5 วิธี ตรวจสอบเงินคืนภาษี

Photo By alancleaver_2000 with Creative Common 2.0

การเสียภาษีเป็นเรื่องของกฏหมายซึ่งมีความสลับซับซ้อนและมีรายละเอียดปลีกย่อยค่อนข้างมาก จึงเป็นปัญหาน่ากังวลใจไม่ใช่น้อยสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ แต่ก็ใช่ว่าเรื่องภาษีจะมีเพียงส่วนการจ่ายเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีส่วนการขอรับเงินคืนอีกด้วย ซึ่งเจ้าของธุรกิจจำเป็นต้องรู้เพื่อจะได้รักษาผลประโยชน์ทั้งต่อตัวตนเองและบริษัท 

1. ใช้โปรแกรมบัญชีที่มีประสิทธิภาพในการคำนวนภาษี

การนำโปรแกรมบัญชีและการคำนวณภาษีมาใช้งานจะสามารถสร้างประสิทธิภาพเรื่องการคิดคำนวณเงินคืนภาษีได้อย่างถูกต้องและได้ผลเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ช่วยยกระดับมาตรฐานการทำงานขึ้นสู่ระดับสากลที่บุคคลภายนอกยอมรับได้ เพราะโปรแกรมทำงานแทบไม่มีข้อผิดพลาดเลย อีกทั้งยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ด้านความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นต่อสายตาของกรมสรรพากรได้อีกทางหนึ่งด้วย

2. จัดเก็บข้อมูลแหล่งที่มาในรูปแบบเอกสาร

การขอคืนเงินภาษีจากสรรพากรจำเป็นต้องนำเอกสารหลักฐานไปแสดงความจำนง เอกสารหลักฐานควรอยู่ในรูปของเอกสาร เพราะจะใช้เป็นตัวอ้างอิงแหล่งที่มาที่ไปของค่าใช้จ่ายส่วนต่างของบริษัท ซึ่งเป็นข้อมูลขอรับเงินคืนภาษี

3. สรรหานักบัญชีระดับมือโปร

การมีนักบัญชีมืออาชีพเปรียบเสมือนว่าบริษัทมีแก้วสารพัดนึกอยู่ในมือเลยทีเดียว เนื่องจากนักบัญชีจะจัดการปัญหาแทบทุกอย่างที่เกี่ยวกับเรื่องเงิน การจัดทำบัญชี และที่สำคัญคือเรื่องซึ่งเกี่ยวกับภาษี เพราะความรู้ความเชี่ยวชาญในสายงานดังกล่าวโดยตรงและประสบการณ์จึงทำให้รู้ทางหนีทีไล่และเทคนิคในเรื่องการขอคืนเงินภาษีได้เป็นอย่างดี รับรองได้ว่าพวกเขาจะนำประโยชน์มาสู่บริษัทแน่นอน

4. ทบทวนและเปลี่ยนแนวความคิดใหม่

ธุรกิจในปัจจุบันมีความสลับซับซ้อนและรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันมาก อัตราค่าใช้จ่ายต่างๆ เรื่องภาษีจึงมีความหลากหลายตามไปด้วยเช่นกัน ธุรกิจบางอย่างอาจจะได้รับค่าลดหย่อนภาษีและการคืนเงินภาษีมากกว่าธุรกิจอีกประเภทหนึ่งแม้รูปแบบการดำเนินงานจะใกล้เคียงกันจนแทบแยกไม่ออกก็ตาม ดังนั้นผู้ประกอบการต้องคิดทบทวนดูอีกครั้งว่าธุรกิจของตนเข้าข่ายธุรกิจประเภทใดซึ่งได้รับสิทธิหักค่าลดหย่อนภาษีมากที่สุด เพราะอย่าลืมว่าการทำธุรกิจต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา รูปแบบการทำธุรกิจในปัจจุบันอาจผันเปลี่ยนไปจากเริ่มแรกที่มีการจดทะเบียนและยื่นเรื่องขอชำระภาษีเมื่อครั้งก่อตั้งบริษัทก็เป็นได้ ซึ่งควรขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือทนายความน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

5. ตรวจสอบสิทธิที่ได้รับการลดหย่อน

การตรวจสอบสิทธิที่ได้รับการลดหย่อนเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก เพราะหมายถึงสิทธิประโยชน์อันมีค่ามหาศาลซึ่งจะได้รับจากการลดหย่อนภาษีและได้รับเงินคืนกลับมาในที่สุด ผู้ประกอบการควรทำการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ส่วนนี้ด้วยตนเองจากข้อมูลและกฎหมาย ซึ่งในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรจะไม่เข้ามาบอกว่าธุรกิจของผู้ประกอบการมีสิทธิได้รับการลดหย่อนในเรื่องอะไรบ้างเป็นจำนวนเงินเท่าไร ดังนั้นผู้ประกอบการต้องหาข้อมูลและตรวจสอบด้วยตนเอง แต่หากไม่อยากวุ่นวายอาจจ้างนักบัญชีกับทนายความมาเป็นที่ปรึกษาและมอบอำนาจให้เป็นผู้ดำเนินการแทนให้ก็เป็นความคิดที่เข้าท่าเช่นกัน

การตรวจสอบเงินคืนภาษีถือเป็นสิทธิและหน้าที่อันสำคัญอย่างหนึ่ง ผู้ประกอบการควรตระหนักถึงความรับผิดชอบดังกล่าวให้จงมาก เพราะจะเป็นการพิทักษ์ผลประโยชน์ของตนโดยตรง และยังหมายถึงการเอาใจใส่ในทุกรายละเอียดแม้บางเรื่องจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมาแค่เพียงเล็กน้อยก็ตาม ซึ่งความเอาใจใส่และรอบคอบนี้ควรยึดถือปฏิบัติให้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตการทำงาน อันจะส่งผลนำพาความเจริญก้าวหน้ามาสู่ธุรกิจของผู้ประกอบการต่อไปในอนาคตด้วย

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์