6 คำถาม ก่อนเริ่มธุรกิจ

แน่ใจหรือยังว่าอยากทำจริงๆ

 

"ขวัญกำลังใจของคนในองค์กรจะขึ้นหรือลงนั้น ขึ้นอยู่กับผู้นำองค์กร" Richard Boyatzis

ในการจะเริ่มต้นธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งนั้น แน่นอนว่าผู้ประกอบการต้องมีความพร้อมในหลายๆ ด้าน และสิ่งสำคัญที่สุดที่จำเป็นต้องมีก็คือ "แนวคิด" ซึ่งแนวคิดนี้เองจะเป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการที่จะบอกว่าธุรกิจของเรานั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่เป็นการยากเหลือเกินที่จะสร้างแนวคิดขึ้นมาในฉับพลัน แล้วจะทำอย่างไรถึงจะมีแนวคิดที่สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้

อย่างแรกเลยคือประสบการณ์ สองคือความมีเหตุผล แต่การที่จะนำ 2 อย่างนี้มาตกผลึกให้ได้แนวคิดขึ้นมาก็เป็นการยากเช่นกัน ดังนั้นวิธีง่ายที่สุดคือการตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่าเรามีแนวคิดกับการเริ่มต้นธุรกิจอย่างไร โดยมีแนวทางง่ายๆ 6 ข้อดังนี้

1. มีทรัพยากรที่ต้องการพร้อมแล้วหรือยัง

ทรัพยากรในที่นี้หมายถึงสิ่งต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น เงินทุน บุคลากร ความรู้ ความสามารถ และความเข้าใจในธุรกิจ เป็นต้น โดยผู้ประกอบการนั้นต้องระบุและประเมินทรัพยากรเหล่านี้เพื่อใช้ในการดำเนินกิจการ ซึ่หากเราเป็น "ผู้ประกอบการที่มีประสิทธิภาพสูง" แล้วละก็ เราต้องสามารถคาดเดาได้ว่า ทรัพยากรที่ต้องใช้ในการดำเนินธุรกิจมีมากน้อยเพียงใด

2. สามารถทำให้ผู้อื่นเชื่อถือได้หรือไม่

ทุกธุรกิจมีความเสี่ยง หากเราเสี่ยงแค่คนเดียวคงไม่เท่าไร แต่หากลองนึกถึงบุคลากรนับร้อยและครอบครัวของเขาเหล่านั้น ความเสี่ยงของเราคนเดียวอาจจะกลายเป็นเรื่องเล็กๆ ไปเลย ซึ่งคนเหล่านี้บางครั้งอาจจะไม่ทราบถึงความเสี่ยงของเขาเองก็เป็นไปได้ ดังนั้นความเชื่อถือจึงเป็นกุญแจหลักในสร้างแนวคิดการเริ่มต้นธุรกิจ ดังเช่นคำที่ J. Robert Baum ที่ปรึกษาด้านการลงทุนของมหาวิทยาลัย University of Maryland กล่าวไว้ว่า "เขาเหล่านั้นอาจจะไม่เข้าใจระดับความเสี่ยงของตน แต่เขาเหล่านั้นจะยินดีจะเสี่ยงกับคุณ เพราะเชื่อว่าคุณนั้นสามารถทำได้ ดังนั้นการทำลายความเชื่อถือของเขาเหล่านั้นจึงเป็นความเจ็บปวดที่สุดของเขา" 

3. พร้อมรับสถานการณ์เลวร้ายแค่ไหน

การคิดและทำทุกอย่างด้วยตัวเองมักจะไม่ทันการ นักบริหารจะต้องคิดแบบแบ่งแยกหน้าที่จัดการ เพราะได้ผลมากกว่า

"ขวัญกำลังใจของคนในองค์กรจะขึ้นหรือลงนั้นขึ้นอยู่กับผู้นำองค์กร" กล่าวโดย Richard Boyatzis และ Annie McKee อธิบายว่าความรู้สึกนั้นเป็น "โรคติดต่อ" ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรใส่ใจในอารมณ์และความรู้สึกที่จะสื่อออกไป ในขณะสื่อสารกับผู้อื่น เพราะเมื่อเรายิ้ม ทั้งองค์กรก็จะยิ้มให้เรา หากเราทำเหมือนคนหมดหวัง นั้นอาจจะเป็นการล่มสลายขององค์กรเลยก็เป็นได้ ซึ่งบางครั้งก็จำเป็นต้องแสดงละครทางสีหน้าบ้าง แต่มันอาจจะทำให้องค์กรของเรารับมือกับสถานการณ์เลวร้ายได้ดีขึ้น

เปรียบเทียบง่ายๆคือ "การสร้างเด็ก" นั้นง่ายกว่า "การเลี้ยงเด็ก" เสมอ "ซึ่งถ้าเราคิดแบบนักประดิษฐ์ละก็ เราจะใช้เวลาไปกับความพยายามที่จะสร้างและจดสิทธิบัตรมากเกินไป" กล่าวโดย Mike Drummond หนึ่งในผู้ก่อตั้งหนังสือ Inventors Digest โดย Mike ยังกล่าวเสริมว่า "การคิดและทำทุกอย่างด้วยตัวเอง มักจะไม่ทันการ แต่การคิดแบบแบ่งแยกหน้าที่จัดการนั้นจะได้ผลมากกว่า ซึ่งนักประดิษฐ์จะไม่ทำกัน แต่จะเกิดขึ้นกับนักบริหารแทน"

5. รับได้หรือไม่ที่องค์กรนั้นอาจจะเติบโตเกินกว่าเราจะดูแล

ผู้ประกอบการบางคนนั้นชอบโอ้อวดว่าตนเองนั้นบริหารเก่ง แต่หารู้ไม่ว่าองค์กรนั้นต้องการตัวเขาน้อยมาก เช่นเมื่อองค์กรมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นอาจทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวลา การตัดสินใจ หรือแม้แต่ความรู้ในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้อาจเป็นปัญหาที่ทำให้องค์กรหยุดชะงักได้ ดังนั้นเมื่อองค์กรมีอัตราการเติบโตสูงขึ้นจึงมักต้องจ้างผู้บริหารจากภายนอกเข้ามาบริหารองค์กร แต่ผู้ประกอบการเองนั้นกลับรับไม่ได้ที่จะให้ผู้อื่นมาดูแลองค์กรเลยมักจะมีปัญหาเกิดขึ้น เช่น ไม่ส่งมอบข้อมูลสำคัญต่อการตัดสินใจให้กับผู้บริหาร หรือการที่นำตนเองเข้าไปมีส่วนร่วมในส่วนบริหาร หรือสร้างความสับสนในการสั่งงานคนในองค์กร ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำพาความแตกแยกภายในองค์กรมาด้วยเสมอ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องไตร่ตรองให้ดี เพราะบางคนอาจจะเป็นการกระทำไปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

6. ยึดติดกับนิสัยนักลงทุนหรือไม่

ถ้าใช่ แสดงว่าเรามีทักษะในการเริ่มต้นธุรกิจทีดี แต่ระวังให้ดี เพราะมันก็ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ จริงอยู่ว่าเราอาจมีทั้งความพยายาม ความคิดสร้างสรรค์ หรือกระทั่งความอดทดพร้อม แต่สิ่งเหล่านี้กลับมีผลต่อความสำเร็จในธุรกิจน้อยมาก เนื่องจากมีงานวิจัยเกี่ยวกับลักษณะนิสัยของนักลงทุนกล่าวไว้ว่า "ความต้องการที่จะประสบความสำเร็จมาจากลักษณะนิสัยในการทำงานเพียงแค่ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น" โดย J. Robert Baum ได้กล่าวเสริมว่า "สิ่งสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ จริงๆ แล้วอยู่ที่ปัจจัยภายนอกต่างหาก เช่น ความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และกระแสฝูงชน"

หลังจากตอบคำถามให้กับตัวเองทั้ง 6 ข้อแล้ว ผู้คิดอยากมีกิจการเป็นของตนเองคงจะเข้าใจตนเองและได้แนวคิดที่ดีเพิ่มขึ้น เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะลงทุนลงแรงไปโดยไม่ได้มีความเข้าใจหรือไม่ทราบถึงสิ่งที่จะตามมาหลังจากเริ่มลงมือทำ

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์