5 แนวคิดเริ่มต้นพัฒนาสินค้าสำหรับ SME

"Creativity, as has been said, consists largely of rearranging what we know in order to find out what we do not know. Hence, to think creatively, we must be able to look afresh at what we normally take for granted." — George Kneller, photo belongs to Matthew Oliphant
R&D เป็นการหาข้อมูลว่าปัญหาของผลิตภัณฑ์คืออะไร และความต้องการลูกค้าคืออะไร และพยายามปรับปรุงสินค้าของเราให้ดีขึ้นและตรงใจลูกค้ามากขึ้นเท่านั้น

R&D หรือ Research & Development (วิจัยและพัฒนาสินค้าหรือบริการ) อาจเป็นคำที่ดูน่ากลัวสำหรับธุรกิจรายเล็กๆ อย่าง SME เพราะฟังดูเป็นเรื่องไกลตัว เรื่องขององค์กรใหญ่ๆ ต้องใช้ต้นทุนและความรู้สูงถึงจะทำได้ แต่ความจริงแล้ว R&D เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ใครๆ ก็สามารถทำได้เองง่ายๆ แค่เพียงเป็นการหาข้อมูลว่าปัญหาของผลิตภัณฑ์คืออะไร และความต้องการลูกค้าคืออะไร และพยายามปรับปรุงสินค้าของเราให้ดีขึ้นและตรงใจลูกค้ามากขึ้นเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น การพยายามทดลองหาสูตรน้ำซุปของร้านก๋วยเตี๋ยวเพื่อให้ได้รสชาติตรงกับที่ลูกค้าชอบ หรือการทดลองปรับสูตรการผลิตขนมปังเพื่อลดต้นทุนก็ถือเป็นการทำ R&D อย่างหนึ่งเช่นกัน ซึ่งจุดประสงค์หลักๆ ของ R&D มีไว้เป็นเครื่องมือช่วยให้เราพัฒนาสินค้าบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดได้ง่ายขึ้น และยังทำให้ได้เปรียบคู่แข่งด้วยการลดต้นทุน พัฒนาสินค้าใหม่ หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบสินค้าเดิมให้ตรงใจลูกค้ามากกว่าอีกด้วย

ถึงแม้ว่าธุรกิจที่เรามีอยู่อาจไม่ได้มีงบถึงขั้นไปจ้างทีม outsource มาเพื่อช่วยทำ R&D ได้ แต่ความจริงแล้วเราสามารถทำ R&D ได้เองและใช้ได้จริงจากหลายๆ อย่างใกล้ตัว ด้วยเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้

ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาให้ชัดเจน

การตั้งเป้าหมายสำหรับการทำ R&D คือส่วนสำคัญ โดยควรตั้งเป้าว่าจะพัฒนาสินค้าเพื่ออะไรพร้อมๆ กับคิดไปด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่จะทำออกมาได้จริงหรือไม่ เช่น ถ้าช่วงเวลานั้นสินค้าของเราเริ่มจะไม่เป็นที่ต้องการผู้ใช้ เราควรตั้งเป้าหมายในการพัฒนาสินค้าเดิมที่มีอยู่หรือสร้างสรรค์สินค้าใหม่ขึ้นมาเพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าให้ตรงตามความต้องการของผู้ใช้อีกครั้ง หรือเราอาจตั้งเป้าจะลดต้นทุนและเพิ่มยอดขายเมื่อรู้สึกว่าต้นทุนที่มีสูงเกินไปทั้งๆ ที่สามารถลดทอนบางส่วนลงมาได้

เหมือนอย่าง Apple ที่ตั้งเป้าหมายให้สินค้าตรงตามใจลูกค้าโดยคอยสำรวจความต้องการของลูกค้าจากสินค้าเวอร์ชั่นเก่าๆ เพื่อนำไปปรับปรุงพัฒนาต่อยอดให้กับสินค้าที่กำลังจะออกใหม่ โดยตั้งเป้าหมายให้สินค้าเหล่านั้นตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้นกว่าเดิม

R&D

photo belongs to www.apple.com

เตรียมทีมงานให้พร้อม

การทำ R&D อาจไม่จำเป็นต้องใช้ผู้มีความสามารถเฉพาะด้านก็ได้ แต่ต้องให้ทีมงานที่ทำงานร่วมกันเข้าใจเป้าหมายและวิธีการทำงานในทิศทางเดียวกัน

หลังจากกำหนดเป้าหมายไว้ในใจอย่างชัดเจนแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับถัดมาคือการสร้างทีม ซึ่งในกรณีที่เป็นธุรกิจใหญ่ๆ เราสามารถหาคนที่มีความสามารถเฉพาะด้านอย่างเช่น ด้านวิศวกรรม การคิดค้น ด้านการตลาด และด้านการเงิน มารวมตัวกันเพื่อทำ R&D แต่หากเราเป็นเพียงธุรกิจ SME ก็ไม่ต้องกังวล เพราะการทำ R&D อาจไม่จำเป็นต้องใช้ผู้มีความสามารถเฉพาะด้านก็ได้ แต่ต้องให้ทีมงานที่ทำงานร่วมกันเข้าใจเป้าหมายและวิธีการทำงานในทิศทางเดียวกัน

วิธีง่ายๆ เพื่อเตรียมพร้อมให้พนักงานก็คือให้ความรู้และความเข้าใจในเป้าหมายที่เราต้องการจะไปให้ถึงจากการทำ R&D เพื่อให้ลูกทีมทุกคนเข้าใจไปในทางเดียวกัน และเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หรือเราอาจสร้างกล่องแสดงความคิดเห็นขอไอเดียดีๆ จากพนักงานเพื่อนำมาพัฒนาสินค้าที่มีอยู่ หรือไอเดียสร้างสินค้าใหม่ๆ ที่เราอาจคิดไม่ถึง ซึ่งอาจมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ สำหรับไอเดียดีๆ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและกระตุ้นให้พนักงานคิดและระดมสมองหาความคิดดีๆ มาเสนอก็ได้

ถามหาความช่วยเหลือจากซัพพลายเออร์

การพยายามผูกมิตรกับผู้อื่นย่อมส่งผลดีกับเราไม่มากก็น้อย ซัพพลายเออร์ก็ถือเป็นพาร์ทเนอร์ทางการค้าที่สำคัญกับธุรกิจเรามากอีกรายหนึ่ง การผูกมิตรเอาไว้อาจช่วยให้เข้าถึงวัตถุดิบหรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถนำมาปรับใช้กับธุรกิจ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้ล้ำหน้าคู่แข่งไปอีกขั้นได้ อีกช่องทางหนึ่งที่หลายคนคิดไม่ถึงว่าจะสามารถช่วยได้ก็คือห้องแล็ปมหาวิทยาลัยซึ่งอาจมีสถานที่และอุปกรณ์ต่างๆ ให้เช่าหรือยืมใช้ รวมถึงผลงานบางอย่างที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถนำไปทดลองปรับใช้ให้เข้ากับผลิตภัณฑ์ของเราได้อีกด้วย

R&D

photo belongs to mjmkeating

เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร คือหัวใจสำคัญที่สุด

การทำ Research เป็นส่วนที่สำคัญมากในการเริ่มกระบวนการ R&D เพราะช่วยทำให้รู้ช่องทางและโอกาสที่เราจะเข้าไปอยู่ในตลาดได้

เพื่อไม่ให้การทำ R&D ของเราสูญเปล่า สิ่งสำคัญที่สุดและควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือการทำ Research ข้อมูลจากกลุ่มลูกค้า เพราะคงไม่มีประโยชน์ถ้าเราพยายามพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นแต่กลับไม่ตรงตามความต้องของผู้ซื้อ โดยเราเราสามารถเริ่มจากไปสำรวจว่าผู้บริโภคส่วนมากมีพฤติกรรมการซื้อสินค้าอย่างไร หรือเหตุใดจึงเลือกผลิตภัณฑ์ของคู่แข่ง อาจใช้เครื่องมืออย่าง Google หาข้อมูลพื้นฐานต่างๆ และรวมไปถึงใช้ดูว่าเทรนด์ตลาดมีทิศทางเป็นอย่างไร อย่างเช่น ถ้าเราทำสินค้าเกี่ยวกับเครื่องดื่ม แล้วเห็นว่าพฤติกรรมผู้บริโภคช่วงนี้หันมาเอาใจใส่สุขภาพ เราอาจผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดช่วงนั้น หรือร้านก๋วยเตี๋ยวที่คิดจะทำรสชาติน้ำซุปใหม่ๆ ทางร้านก็ต้องคอยติดตามผลตอบรับของผู้ทานว่ามีรสชาติเป็นอย่างไรบ้าง? หวานไปรึเปล่า? หรือเค็มไปรึเปล่า? ชอบใจในรสชาติไหม?

จะเห็นได้ว่าการทำ Research เป็นส่วนที่สำคัญมากในการเริ่มกระบวนการ R&D เพราะช่วยทำให้รู้ช่องทางและโอกาสที่เราจะเข้าไปอยู่ในตลาดได้ อีกทั้งยังทำให้เราสามารถทำงานอย่างมีทิศทางและจัดเรียงลำดับความสำคัญของสิ่งที่ควรจะทำต่อไปในอนาคตได้อีกด้วย

วางแผนให้รัดกุม ลงมือทำอย่างเป็นระบบ วัดผลได้ชัดเจน

R&Dหลังจากได้ทำการค้นคว้าสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจจากหลายด้านแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะใช้ข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์โดยนำมาประมวลผลและวางแผนการทำงาน ซึ่งจะช่วยให้งานดำเนินไปอย่างราบรื่น ตรงเวลา และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการบริหารเวลาการทำงานอาจเริ่มจากวางแผนการทำงานตั้งแต่เริ่มจนถึงกระบวนการสุดท้ายเพื่อให้สามารถติดตามความคืบหน้าของสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ได้ และเพื่อดูว่ากระบวนการเหล่านั้นยังอยู่ในกำหนดเวลาตามแผนหรือเปล่า

ถึงธุรกิจเราจะเล็กและไม่ซับซ้อนแต่การวางแผนงานเพื่อทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ก็สำคัญเช่นกัน เช่นถ้าเราเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยวแล้วเราจะพัฒนาสูตรน้ำซุปให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าก็ต้องคิดให้ดีก่อนว่าเราจะใช้วิธีไหนเก็บข้อมูลดี ซึ่งเราอาจจะเลือกใช้แบบสอบถามหรือจะถามลูกค้าโดยตรงแล้วจดบันทึกเอาเองว่าพวกเขาชอบแบบใด ซึ่งในทุกช่วงของกระบวนการควรมีการประเมินผลอยู่ตลอด และการประเมินผลก็ควรสามารถวัดค่าออกมาได้ และเมื่อลองเปลี่ยนสูตรตามข้อมูลที่เก็บได้มาแล้วก็ควรนำข้อมูลเหล่านั้นมาประมวลผลและสรุปผล เพื่อดูว่าสิ่งที่ทำลงไปยังอยู่ในขอบเขตของเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ออกมาจะยังตรงกับความต้องการของลูกค้าอยู่หรือไม่ โดยการวัดผลต้องเป็นไปอย่างละเอียดและรอบคอบเพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไปในทางที่ดีจริงหรือเปล่า ซึ่งนอกจากต้องกังวลปัจจัยเรื่องเวลา ความคืบหน้า และผลลัพธ์ที่ออกมาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงและมีความสำคัญไม่แพ้กันก็คือต้นทุนที่ใช้ไปกับกระบวนการนี้ ซึ่งเราควรกำหนดไว้แต่แรกและเฝ้าระวังไม่ให้งบบานปลายด้วยเช่นกัน (photo belongs to J'Roo)

• • •

R&D หรือการวิจัยและพัฒนาสินค้าอาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัว แต่ความจริงแล้วกลับเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเริ่มทำได้เองทุกวัน ไม่สำคัญว่าเราเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ เพียงแค่ลองวางแผนการ Research ให้ดี ตั้งเป้าหมายให้ชัด และคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เพียงเท่านี้ R&D ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปแล้ว

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์