คำถามที่ต้องการคำตอบหากคิดจะเริ่มลงมือทำธุรกิจ

ก่อนที่จะเริ่มต้นธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน

การประกอบธุรกิจนั้นมีความแตกต่างจากอาชีพอื่นๆอยู่หลายประการ แต่ที่โดดเด่นมากที่สุดในสายอาชีพนี้คงต้องยกให้กับเรื่องของเดิมพันความสำเร็จในการบริหารงาน ดังนั้นหากผู้ประกอบการคิดจะลงมือทำธุรกิจอะไรก็ตาม ผู้ประกอบการต้องใส่ใจในส่วนของรายละเอียดปลีกย่อยในทุกเรื่องให้มากเป็นพิเศษ ซึ่งการตรวจสอบความพร้อมก่อนลงมือทำธุรกิจด้วยวิธีการตอบโจทย์คำถามประเด็นพื้นฐานของหลักธุรกิจ ดูจะเป็นวิธีการตรวจวัดที่ง่ายที่สุดและเหมาะสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ทุกๆท่าน ซึ่งคำถามหลักของการทำธุรกิจที่ผู้ประกอบการจะต้องตอบให้ได้มีดังต่อไปนี้

1. ขายอะไร

คำถามแรกสุดที่ผู้ประกอบการจะต้องตอบให้ได้ก็คือการก่อตั้งธุรกิจขึ้นมานั้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อขายอะไร ไม่ว่าจะเป็นสินค้า งานบริการ หรือแม้กระทั่งไอเดียสุดบรรเจิดอย่างเช่นในลักษณะของบริษัทจัดการ ฯลฯ ซึ่งคำถามข้อนี้เป็นคำถามที่สำคัญที่สุดและผู้ประกอบการทุกคนจะต้องตอบให้ได้ เพราะมันเป็นวัตถุประสงค์หลักของการทำธุรกิจที่จะเป็นตัวทำรายได้หล่อเลี้ยงธุรกิจตั้งแต่วันแรกที่ลงเสาเอก ดังนั้นหากผู้ประกอบการสามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้ข้ออื่นก็คงไม่ยากจนเกินไปนัก

2. ขายอย่างไร?

ความหมายของคำถามในข้อนี้หมายถึงช่องทางการขายสินค้าและบริการของผู้ประกอบการว่ามีแนวทางและการจำหน่ายอย่างไร เช่น เช่าพื้นที่เปิดหน้าร้านขาย ขายผ่านทางอีเมล์ ผ่านตัวแทนจำหน่ายสินค้าและนายหน้า ขายตรง ขายผ่านทางเว็บไซต์ ฯลฯ ซึ่งการทราบถึงวิธีและช่องทางในการจำหน่ายจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดทิศทางและโมเดลธุรกิจได้ดียิ่งขึ้นด้วย

3. ขายให้ใคร

ผู้ประกอบการจะต้องกำหนดกรอบลงไปอย่างชัดเจนว่าสินค้าและบริการที่ท่านทำขึ้นมานี้กลุ่มตลาดเป้าหมายที่แท้จริงคือใคร อย่ากำหนดแบบกว้างและครอบคลุมมากเกินไปว่าทุกกลุ่มผู้บริโภคเพราะถึงแม้มันจะเป็นคำตอบที่ดูดีแต่ไม่เหมาะสมเลยกับธุรกิจที่เพิ่งจะเริ่มต้น ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องกำหนดให้ได้ว่ากลุ่มผู้บริโภคที่แท้จริงของท่านคือใครเพื่อที่จะได้กำหนดและวางแผนธุรกิจอย่างถูกต้อง

4. จุดเด่นและจุดด้อยคืออะไร

ไม่มีใครที่จะทราบข้อมูลในคำถามนี้ดีไปกว่าเจ้าของ ผู้ประกอบการจึงสมควรที่จะต้องรู้ลึกในเรื่องของจุดเด่นและจุดด้อยของสินค้าและบริการเป็นอย่างดี เพื่อที่จะเอาจุดเด่นที่เกิดขึ้นนำมาใช้เป็นตัวขายและสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นในตลาด ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งพัฒนาเพื่อกลบลบจุดด้อยที่มีเพื่อจะสร้างความสมบูรณ์แบบให้เกิดขึ้นมากที่สุด ซึ่งนั่นจะเป็นผลดีต่อการทำธุรกิจในอนาคต

5. มีแผนธุรกิจว่าอย่างไร

ธุรกิจเป็นเรื่องของการสร้างและวางแผนการในทุกส่วนอย่างแยบยล ดังนั้นก่อนที่ผู้ประกอบการจะลงมือดำเนินธุรกิจจำเป็นที่จะต้องมีแผนการที่เหมาะสมเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกำหนดกลยุทธ์ที่จะนำสินค้าเข้าสู่ตลาด กลยุทธ์ที่ใช้ต่อสู้กับคู่แข่ง การโฆษณาประชาสัมพันธ์ แผนการตลาด เป็นต้น ซึ่งการมีตัวบทแม่แผนที่ดีจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจประสบความสำเร็จมากไปกว่าครึ่ง

6. ขายเมื่อไหร่

เป็นคำถามข้อที่ตอบได้ง่ายมากที่สุดในบรรดาทุกๆคำถามที่นำเสนอมา แต่นัยยะความสำคัญของคำถามในข้อนี้กลับไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าข้ออื่นๆ ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องมีกรอบและกำหนดเวลาอย่างชัดเจนว่าสินค้าและบริการของท่านมีกำหนดการที่จะวางจำหน่ายเมื่อไหร่ โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยตลาด ความพร้อมในการจัดส่ง และกาละเทศะควบคู่กันไปด้วย จึงจะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ในเวลาที่รวดเร็ว

7. ต้นทุนอยู่ที่ราคาเท่าไหร่

ผู้ประกอบการในฐานะเจ้าของธุรกิจจะต้องกำหนดสูตรธุรกิจของตนให้ได้ว่าราคาต้นทุนของสินค้าและบริการอยู่ที่ราคาเท่าไหร่ เพราะองค์ประกอบตัวนี้ถือเป็นสิ่งตั้งตนในการวางยุทธศาสตร์ด้านราคาเพื่อมุ่งหวังผลทางด้านกำไร ซึ่งคำตอบในข้อนี้จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถกำหนดโมเดลธุรกิจได้ว่าควรลดและเพิ่มในส่วนไหนด้วย

8. ราคาขายอยู่ที่เท่าไหร่

หลังจากที่ผู้ประกอบการทราบราคาค่าต้นทุนทั้งหมดแล้ว การกำหนดราคาขายจะเป็นคำถามที่ตามมาว่าควรจะกำหนดอยู่ในระดับอัตราที่เท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคำถามสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องหาคำตอบให้ได้โดยใช้ข้อมูลประกอบที่ครอบคลุมและรอบด้านมากที่สุด เพราะคำตอบที่ได้จะหมายถึงผลกำไรและการอยู่รอดของบริษัทในอนาคตเลยทีเดียว

9. จุดคุ้มทุนอยู่ที่เท่าไหร่

หากผู้ประกอบการกำหนดแค่ราคาขายอย่างเดียวก็ดูจะเป็นเรื่องที่กว้างเกินไปและไม่สามารถประมาณความสำเร็จที่ต้องการได้รับได้อย่างถูกต้องนัก ผู้ประกอบการจึงจำเป็นที่จะต้องกำหนดจุดคุ้มทุนให้กับธุรกิจของตนเองด้วยว่าต้องขายของให้ได้มากถึงขนาดไหนจึงจะผ่านจุดคุ้มทุนและได้ผลกำไรตามที่ต้องการ

10. เส้นสายและเครือข่ายของธุรกิจมีใครบ้าง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำธุรกิจจำเป็นที่จะต้องมีเส้นสายหรือผู้ที่จะมาคอยเป็นแบล็กอัพด้านหลังให้รวมไปถึงเครือข่ายและการสนับสนุนจากภายนอกด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจในประเทศไทย เพราะปัจจัยที่กล่าวมานี้จะเป็นตัวช่วยพิเศษที่จะเป็นผลดีต่อธุรกิจของท่านในการแก้ไขปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาระทางการเงิน การขยับขยายและเติบโตของกิจการ เป็นต้น

11. ผลสำเร็จที่คาดหวัง

เป็นคำถามข้อสุดท้ายที่ต้องการความชัดเจนและมีความสำคัญมากที่สุดข้อหนึ่งในบรรดาคำถามทั้งหมด ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องตอบและกำหนดให้ได้ว่าที่ทำธุรกิจมานั้นจุดหมายในท้ายที่สุดแล้วท่านต้องการจะได้อะไรเป็นการตอบแทนจากการลงทุนในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลกำไร (ควรระบุเป็นตัวเลขที่ชัดเจน) ส่วนแบ่งการตลาด เป็นต้น

ในเรื่องของการทำธุรกิจมีสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องระวัง ก็คือเรื่องของความผิดพลาด เพราะความผิดพลาดที่เกิดขึ้นแม้เพียงน้อยนิดก็มีผลกระทบมหาศาลต่อการดำเนินงานทางธุรกิจ และอาจเป็นจุดกำเนิดของหายนะที่จะกลายสภาพเป็นจุดจบของการทำธุรกิจและเงินทุนของผู้ประกอบการได้ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มลงมือทำธุรกิจทุกครั้งผู้ประกอบการควรที่จะต้องตอบโจทย์ปัญหาในเรื่องต่างๆให้ได้ก่อนว่าธุรกิจของท่านมีความน่าลงทุนมากขนาดไหน ซึ่งความชัดเจนของคำตอบที่ได้จะเป็นตัวการันตีความสำเร็จในอนาคตของธุรกิจผู้ประกอบการด้วยในท้ายที่สุด

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์