Coworking Space พื้นที่ทำงานมืออาชีพราคาสุดประหยัด

photo belongs to coco coworking space

ธุรกิจมากมายเริ่มต้นตัวเองจากห้องเล็กๆ ในบ้าน หรือโรงรถที่ออกจะเงียบเหงาไปหน่อยแต่ก็เงียบสงบดี แต่ต่อมาเมื่อต้องพบปะกับลูกค้า โฮมออฟฟิศเองก็อาจจะมีประเด็นต้องคิดต่อเมื่อเราต้องเลือกใช้สถานที่สบายๆ ที่สะดวกต่อการเดินทางของลูกค้าอย่างร้านกาแฟแสนสะดวกใจกลางเมืองเข้ามาทดแทน เพราะอาณาเขตอื่นๆ ภายในบ้านเองก็อาจไม่เหมาะสมจะให้คู่ค้าเห็นนัก และสุดท้าย โฮมออฟฟิศดูจะเหมาะสมกับธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เพราะนานๆ ไปการมีหมาตัวโปรดมาวิ่งเล่น หรือการต้องเป็นห่วงภรรยาหรือลูกที่เดินมาหาก็ดูจะเบี่ยงเบนความสนใจเราจากงานได้ตลอดเวลา จนอาจจะมากเกินไป

จริงๆ แล้วออฟฟิศแชริ่งนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ส่วนมากจะเป็นพื้นที่สำเร็จรูปที่ว่างๆ แต่พร้อมสำหรับการทำงาน อย่างเช่น CoCo ในอเมริกาซึ่งเป็นพื้นที่ขนาด 16000 ตารางฟุต และมีแสงแดดส่องถึง อีกทั้ง ในด้านสถาปัตยกรรมก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะเคยเป็นตลาดค้าขายข้าวของเมืองมินเนอาโปลิสด้วย ค่าสมัครสมาชิกเพื่อขอใช้พื้นที่นั้นเริ่มต้นที่ 50 ดอลล่าร์สหรัฐ

โครงการนี้ดัดแปลงสถานที่จากเดิมที่เคยเป็นลานที่เต็มไปด้วยเสียงอึกทึกของการค้าขาย กลุ่มคนโบกมือไปมาวุ่นวาย กลายสภาพเป็นความเงียบสงบจากบรรดาผู้คนที่หิ้วแล็ปท็อปมาทำงาน มีเสียงเพลงคลอเบาๆ มีคนคอยดูแลกาแฟและขนมหวาน ไม่ให้ขาดตอนในยามที่คุณต้องการ แถมยังคอยแนะนำสมาชิกใหม่ให้เรารู้จักได้ด้วย

ผู้คนที่ทำงานที่นี่ก็มีรูปแบบหลากหลายมากกว่าที่เราเคยเห็นในบริษัท บ้างก็สวมหูฟัง ซึ่งแปลได้ว่า “กำลังลุยงานอยู่นะ” บ้างก็คุยกันสนุกสนานกับเพื่อนร่วมพื้นที่เบาๆ แต่ไม่ค่อยจะเจอคนประเภท “ฉันเบื่อจะตายแล้ว” ในออฟฟิศแบบทั่วๆ ไปสักเท่าไรนัก เป็นบรรยากาศที่ช่วยปลุกเร้าความกระตือรือร้นในการทำงานได้ดีจริงๆ คุณสามารถทำงานได้ทั้งลำพัง หรือจะชวนทั้งทีมมาเปลี่ยนบรรยากาศ ทำงานด้วยกันในสภาพแวดล้อมที่ไม่ซ้ำเดิมก็ได้

ทำเลใน CoCo เองก็มีหลายแบบ ตั้งแต่ร้านกาแฟตามแบบฉบับปรกติที่เปิดตั้งแต่แปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็น ไปจนถึง “ฐานปฏิบัติการชั่วคราว” ที่เป็นห้องทำงานที่มีอุปกรณ์พร้อมมูลสำหรับการทำงานเป็นทีม หากมองจากมองด้านบน พื้นที่ทั้งหมดจะเพียงถูกกันไว้ห่างๆ จากกันเหมือนรวงผึ้ง แค่มีกระดานไวท์บอร์ดมาเป็นกำแพงกั้นอะไรนิดๆ หน่อยๆ และกำแพงแบบโปร่งใส “เพื่อปล่อยให้เกิดโอกาสให้ผู้ใช้บริการที่ดวงสมพงษ์กันได้ร่วมงานกันให้เกิดขึ้นได้บ้าง” ไคล์ โคลบรอท ผู้ร่วมก่อตั้ง CoCo กล่าวไว้ว่าอย่างนั้น

พบปะผู้คน สิ่งที่ออฟฟิศปรกติไม่เปิดโอกาสให้มี

แฟรงค์ กาซินี่ และ นีล ทอฟ์เซน ผู้ก่อตั้ง AgSphere ได้กล่าวว่า หากพวกเขาไม่ได้เลือกที่จะทำงานแบบแชร์ออฟฟิศใน CoCo กันนั้น พวกเขาอาจจะไม่ได้พบกับลูกค้า และผู้ลงทุนหลายๆ คนเหมือนอย่างตอนนี้ ไอเดียและความช่วยเหลือหลายๆ อย่างก็สามารถเกิดขึ้นได้จากความสัมพันธ์เหล่านั้น นอกจากนั้นทาง CoCo ก็มีช่วงเวลา Happy Hour ในทุกๆ คืนของวันอังคาร สำหรับการพบปะผู้คนเพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้นด้วย

ลูกค้าได้รับความสะดวกและรู้สึกดีไปอีกแบบ

จริงอยู่ที่การพบปะลูกค้าในห้องประชุมสัมนาของทางบริษัทน่าจะทำให้รู้สึกถึงความเป็นมืออาชีพของธุรกิจมากกว่าการพบกันตามร้านกาแฟ ทีคโก ฮูเบอร์ ผู้ก่อตั้ง และประธานบริษัทประเมิณความสามารถ และการจัดการ Focus2Grow กล่าวว่า ลูกทีมของเขา เลือกที่จะทำงานแบบแชร์ออฟฟิศใน CoCo กับลูกค้าของพวกเขา โดยแล้วแต่ความสะดวกของลูกค้าว่าวันนี้ลูกค้าของเขาอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นในเมืองมินเนอาโปลิส หรือเซ็นต์พอล ก็ตาม

ไอเดียสำหรับธุรกิจใหม่ๆ อาจเกิดขึ้นได้เสมอๆ

โทบี ครินส์ นักพัฒนาเว็บไซต์ และเขาเป็นเจ้าของธุรกิจถึงสองกิจการร่วมกันด้วยการที่เขาทำงานแบบแชร์ออฟฟิศใน CoCo บริษัทของเขาดังกล่าวนั้นก็คือ The Mighty Mo Design Company และ Minnesota Wordpress Hosting โทบี ได้เริ่มต้นธุรกิจเว็บโฮสท์ติ้งของเขาหลังจากกับบุคคลที่ได้พบ หลังจากที่ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะลองเปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน ด้วยการเข้าร่วม CoCo ดู หลังจากนั้น โทบี ได้รับการว่าจ้างสำหรับเว็บโฮสท์ติ้งมากขึ้นจากบรรดาเพื่อนๆ สมาชิกที่อยู่ใน CoCo นั้นเอง ความสวยงามของการทำงานแบบแชร์ออฟฟิศก็คือ คุณสามารถเห็นการทำงานได้ทันที และยังสามารถรายงานความคืบหน้าจากที่ไหนก็ได้เช่นกัน

พบแต่ทัศนคติดีๆ

ไมเคิล โนเบิล ผู้เริ่มต้นระบบแพลท์ฟอร์มสังคมสำหรับธุรกิจ (สำหรับ B2B) ที่มีชื่อว่า “นิต์ช” กล่าวว่า ที่เขาเลือกเข้าร่วม CoCo ก็เพราะทัศนคติในแง่บวกจากของบริษัทอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ความรู้สึกในด้านดีและความกระตือรือร้นของผู้คนรอบข้างที่คิดและทำอะไรใหม่ๆ ตลอดเวลานอกจากจะปลุกเร้าให้เกิดความคึกคักแล้ว มันยังเป็นโรคระบาดถึงกันอีกด้วย

• • •

ในเมืองไทยเองกำลังจะมีชุมชนลักษณะนี้เกิดขึ้นด้วยเหมือนกัน เช่นที่ The Sync ตั้งอยู่ที่แยกรัชดา-ลาดพร้าว (หมู่บ้านกลางเมือง) ซึ่งเราเองก็หวังว่านี้จะไม่ใช่แค่แนวการทดลองแนวธุรกิจแบบใหม่ๆ เท่านั้น แต่เราคาดหวังว่าด้วยแนวความคิดนี้ จะนำเราไปสู่สิ่งใหม่ๆ ในโลกของผู้ประกอบการให้เกิดขึ้นดังเจตนารมณ์เริ่มต้นของแนวธุรกิจนี้ด้วย

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์