5 ช่องทางการขายสินค้าสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่

Photo By Ethan Hein with Creative Common 2.0

เมื่อคิดจะลงทุนค้าขายสินค้าสิ่่งที่ผู้ประกอบการมักจะนึกถึงก่อนเป็นอันดับแรกก็คือเรื่องของการมีหน้าร้านเป็นของตนเอง ซึ่งความคิดในเรื่องดังกล่าวนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการที่คิดจะลงมือทำธุรกิจจำเป็นที่จะต้องมีหน้าร้านค้าเป็นของตนเองเสมอไป เพราะการมีหน้าร้านค้าเป็นของตนเองนั้นผู้ประกอบการจะต้องได้พื้นที่ทำเลที่ดีจริงๆ มีการตกแต่งภายในร้านที่น่าดึงดูด ความสะอาดที่ลงลึกในรายละเอียดทุกซอกทุกมุม จึงเป็นสาเหตุให้เงินทุนของกิจการส่วนใหญ่หลอมละลายไปกับรายละเอียดค่าแรกเข้าในส่วนนี้มากเป็นพิเศษ มิหนำซ้ำผู้ประกอบการยังจะต้องมานั่งเปิดและปิดร้านเองอีกด้วย

จึงทำให้การมีหน้าร้านค้าเป็นของตนเองนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถตอบโจทย์ให้กับผู้ประกอบการหน้่าใหม่ๆ ที่อยากจะลงมือทำธุรกิจได้ทุกคน ซึ่งด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยบวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปจึงทำให้การมีหน้าร้านค้าเป็นของตนเองนั้นไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว โดย INCquity จะขอพาผู้ประกอบการไปพบกับช่องทางการขายสินค้าสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ทุกท่าน ที่จะทำให้ผู้ประกอบการรู้สึกได้เลยว่าการมีหน้าร้านค้าเป็นของตนเองนั้นเป็นอะไรที่ตกยุคไปเสียแล้ว ซึ่งช่องทางการขายสินค้าสำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่น่าสนใจมีดังนี้

1. เพื่อนบอกเพื่อน

การทำธุรกิจแบบเพื่อนบอกเพื่อนนั้นแท้ที่จริงแล้วก็คือกลยุทธ์ทางการตลาดที่เรียกกันว่า “ปากต่อปาก” นั่นเอง โดยช่องทางการขายสินค้าในลักษณะนี้จะมีรูปแบบที่เหมือนกับการฝากซื้อสินค้าจากเพื่อนทุกประการจะแตกต่างกันตรงที่ผู้ประกอบการนั้นจะบวกราคาที่เป็นส่วนต่างของกำไรเข้าไปอีกทีหนึ่งจากราคาต้นทุน เคล็ดลับสำคัญที่จะช่วยให้การขายสินค้าในรูปแบบนี้ประสบความสำเร็จก็คือผู้ประกอบการจะต้องได้ดีลกับผู้ขายสินค้าโดยตรงประเภทที่ว่ามีส่วนลดในการสั่งซื้อสินค้า โดยส่วนลดนี้จะกลายเป็นผลกำไรที่ได้รับมาจากการขายสินค้านั่นเอง ข้อดีอีกประการหนึ่งของการขายสินค้าแบบเพื่อนบอกเพื่อนก็คือผู้ประกอบการไม่จำเป็นที่จะต้องมีการสั่งซื้อสินค้ามาสต็อกเอาไว้ล่วงหน้าซึ่งมีความเสี่ยงที่สูงพอสมควรที่อาจจะเกิดภาวะขาดทุนขึ้นได้ในกรณีที่สินค้าขายไม่ออก โดยหากเพื่อนของผู้ประกอบการสนใจที่จะซื้อสินค้าจากการที่ได้เห็นรูปหรือจากคำแนะนำผู้ประกอบการก็เพียงแค่ไปซื้อสินค้าดังกล่าวมาให้ เพียงเท่านี้ก็ทำกำไรได้อย่้างงดงามแล้ว

2. สร้างเว็บไซต์

เป็นวิธีการที่นิยมเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน ด้วยรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์ของการทำธุรกิจที่ไม่ต้องมีหน้าร้านได้แบบครบเครื่อง ทั้งในเรื่องของการนำเสนอขายสินค้าที่มีทั้งรูปภาพ วิธีใช้ ราคา วิธีการชำระเงิน รายละเอียดในเรื่องต่างๆ เรียกได้ว่าครบวงจรในการขายสินค้าเลยก็ว่าได้ ซึ่งปัจจุบันหากผู้ประกอบการมีความรู้ทางด้านการทำเว็บไซต์เป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็สามารถลงมือทำได้ทันที แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่มีความรู้ทางด้านนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหาแต่ประการใดเพราะในปัจจุบันได้มีเว็บไซต์สำเร็จรูปที่สามารถช่วยผู้ประกอบการดำเนินการขายสินค้าได้อย่างเต็มรูปแบบด้วยเช่นกัน แต่ผู้ประกอบการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับทางผู้ให้บริการด้วยส่วนหนึ่ง

3. Facebook

ถือเป็นการจับเอา Social Media ยอดนิยมมาประยุกต์ใช้ในทางธุรกิจได้อย่างเห็นผลที่สุด เพราะต้องยอมรับว่า Facebook เป็น Social Media ที่กลุ่มผู้บริโภคใช้กันแทบทุกคนมิหนำซ้ำยังเสพติดสื่อออนไลน์ประเภทนี้อีกด้วย และด้วยความที่ Facebook มีรูปแบบการทำงานบวกกับแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายทั้งในเรื่องของการโพสต์ข้อความ อัพโหลดรูปภาพ และวีดีโอเข้าสู่ข้อมูลส่วนตัว จึงทำให้ผู้ประกอบการสามารถถ่ายรูปสินค้าสร้างเป็นอัลบั้มแคตตาล็อกและอัพโหลดขึ้นสู่ Facebook พร้อมโพสต์ข้อความที่เป็นการเสนอขายสินค้าได้โดยทันที จึงทำให้ผู้ประกอบการประหนึ่งเสมือนมีร้านค้าอยู่บนโลกออนไลน์ไปโดยปริยาย ซึ่งฐานลูกค้าของผู้ประกอบการก็คือกลุ่มเพื่อนทั้งหมดที่มีใน Facebook นั่นเอง ที่สำคัญก็คือผู้ประกอบการจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายกับการใช้ช่องทางนี้สำหรับการขายสินค้าเลยแม้แต่บาทเดียว

4. Twitter

เป็นอีกหนึ่ง Social Media ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นช่องทางในการขายสินค้าได้สำหรับการใช้ Twitter ซึ่งผู้ประกอบการสามารถใช้การทวีตข้อความเพื่อขายสินค้าตามรูปแบบที่ได้กำหนดขึ้นเองพร้อมทั้งลงลิ้งค์เอาไว้เพื่อให้ผู้ที่สนใจคลิ๊กเข้าไปดูที่รูปภาพของสินค้าที่อัพโหลดไว้ได้ ซึ่งข้อดีของ Twitter ก็คือผู้ประกอบการสามารถสื่อสารกับบรรดากลุ่มลูกค้าได้โดยทันที สามารถอัพเดทความเคลื่อนไหวของสินค้าได้ตลอดเวลา เป็นการประชาสัมพันธ์สินค้าแบบปากต่อปากในลักษณะของ Viral Marketing อันทรงพลังที่มีการบอกต่อแบบไม่มีที่สิ้นสุด และที่สำคัญคือข้อความตัวอักษรที่ผู้ประกอบการทวีตไปนั้นสามารถช่วยเร่งเร้าความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างสูง โดยทั้้งนี้หากคิดจะใช้ Twitter ให้ได้ผลผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องมีศิลปะในการสื่อสารที่ทรงอาณุภาพพร้อมทั้งเครือข่ายที่กว้างขวางด้วย

5. Youtube

เป็นวิธีการขายสินค้าที่ดีมากอีกวิธีหนึ่ง เพราะผู้ประกอบการสามารถให้รายละเอียดของสินค้าในแบบที่ลงรายละเอียดไปได้ลึกในอีกระดับหนึ่ง เพราะ Youtube เป็นคลิปวีดีโอที่ให้ทั้งภาพและเสียงซึ่งผู้ประกอบการสามารถที่จะสร้างสรรค์เองได้อย่างง่ายๆ ที่สำคัญการได้เห็นสินค้าในลักษณะที่เป็นวีดีโอนั้นสามารถที่จะสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคได้ดีกว่าการได้เห็นแค่เพียงตัวหนังสือและภาพนิ่งหลายสิบเท่าตามหลัก Theories Motivation ซึ่งสินค้าบางอย่างก็จำเป็นที่จะต้องมีสาธิตวิธีการใช้ด้วยและ Youtube ก็สามารถตอบโจทย์ในข้อนี้ได้อย่างลงตัวที่สุด แต่ข้อที่พึงระวังก็คือการใช้ Youtube เป็นเครื่องมือในการขายสินค้านั้นส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีปัญหาในเรื่องของความต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคจะไม่สามารถที่จะโยงผลิตภัณฑ์ประเภทต่างๆ เชื่อมโยงเข้าหาธุรกิจของผู้ประกอบการได้ ดังนั้นทางที่ดีก่อนที่จะขายสินค้าผ่าน Youtube ทุกครั้งผู้ประกอบการจำเป็นที่จะต้องวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจที่สร้างสรรค์ด้วย การขายของด้วยคลิปวีดีโอจึงจะประสบความสำเร็จ

จะเห็นได้ว่าช่องทางการขายสินค้าในรูปแบบใหม่ๆ ที่ทาง INCquity ได้นำเสนอไปนั้น เป็นวิธีการขายสินค้าที่ไม่จำเป็นที่จะต้องมีหน้าร้านเลยแม้แต่แบบเดียว จึงเหมาะสมสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ ทุกท่านที่มีความฝันอยากจะลงมือทำธุรกิจแต่ยังขาดแคลนเงินทุนอยู่ เพราะความจริงแล้วธุรกิจสามารถเริ่มต้นได้ทุกที่เพียงแต่ผู้ประกอบการจะต้องหาจุดออกสตาร์ทให้เจอเท่านั้นเอง

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์