3 ภาพยนตร์ สร้างแรงบันดาลใจทางธุรกิจ

ดูหนังดีๆก็สร้างกำลังใจได้เหมือนกัน

แรงบันดาลใจในการทำธุรกิจถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากในยุคสภาวการณ์ปัจจุบัน ที่เศรษฐกิจกำลังดำดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ยังไม่สามารถเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เข้ามากระทบที่เลนส์แก้วตาเลยแม้แต่น้อย หลายคนท้อแท้รู้สึกหมดหวัง ขาดกำลังใจ รู้สึกเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะผ่านจุดที่ต่ำสุดของวิกฤติการเงินในเวลานี้ไปได้ บางคนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวมีหนี้สินเกิดขึ้นตามมามากมายจากการทำธุรกิจที่ล้มเหลว ซึ่งสุดท้ายแล้วอะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยให้มันเกิด

การสร้างแรงบันดาลเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นและสร้างไอเดียได้ไปในตัว

แต่สิ่งหนึ่งที่เราอยากจะให้รักษาเอาไว้ให้ดี คือ กำลังใจ สิ่งนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หลายคนที่มีกำลังใจดี พร้อมที่จะลุกขึ้นสู้ต่อในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง แต่ก็มีปัญหาในใจที่ตามมาอีกเป็นระลอกที่สองว่า แล้วจะทำอะไรดี การสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถช่วยกระตุ้นและสร้างไอเดียให้เกิดขึ้นได้ไปในตัว หลายคนใช้การท่องเที่ยวเป็นการสร้างไอเดียให้เกิดขึ้นในการทำธุรกิจโดยได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ได้พบเห็นทั้ง 2 ข้างทางที่ได้ไปเยือน บางคนใช้การอ่านหนังสือยามว่างเพื่อใช้สร้างให้เกิดแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจ แต่ที่เราจะขอแนะนำกันในคราวนี้เกี่ยวกับสิ่งที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจให้คุณคือ การรับชมภาพยนตร์

การรับชมภาพยนตร์นั้นถือว่าเป็นวิธีการสร้างแรงบันดาลใจได้ดีที่สุดวิธีหนึ่งเลยทีเดียว เพราะการรับชมภาพยนตร์นั้นนอกจากบางครั้งจะให้สาระ ความรู้ และข้อคิดที่ได้จากเรื่องแล้ว บางครั้งยังสามารถเปิดมุมมองในด้านต่างๆ ที่เราอาจจะไม่เคยนึกถึงมาก่อน นอกเหนือจากนี้นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จหลายๆคนยังใช้การชมภาพยนตร์สร้างมุมมองและแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจให้เกิดขึ้นกับตัวเองได้อีกด้วย ซึ่งเรามีภาพยนตร์ดีๆ จำนวน 3 เรื่องด้วยกัน ที่จะมาขอแนะนำเพราะบางทีอาจช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจให้กลับคืนมาสู่ตัวคุณอีกครั้ง

Jerry Maguire

เจอรี่ แมไกวร์ เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายเมื่อปี ค.ศ.1996 เป็นเรื่องราวที่ตัวเอกของเรื่องที่ชื่อเดียวกันกับหนังคือเจอรี่ แมไกวร์ (รับบทโดยทอม ครูซ) ที่มีอาชีพเป็นเอเจนซี่ของนักกีฬาชื่อดังหลายๆคนประจำบริษัทเอเจนซี่หนึ่ง เขามีหน้าที่การงานใหญ่โต และอนาคตที่รุ่งเรือง มีเงินมากมาย ทุกอย่างดูเหมือนจะลงตัวสำหรับเขา จนอยู่มาคืนหนึ่งที่เขานอนหลับและฝันไปว่าอาจารย์ที่เคยสอนเขาตอนมหาวิทยาลัยมาเข้าฝันและบอกให้เขาทำสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าที่จะทำเพื่อเงินพียงอย่างเดียว เมื่อเขาสะดุ้งตื่นขึ้น เขาจึงรีบทำการเขียนหนังสือตลอดทั้งคืนที่เกี่ยวกับ ข้อความพันธกิจ (Mission Statement) โดยเสนอให้บริษัทลดจำนวนนักกีฬาที่ดูแลเพื่อเน้นความใกล้ชิดระหว่างนักกีฬาผู้เป็นลูกค้ากับตัวแทนนั่นก็คือบริษัท ซึ่งเขาได้ทำสำเนาแจกให้ทุกคนในบริษัท ซึ่งทุกคนในบริษัทให้ความชื่นชมในแนวความคิดของเขา แต่หลังจากนั้นเขากลับถูกไล่ออกโดยทันที เขาจึงออกมาตั้งบริษัทเองโดยมีนักกีฬาที่เขาเป็นตัวแทนให้เพียงคนเดียว และเขาก็เริ่มดำเนินการตามอุดมการณ์ที่เขาได้วางเอาไว้ ซึ่งจากภาพยนตร์ดังกล่าวได้ให้มุมมองและแรงบันดาลใจไว้อย่างมากมายในส่วนของเรื่องการดำเนินธุรกิจ ที่ไม่ควรจะเห็นคุณค่าของเงินมากกว่าอุดมการณ์ในการดูแลนักกีฬา สอนให้รู้จักการใช้หัวใจในการทำงานนึกถึงใจเขาใจเรา และบางครั้งความสำเร็จไม่ได้เป็นคำตอบของชีวิตเสมอไป และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่เสมอ

The Pursuit of Happyness

เรื่องจริงที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์นำแสดงโดย วิล สมิธ ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับ คริส การ์ดเนอร์ ที่ต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าครอบครัวแต่เพียงลำพังหลังภรรยาได้ทิ้งเข้าไปเหลือเพียงลูกชายวัย 5 ขวบ ให้เผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่กันแต่เพียง 2 พ่อลูกเท่านั้น เขาต้องกัดฟันทำทุกอย่างเพื่อต่อสู้กับความยากจน หลายครั้งเขาต้องพาลูกไปนอนตามที่ต่างๆเหมือนกับพวกคนเร่ร่อน โดยในกระเป๋าสตางค์มีเงินติดเหลืออยู่ในกระเป๋าแค่ 1 ดอลลาร์ แต่เพราะความอดทนและขยันอีกทั้งความฉลาดของเขา เขาเพียรพยายามทำทุกอย่างทำงานทุกอย่างเพื่อหาเงินมาเลี้ยงลูกชายของเขาเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และจู่ๆวันหนึ่งเขาก็มีไอเดียว่าเขาควรทำงานเกี่ยวกับการเงิน เขาจึงพยายามอย่างหนักเพื่อให้ได้เป็นโบรกเกอร์ ในบริษัทแห่งหนึ่ง จนกลายมาเป็นสุดยอดนักขายระดับตำนานของอเมริกา ซึ่งจากเนื้อเรื่องคุณจะได้เห็นความอดทน และความพยายามอย่างหนักในการที่จะดิ้นรนเพื่อการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เขาไม่เคยท้อแท้แม้บางครั้งจะต้องแอบเข้าไปนอนในห้องน้ำสาธารณะก็ตาม และเมื่อโอกาสของเขามาถึงเขาก็รีบฉวยโอกาสนั้นไว้ และพยายามที่จะเรียนรู้อยู่โดยตลอดเวลา ซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

The Hudsucker Proxy

ภาพยนตร์แนวคอมเมดี้ที่ให้ข้อคิดดีๆ ออกฉายเมื่อปี ค.ศ.1994 นำแสดงโดยทิม ร็อบบินส์ เป็นเรื่องราวของฉายหนุ่มคนหนึ่งที่มีบุคลิกที่ภายนอกดูจะเฉิ่มๆ และไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่นัก วันหนึ่งเกิดจับผลัดจับผลูได้ขึ้นมาเป็นประธานบริษัทคนใหม่แทนที่ประธานบริษัทคนเก่าที่เสียชีวิตไป เขาต้องพาธุรกิจของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ฝ่าพ้นวิกฤติไปให้ได้ ท่ามกลางการดูถูกของผู้ที่อยู่รอบข้าง ที่พร้อมจะใช้มีดแทงข้างหลังเขาเสมอ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขายึดมั่นมาไม่เคยเสื่อมคลายนั่นก็คือ ความคิดในไอเดียผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่งของเขาที่ถูกหลายคนดูถูกและไม่เข้าใจในสิ่งประดิษฐ์ดังกล่าว ที่เป็นรูปวาดกลมๆในกระดาษที่มาพร้อมความอธิบายสั้นๆ ว่าใช้เพื่อความสนุก แม้หลายคนจะต่อต้านแต่เขาก็ยังคงยืนยันให้ดำเนินสายการผลิตต่อไป และเมื่อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวออกมาช่วงแรกก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เขาก็ยิ่งถูกโจมตีมากกว่าเดิมจนเกือบถูกปลดจากประธานบริษัท แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ทำการสืบหาว่าเพราะเหตุใดผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่เขามั่นใจจึงยังไม่ประสบความสำเร็จเสียที จนรู้สาเหตุที่มาว่าผู้คนต่างยังไม่เข้าใจวิธีการเล่นจึงแก้ไขด้วยการทำโฆษณาและออกสาธิตจนในที่สุดก็ได้รับความยอมรับและกลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด สิ่งนั้นคือ “ฮูล่าฮูป” นั่นเอง ซึ่งเรื่องนี้ให้แรงบันดาลใจตรงที่ว่าสอนให้เรากล้าคิดแม้สิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากความคิดของผู้คนทั่วไปก็ตาม และจงยึดมั่นในความคิดของเรา พร้อมทั้งทำการยอมรับและปรับปรุงแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

หลายครั้งที่อุปสรรคเป็นฝ่ายเข้ามาทดสอบว่าเราพร้อมจะเป็นผู้ชนะหรือไม่

จากทั้ง 3 เรื่องที่ได้นำเสนอมาคร่าวๆ จะเห็นได้ว่าภาพยนตร์ในแต่ละเรื่องนั้นล้วนสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เราลุกขึ้นมาสู่กับสภาวะและสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยแก่เราทั้งสิ้น อยู่ที่เราต้องไม่ยอมแพ้และถอดใจไปเองเสียก่อน เพราะหลายครั้งที่อุปสรรคมักจะเป็นฝ่ายเข้ามาทดสอบกับตัวเราเองก่อนเสมอว่าเราพร้อมจะเป็นผู้ประสบความสำเร็จหรือไม่ 

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์