย ลองเป็นฝ่ายเริ่มเสนอความช่วยเหลือดูก่อน หากพบว่าเราสามารถช่วยเหลือได้ ก็ลงมือทันที และในอนาคตเขาคนนี้อาจยื่นมือเข้ามาช่วยในเวลาที่เราต้องการ

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์