8 ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการตั้งชื่อธุรกิจ

เรื่องชื่อเป็นเรื่องใหญ่

ถ้าแววตาเปรียบเสมือนหน้าต่างสู่หัวใจ ชื่อบริษัทนั้นก็คงเปรียบเสมือนประตูสู่บริษัทของคุณเช่นกัน โดยชื่อบริษัทที่ดีนั้นต้องสามารถสื่อความหมายถึงธุรกิจที่ทางบริษัทคุณกำลังดำเนินงานอยู่ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งมีความเป็นเอกลักษณ์และการอ่านออกเสียงที่สามารถจดจำได้ง่ายอีกด้วย

แต่ก็ยังมักพบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นประจำกับบริษัทที่เพิ่งจะเปิดเริ่มดำเนินการใหม่ ซึ่งข้อผิดพลาดนี้แม้จะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ถือมีความสำคัญมากกับกิจการของทางบริษัท ซึ่งข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นในการตั้งชื่อบริษัทที่เราควรจะหลีกเลี่ยงมีดังต่อไปนี้  

1. ความแตกต่างทางความคิดของผู้ร่วมหุ้น

แน่นอนว่าการประชุมและระดมสมองในการช่วยกันคิดและแก้ไขปัญหาในเรื่องต่างๆนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าเป็นเรื่องของการตั้งชื่อบริษัทแล้วละก็ การออกความคิดเห็นจากผู้ร่วมถือหุ้นบริษัทตลอดจนพนักงานมักจะเป็นปัญหามากกว่าที่จะเป็นประโยชน์เสมอ เพราะท้ายที่สุดก็จะต้องเลือกชื่อบริษัทเพียงแค่ 1 ชื่อเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายถึงจะต้องมีผู้ผิดหวังเสมอซึ่งบางครั้งอาจจะมีเป็นจำนวนมากด้วยซ้ำไปที่รู้สึกว่าความคิดเห็นของตนเองถูกมองข้าม

หลายบริษัทมีปัญหาความขัดแย้งกันตั้งแต่ต้นก็ด้วยการตั้งชื่อบริษัท ดังนั้นควรมีการจัดการที่ดีตั้งแต่ต้น สามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้ แต่ในขณะเดียวก็ต้องสามารถควบคุมความแตกต่างทางความคิดไม่ให้กลายมาเป็นปัญหาที่บานปลายในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน โดยวิธีการอธิบายเหตุผลให้เข้าใจว่าทำไมจึงเลือกชื่อดังกล่าวเป็นชื่อบริษัท เป็นต้น

2. หลีกเลี่ยงการผสมคำ

หลายบริษัทใช้วิธีการตั้งชื่อบริษัทใหม่ของตนจากการบัญญัติศัพท์ขึ้นมาใหม่ ด้วยการนำคำนามหรือกริยาตั้งแต่สองคำขึ้นไปมาผสมกันจนออกมาเป็นคำใหม่แล้วจึงนำมาใช้ตั้งชื่อบริษัทของตนเอง ซึ่งอยากจะบอกว่าเป็นวิธีการที่ผิดโดยสิ้นเชิง เนื่องจากการผสมคำขึ้นมาใหม่นอกจากจะสร้างปัญหาให้ตามมาในภายหลังแล้ว ลูกค้าหรือผู้บริโภคยังไม่เข้าใจหรืออาจจะตีวามหมายผิดๆก็เป็นไปได้

เช่น WattanaTechnology (วัฒนาเทคโนโลยี) ซึ่งบางคนเมื่อเห็นชื่อร้านแล้วอาจนึกว่าเป็นบริษัทที่ทำการคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเป็นเพียงแค่ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าธรรมดาเท่านั้น

3. หลีกเลี่ยงคำเข้าพวกหรือที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับการแบ่งกลุ่ม

หลายๆบริษัทมีความคิดที่จะให้ชื่อของตนเองเป็นที่จดจำได้ง่าย จึงใช้วิธีการนำชื่อของบริษัทตัวเองนำไปผสมกับพวกคำแบ่งกลุ่มประเภทต่างๆ ซึ่งบางทีมันอาจจะได้ผลบรรลุวัตถุประสงค์ของเจ้าของบริษัทที่ต้องการให้ชื่อของบริษัทตนเองสามารถจดจำได้ง่ายก็จริง แต่มันจะเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมาในภาวะที่ธุรกิจมีการแข่งขันกันสูง

เช่น คุณขายผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือที่คุณเป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นมา และคุณเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของคุณเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการสื่อสารจึงตั้งชื่อว่า รังสิตคอร์ปเปอร์เรชั่น (RangsitCorporation) ซึ่งความเป็นจริงในท้องตลาดมีบริษัทยักษ์ใหญ่จำนวนมากที่ใช้ชื่อดังกล่าวอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น ทรูคอปเปอร์เรชั่น (TrueCorporation) และกลุ่มชินคอร์ป (ShinCorp)   ซึ่งแน่นอนว่าชื่อบริษัทของคุณจะถูกกลืนโดยทั้ง 2 บริษัทใหญ่ที่ว่านี้อย่างแน่นอนในการค้นหาทางอินเทอร์เน็ตและจะส่งผลโดยรวมต่อการแข่งขันของทางบริษัทคุณในอนาคตอีกด้วย เพราะบริษัทคุณจะกลายเป็นผู้ตามหลังในอนาคตอันเกิดจากการตั้งชื่อที่ไม่มีจุดเด่นหรือเอกลักษณ์นั่นเอง

4. หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อสถานที่มาตั้งเป็นชื่อบริษัท

การใช้ชื่อย่านที่ตั้งหรือจังหวัดมาเป็นชื่อบริษัท จะเป็นการจำกัดการเจริญเติบโตของธุรกิจ

การใช้ชื่อสถานที่นำมาเป็นชื่อของบริษัทเป็นสิ่งที่ควรทำการหลีกเลี่ยงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะกิจการที่ต้องการความเจริญก้าวหน้าในอนาคตนั้น การนำชื่อสถานที่ตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของชื่อถือว่าเป็นความคิดที่แย่มาก อีกทั้งยังเป็นการจำกัดความเจริญเติบโตของทางบริษัทด้วย เช่น บริษัทขายอะไหล่รถยนต์ตั้งชื่อว่า ลาดพร้าวอะไหล่ยนต์ เพราะมีที่ตั้งอยู่บนถนนลาดพร้าว เมื่อในอนาคตมีลูกค้าที่สนใจจะซื้ออะไหล่รถยนต์จากทางร้านเพราะเห็นว่ามีคุณภาพดี เกิดยกเลิกความตั้งใจอย่างกะทันหันเพราะเห็นว่าทางร้านอยู่ไกลขณะที่ตัวเองอยู่ที่สาธร จึงทำการยกเลิกการซื้อและหันไปซื้อจากร้านที่ใกล้กว่า ทั้งที่ความเป็นจริงร้านค้าอาจจะขยายสาขาไปยังถนนสาธรแล้วก็เป็นได้ จึงถือเป็นการเสียโอกาสทางธุรกิจอย่างโดยใช่เหตุ

5. หลีกเลี่ยงการใช้ชื่อบริษัทที่น่าเบื่อ

ชื่อบริษัทที่ดีไม่ควรเป็นชื่อที่มีความซ้ำซากน่าเบื่อ หรือมีอยู่ในสังคมวงการธุรกิจเป็นจำนวนมากมายอยู่แล้ว เช่น พวกบริษัทที่มีชื่อจำพวกตั้งมารวย มงคล พาณิชย์ ฯลฯ เหตุผลเพราะถึงแม้ชื่อต่างๆ เหล่านี้จะสามารถสื่อความหมายได้ดี และเป็นสิริมงคลต่อทางบริษัทที่เพิ่งจะก่อตั้งใหม่ แต่ชื่อเหล่านี้มีเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว จึงไม่อาจทำให้ผู้บริโภคจดจำได้อีกทั้งชื่อยังไม่มีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกต่างหาก บางครั้งลูกค้าอาจจะจำบริษัทผิดเพราะมีชื่อซ้ำกันมากจนเกินไปนั่นเอง

ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อบริษัทประเภทที่เป็นประโยคอุปมาอุปมัย เพราะความสามารถในการสื่อสารของคนเรานั้นไม่เท่ากันอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนในการตีความก็เป็นได้

6. อย่าตั้งชื่อธุรกิจที่มีลักษณะปิดบังอำพรางลูกค้า

การตั้งชื่อธุรกิจในลักษณะที่ปิดบังอำพรางเข้าใจยาก และยากแก่การอ่านออกเสียงถือว่าเป็นความผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดอย่างหนึ่งถึงแม้ชื่อที่ตั้งนี้จะมีลักษณะที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากก็ตาม สาเหตุเพราะลูกค้าผู้มาติดต่อจะไม่เข้าใจและทราบความหมายที่แท้จริงนอกเสียจากจะต้องเข้ามาถามกับตัวของพนักงานของบริษัทเอง ซึ่งบางครั้งการสะกดหรืออ่านออกเสียงผิดแค่คำเดียวอาจทำให้ลูกค้าของคุณเข้าใจความหมายว่าเป็นอีกบริษัทหนึ่งก็เป็นได้ และจะทำให้บริษัทคุณเป็นผู้เสียประโยชน์ในที่สุด

เช่น บริษัทคุณชื่อ พลพลจำกัด เป็นชื่อที่เรียกยากมากอาจทำให้ลูกค้าไม่สนใจเข้ามาใช้บริการก็เป็นได้ เนื่องจากไม่เข้าใจความหมายหรือสิ่งที่ทางบริษัทประกอบกิจการอยู่แถมยังอ่านออกเสียงยากอีกต่างหาก

7. อย่าตั้งชื่อบริษัทที่สะกดยาก

ชื่อบริษัทที่ดีนอกจากสื่อความหมายได้ดีมีเอกลักษณ์แล้ว ยังต้องสามารถทำการสะกดและเขียนได้ง่ายอีกด้วย เพราะหลายครั้งชื่อที่ทำการเขียนและสะกดยากมักจะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นตามมาในภายหลังได้อยู่บ่อยครั้ง เช่น การทำเอกสารติดต่อต่างๆ การทำสัญญากรซื้อขายกับกิจการที่เป็นคู่ค้าของทางบริษัท รวมถึงการเขียนเช็คสั่งจ่ายมายังบริษัทของเราด้วยเพราะอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ เช่น บริษัทระลันนา กับบริษัทลลนา มีการอ่านออกเสียงที่เหมือนกันมาก จนบางทีแทบจะออกเสียงเหมือนกันอาจสร้างความเข้าใจผิดขึ้นมาได้

นอกจากนี้แล้วยังอาจมีปัญหาในการนำชื่อไปจัดทำเว็บไซต์ของทางบริษัทที่เป็นภาษาอังกฤษด้วยเพราะไม่รู้จะสะกดเป็นภาษาอังกฤษว่าอย่างไรอีกต่างหาก

8. ลังเลที่จะเปลี่ยนชื่อใหม่

รีบเปลี่ยนชื่อใหม่ถ้าดูไม่เข้าที ดีกว่าปล่อยไปจนสายเกินแก้ 

หลายบริษัทเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นในการตั้งชื่อบริษัทกับมีความลังเลที่จะรีบดำเนินการแก้ไข บางบริษัทถึงกับปล่อยเลยให้มันผ่านไป ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาที่ผิดวิธีมากๆ เพราะถ้าคิดกันถึงหลักเหตุผลแล้ว กับชื่อธุรกิจคุณยังไม่สามารถแก้ไขได้ แล้วในอนาคตปัญหาที่ใหญ่กว่านี้คุณจะสามารถแก้ปัญหาให้ผ่านลุล่วงไปได้อย่างไร

วิธีการที่ดีที่สุดเมื่อพบปัญหาเกี่ยวกับชื่อบริษัทไม่ว่าจะเป็นชื่อซ้ำ การสะกดผิด ตีความผิดไปจากที่ต้องการ หรือเพื่อแก้ไขปัญหาทางการตลาดที่ผู้บริโภคไม่สามารถจำชื่อบริษัทเราได้ก็แล้วแต่ ควรรีบที่จะดำเนินการแก้ไขในทันทีอย่าได้รีรอ เพราะการที่คุณสามารถแก้ไขได้เร็วมากเท่าไหร่ก็ยิ่งลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้มากเท่านั้นนั่นเอง

การตั้งชื่อบริษัทจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่ผู้ประกอบการรายใหม่ๆไม่ควรที่จะมองข้ามละเลยในจุดตรงนี้ไป โดยชื่อบริษัทที่ดีต้องมีองค์ประกอบในด้านต่างที่มีความชัดเจน ทั้งในเรื่องความหมาย เอกลักษณ์ จุดเด่น การอ่านออกเสียง การสะกด ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้บริษัทของคุณสามารถจดจำได้ง่ายในสายตาความคิดของผู้บริโภคและคู่ค้าทางธุรกิจของคุณด้วย ถ้าคุณปล่อยปะละเลยในจุดนี้ไปอาจจะสร้างปัญหาให้เกิดขึ้นตามมาในอนาคตที่ยากต่อการแก้ไขเหมือนที่ในอดีตมีบทเรียนของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่กลายมาเป็นยักษ์หลับในปัจจุบันเพราะการตั้งชื่อบริษัทที่ไม่ถูกหลักและไม่คล้องจองต่อการเจริญเติบโตในอนาคตมาแล้วมากมายนั่นเอง

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์