ทำความรู้จัก “งบกระแสเงินสด”

"Happiness is a positive cash flow." ~ Fred Adler - Venture capitalist, photo belongs to kenteegardin
เพราะเมื่อลองคิดดูให้ดี เราจะมีความสุขได้อย่างล่ะถ้าเราทำบัญชีงบดุลที่มีตัวเลขผลกำไรออกมาดูแล้วสวยงาม แต่เรากลับต้องมารู้ทีหลังว่า ที่จริงแล้วไม่มีเงินสดไหลเวียนอยู่ในบริษัทของเราเลย?

เวลาที่มีคำถามขึ้นมาว่าเราใช้อะไรมาวัดว่าธุรกิจนั้นๆ มีอัตราการเติบโตก้าวหน้าดี คนส่วนใหญ่อาจตอบกลับมาอย่างมั่นใจว่าให้ดูที่ผลกำไรของบริษัทสิ ถ้ากำไรเยอะก็แสดงว่าธุรกิจนั้นประสบความสำเร็จ แต่ในความเป็นจริงแล้วถือว่าถูกเพียงส่วนเดียว เพราะเมื่อเราลองสำรวจลงไปดูดีๆ แล้วจะพบว่ามีธุรกิจมากมายที่รายงานผลกำไรออกมาดีทุกปี แต่ทว่าสุดท้ายกลับล้มไม่เป็นท่าเพราะขาดเงินสดหมุนเวียน นั่นเป็นเพราะในทางบัญชีกำไร-ขาดทุนนั้น เวลาเราลงบัญชีรายได้ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือเงินเชื่อที่ยังเรียกเก็บเงินไม่ได้ก็นับเป็นรายได้ทั้งนั้น ถ้าหากลืมคิดถึงสภาพคล่องทางการเงินในธุรกิจควบคู่ไปด้วยก็อาจเกิดภาวะขาดเงินสดเพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายและดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อขายสินค้าโดยที่ลูกค้ายังไม่ได้จ่ายเงิน เราก็จะลงในบัญชีกำไรขาดทุนว่ามีรายได้เพิ่มขึ้นมาโดยอัตโนมัติทั้งๆ ที่จริงแล้วเรายังไม่ได้เก็บเงินสักบาทจากลูกค้าเลย จนบางบริษัทที่วางใจมากๆ ว่าตัวเองนั้นมีผลกำไรที่เยอะอยู่แล้วต้องเข้าตาจนเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้เงินสดไปกับค่าใช้จ่ายๆ ต่างแต่กลับพบว่าเงินสดที่หมุนเวียนอยู่ในบริษัทนั้นมีไม่พอเสียแล้ว

 

ในทางบัญชีนั้นจะมีรายการทางบัญชีหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบการหมุนเวียนเข้าออกของเงินสดทั้งหมดในระบบธุรกิจ เรียกว่า "งบกระแสเงินสด" (Cash Flow Statement) ด้วยประโยชน์อันมากมายและความสำคัญที่มีต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก ทำให้งบกระแสเงินสดนี้เป็นคำที่เกี่ยวกับการเงินอันดับต้นๆ ที่ผู้ประกอบการทั้งหลายควรรู้จักและศึกษาให้เข้าใจเป็นอย่างดีก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจเลยทีเดียว เพราะบัญชีกระแสเงินสดนี้สามารถนำมาวิเคราะห์ธุรกิจได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นช่วยในการตัดสินใจลงทุนให้ถูกจังหวะหรือช่วยให้สามารถตรวจสอบสภาพคล่องของเงินสดที่หมุนเวียนอยู่ในองค์กรได้อีกด้วย ทำให้ความรู้ในด้านของกระแสเงินจึงเป็นตัววัดความได้เปรียบเสียเปรียบทางธุรกิจขององค์กรได้เลย

มาทำความรู้จักกับ “งบกระแสเงินสด” กัน

งบกระแสเงินสด คือรายการบัญชีประเภทหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสถานะของเงินสดในองค์กรเป็นสำคัญ หรืออธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ เป็นบัญชีที่แสดงให้เห็นความเคลื่อนไหวของกระแสเงินสดของธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งบัญชีนี้สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนหรือตรวจสอบสภาพคล่องทางการเงินในองค์กรได้โดยเห็นภาพรวมหมดทั้งธุรกิจ โดยในบัญชีนี้จะเป็นข้อมูลจำพวกการไหลเข้า-ออกของเงินสดในแต่ละช่วงเวลา พร้อมทั้งข้อมูลที่บอกว่าเงินสดทั้งหลายนั้นได้มาจากไหนและใช้จ่ายไปกับอะไร โดยข้อมูลในส่วนที่ใช้ลงในบัญชีก็อย่างเช่น การซื้อ-ขายสินค้า สินทรัพย์ในธุรกิจ ดอกเบี้ยที่บริษัทได้รับ รวมถึงการเคลียร์หนี้สินต่างๆ และการระดมทุนเป็นต้น ในงบกระแสเงินสดนั้นโดยหลักๆ แล้วเราสามารถแบ่งแหล่งที่มาและใช้ไปของกระแสเงินสดได้ 3 ประเภทดังนี้

1. กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน (CFO หรือ Cash Flow from Operating Activites) หมายถึง กระแสเงินสดที่เกิดจากกิจกรรมหลักที่ก่อให้เกิดรายได้และค่าใช้จ่ายของกิจการ ตัวอย่างเช่น

รายรับ: ขายสินค้า/บริการ, มีลูกหนี้มาจ่ายหนี้, ได้รับดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร

รายจ่าย: จ่ายค่าวัตถุดิบหรือค่าสินค้า, จ่ายหนี้ให้เจ้าหนี้, การจ่ายค่าภาษีต่างๆ

2. กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน (CFI หรือ Cash Flow from Investing Activities) หมายถึง กระแสเงินสดที่เกิดจากการไปลงทุนในสินทรัพย์ถาวรต่างๆ ตัวอย่างเช่น

รายรับ: ขายที่ดิน, อุปกรณ์สำนักงานต่างๆ, เงินลงทุนระยะยาว

รายจ่าย: ซื้อที่ดิน, ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน, ซื้อการลงทุนระยะยาว

3. กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินทุน (CFF หรือ Cash Flow from Financing Activities) หมายถึง กระแสเงินสดที่เกิดจากการจัดหาเงินทุนจากผู้ลงทุนและเจ้าหนี้ตัวอย่างเช่น

รายรับ: ออกจำหน่ายหุ้นกู้, หุ้นกู้, การกู้ยืมเงินระยะยาว

รายจ่าย: จ่ายชำระหนี้เงินระยะยาว, การจ่ายเงินปันผล

จากเงินสด 3 ประเภทที่เป็นส่วนประกอบของงบกระแสดเงินสดดังที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าทุกส่วนมีความเกี่ยวโยงกันในแง่มุมที่มองการรับเงินสดเข้าและจ่ายออกในการดำเนินธุรกิจเป็นสำคัญ ซึ่งในทุกๆ ธุรกิจก็จะมีการหมุนเวียนเงินสดในการดำเนินการผ่านกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ ตั้งแต่เริ่มต้นระดมทุนหรือกู้เงินมาเป็นทุนในการเริ่มธุรกิจ นำเงินไปลงทุนซื้อเครื่องจักรและวัตถุดิบรวมถึงจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการดำเนินการ ไปจนเมื่อขายสินค้าและเก็บเงินจากลูกค้าเข้ามาได้ รวมถึงกรณีที่บางธุรกิจที่มีเงินสดส่วนที่เป็นกำไรเหลือหลังจากการลงทุนต่อเนื่องและนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนทางอื่นเพิ่มเติม เช่นลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นเป็นต้น ซึ่งบัญชีงบกระแสเงินสดนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารมองเห็นภาพรวมการหมุนเวียนเงินทั้งหมดที่กล่าวในธุรกิจในช่วงเวลาหนึ่ง และสามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจบริหารการเงินในธุรกิจ

• • •

ดังนั้นคนที่ตอบคำถามว่าเราใช้อะไรมาวัดความสำเร็จว่ากำไรสุทธินั้นก็ไม่ผิด เพียงแต่อาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวเท่านั้นที่ต้องให้ความสำคัญ แต่ควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ภาวะเงินสดหมุนเวียนไปพร้อมๆ กันด้วยโดยใช้งบกระแสเงินสดเป็นเครื่องมือช่วย เพราะงบนี้จะทำให้มองเห็นความแข็งแรงของธุรกิจทั้งในระยะสั้นและยาวได้ดีกว่า และยังเป็นสิ่งสำคัญในการนำมาวิเคราะห์ช่วงเวลาหรือจังหวะเหมาะสมที่จะการขยายการลงทุน การจ่ายเงินปันผล และการชำระหนี้สินได้เป็นอย่างดี

เพราะเมื่อลองคิดดูให้ดี เราจะมีความสุขได้อย่างล่ะถ้าเราทำบัญชีงบดุลที่มีตัวเลขผลกำไรออกมาดูแล้วสวยงาม แต่เรากลับต้องมารู้ทีหลังว่า ที่จริงแล้วไม่มีเงินสดไหลเวียนอยู่ในบริษัทของเราเลย?

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์