Rickshaw Dumplings ตัวอย่างการดำเนินงานร้านอาหารร่วมกับหุ้นส่วน

Photo belongs to Prospect Park Alliance

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลายบริษัทนั้นดำเนินธุรกิจไปด้วยความสามารถของผู้ก่อตั้งเพียงหนึ่งคน เพราะหลายครั้งที่หุ้นส่วนก็นำมาพาซึ่งเรื่องปวดหัวมากกว่าจะทำให้สบายใจ และหลายครั้งที่การโต้เถียง ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน หรือความขัดแย้งบางประการนำมาซึ่งทางตันมากกว่าทางออก

ลองหันมาดูความสำเร็จของธุรกิจร้านอาหารอย่าง Rickshaw Dumplings ตัวอย่างของการทำงานร่วมกันระหว่างหุ้นส่วนที่น่าเอาอย่าง ทักษะในการดึงเอาความสามารถและไอเดียเด็ดของอีกฝ่ายออกมา แม้แต่เรื่องของแรงบันดาลใจและพลังในการทำงานที่สามารถถ่ายทอดสู่ “ทีม” ทำธุรกิจ David Weber และ Kenny Lao สองผู้ก่อตั้งแห่ง Rickshaw Dumplings ประสบความสำเร็จจากความสดใหม่ด้วยความกล้านำเสนอการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านทาง food truck จนในวันนี้สามารถพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า เกี๊ยวกว่าหกพันชิ้นที่ขายหมดในแต่ละวันนั้นไม่ใช่ตัวเลขที่เกินเลยแต่อย่างใด

เพราะธุรกิจต้องถูกขับเคลื่อน

 ในปี 2002 วิทยาลัยธุรกิจ Stern ในช่วงที่ David และ Kevin ยังเป็นนักศึกษาอยู่นั้น ทั้งสองคนได้ร่วมมือกันสร้างแนวคิดสำหรับแผนธุรกิจเพื่อสำหรับส่งประกวด ในครั้งนั้น ทั้งคู่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศจากแนวคิด Rickshaw Dumplings ทั้งคู่ไม่หยุดความคิดไว้เพียงแค่รางวัลที่การันตีท่านั้น อันดับแรก พวกเขาเฉลิมฉลองให้กับ Anita Lo เชฟที่คอยช่วยเหลือพวกเขาในการออกแบบเมนู อันประกอบไปด้วยเกี๊ยวไก่ และเกี๊ยวของประเทศไทย คิดค้นสูตรน้ำซุปรสอร่อย David และ Kevin เปิดหน้าร้านของพวกเขาร้านแรกในนิวยอร์กเมื่อปี 2005 และทันทีที่เปิดตัวก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก ดึงดูดผู้คนจากเขตอื่นๆ ให้มีโอกาสมาลิ้มลองรสชาติ และเกิดคำถามต่อมาว่า ทำไม Rickshaw Dumplings ถึงไม่ไปเปิดสาขาที่เขตอื่นๆ บ้าง?

ต้องเติบโต ถ้าอยากอยู่รอด

การเปิด Rickshaw Dumplings สาขาที่สองในมหาวิทยาลัยนิวยอร์กนั้นล้มเหลวอย่างมาก และลากเอาความสำเร็จที่เคยได้รับให้สูญหายตามลงไปด้วยเช่นกัน เพียงแค่ 6 เดือนนับจากที่สาขาสองเปิดตัว ทั้ง David และ Kevin เริ่มมองเห็นถึงความผิดที่ผิดทางที่ธุรกิจกำลังดำเนินอยู่ การทำการตลาดที่ไม่ลงตัว เริ่มจากการจัดพื้นที่ที่ลูกค้าอย่างนักศึกษาต้องเบียดเสียดกันเข้ามาเพื่อซื้อสินค้า แต่เมื่อลองสำรวจกลุ่มเป้าหมายที่วางไว้ในช่วงเริ่มต้น วัยทำงานตอนต้นต่างหากที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงตั้งแต่แรก และยังเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นจากอัตราจากจัดจำหน่ายทั้งหมด พวกเขาเริ่มเห็นเค้าลางของการล้มละลายอยู่ไกลๆ

ลืมเรื่องการเติบโตทางธุรกิจไปเสีย Rickshaw Dumplings ต้องการความมั่นใจว่าธุรกิจจะอยู่รอดต่อไปมากกว่า ในช่วงเวลาอันยากเย็นนั้น David มีไอเดียเรื่องการจัดจำหน่ายอาหารผ่านรถบรรทุก และเป็นเรื่องที่จะสร้างความแน่นอนอันสามารถปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ ลองมองย้อนกลับไปดูจุดกำเนิดของเกี๊ยว เป็นอาหารที่ถูกเร่ขายตามถนนครั้งเป็นที่นิยมในแถบเอเชีย สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือการลองทดสอบตามบริเวณต่างๆ ค้นหาว่าพื้นที่ไหนที่มีกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด แต่ก็เป็น Kevin ที่แย้ง David ว่าไอเดียของเขานั้นอาจไม่ถูกต้องนั้น แต่ในภายหลัง ธุรกิจร้านอาหารแบบ food truck ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นเทรนด์ใหม่ที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของคนในเมืองได้อย่างพอดี

มาถึงในปี 2008 Rickshaw Dumplings ในรูปแบบ food truck ก็เปิดตัวสู่สาธารณะเป็นครั้งแรก และประสบความสำเร็จแบบทันที เมื่อนั้น สองผู้ก่อตั้งจึงตัดสินใจที่จะขยายจำนวนคันรถให้เพิ่มมากขึ้นอีก ผลกำไรคืนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และแทนที่จะสั่งเพิ่มจำนวนให้กระจายไปตามพื้นที่ต่างๆ ให้เพิ่มขึ้นไปอีก David และ Kevin จำกัดเวลาในการจัดจำหน่ายแทน โดยกำหนดตารางวันและเวลาการออกจัดจำหน่ายผ่านทางทวิตเตอร์อีกด้วย

ทั้ง David และ Kevin ยังรู้จักที่จะประยุกต์บทเรียนด้านการตลาดที่พวกเขาได้เรียนมาในการทำงานจริง ด้วยการปล่อยให้รถบรรทุกขายเกี๊ยวของพวกเขาเป็นเหมือนสนามสำหรับเรียนรู้และทดลองประสบการณ์ใหม่ๆ ในการดำเนินธุรกิจอาหาร ส่งผลให้ Rickshaw Dumplings ค่อยๆ เริ่มต้นเชื่อมโยงเข้าสู่การเป็นต้นแบบกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ชอบซื้อสินค้าจาก food truck

เพราะความสำเร็จที่แบรนด์ได้รับ นำพามาซึ่งผู้ลงทุนที่สนใจในธุรกิจนี้ พวกเขานำเสนอความมั่นคงของกระแสเงินสดที่แบรนด์จะได้รับ รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วยเช่นกัน จนเกิดเป็นการเปิดตัวร้าน Rickshaw Dumplings ในไทมส์ สแควร์ และมีพนักงานในความดูแลถึง 70 คน

ทำงานกับหุ้นส่วนให้ได้ผล

เมื่อไหร่ที่ดำเนินธุรกิจร่วมกับหุ้นส่วน ความคาดหวังที่มีจากการโต้แย้งกันเพื่อแก้ปัญหาก็สูงขึ้นตาม ทั้ง David และ Kevin เข้าข่ายการโต้แย้งที่ว่านี้ แต่พวกเขาก็เข้าใจว่าการมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะสิ่งที่สำคัญกว่าคือการทำธุรกิจร่วมกันนั้นเป็นเรื่องเดียวกันอย่างหยินกับหยาง สององค์ประกอบที่จะเติมเต็มอีกฝ่ายหนึ่งให้สมบูรณ์มากขึ้นได้

• • •

ประโยชน์อย่างหนึ่งของการทำงานร่วมกับหุ้นส่วนคือ ภาระหน้าที่ในการดูแลงานแต่ละส่วนจะถูกลดทอน ทำให้มีความสามารถในการดูแลและรับผิดชอบงานที่มีอยู่ในมือได้อย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น เหมาะสมตามความสามารถและความถนัดของแต่ละบุคคล David จะโฟกัสไปที่เรื่องของการเงิน สัญญาเช่าทั้งหลาย และสำหรับ Kenny จะดูแลเรื่องการประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์ของธุรกิจ สร้างสรรค์ความมหัศจรรย์ในการนิยามเอกลักษณ์อันชัดเจนของแบรนด์ ซึ่งการทำงานร่วมกันเช่นนี้บ่งชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการตัดสินใจ ไม่ว่าจะดีเลิศหรือล้มเหลว การมองเห็นโอกาสยังเป็นเรื่องสำคัญในการพลิกสู่กลยุทธ์แห่งความสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างไม่น่าเชื่อเช่นกัน

 

ที่มา:

http://rickshawdumplings.com/

บทความ Making Partnerships Work จาก /www.bonigala.com

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์