นอกจากเงิน มีสิ่งใดทำให้พนักงานมีความสุขได้อีก

"The human race has one really effective weapon, and that is laughter." ~Mark Twain • photo belongs to Evan Bench
 อาจเป็นเพราะมันน่าจะเป็นวิธีการที่เร็วที่สุด และดูเหมือนจะได้ผลที่สุดในสายตาของหัวหน้างาน เพราะหัวหน้าเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกันสักเท่าไร

ก่อนหน้าวันโลกที่หมุนเร็วจนต้องวัดทุกอย่างด้วยตัวเงินอย่างในปัจจุบันนี้ แท้ที่จริง บริษัทเคยเป็นแค่เพียงตึกที่รวบรวมคนที่รักจะทำในสิ่งเดียวกัน ยินดีร่วมหัวจมท้ายโดยตัดสินใจจะแชร์ทุกอย่างด้วยกันต่างหาก และบ่อยครั้งที่เงินกลายเป็นสิ่งที่พวกเขาพูดถึงท้ายที่สุดเพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าตราบใดที่ยังมีรายจ่ายเกินกว่ารายได้ ตราบนั้นทุกคนก็ยังไม่สบายใจ และนั่นเป็นกลายเป็นแรงกระตุ้นระดับพื้นฐานที่สุดที่ผลักดันทุกคนในองค์กรให้ไปข้างหน้าด้วยกัน แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าทุกวันนี้เมื่อเราต้องสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน เรากลับเริ่มตั้งคำถามแรกกันก่อนว่า แล้วจะต้องลงทุนเท่าไร

ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาขวัญและกำลังใจในองค์กรเห็นด้วยกับเราว่า ความพยายามในการทำเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่หนทางเดียว และเราได้ยกตัวอย่าง 9 วิธีที่เป็นไปได้ในการผลักดันให้ทีมของคุณไปข้างหน้าซึ่งแทบไม่มีเงินเข้ามาเกี่ยวข้องเลย แต่ทั้งหมดนั้นเกี่ยวเนื่องกับความสัมพันธ์ และสภาพแวดล้อมทั้งในที่ทำงานและในสายงานบังคับบัญชา

เอ่ยปากชม

เป้าหมายของมนุษย์ทุกคนคือความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าความสำเร็จนั้นจะเป็นแค่การทำงานเล็กๆ ในหนึ่งวัน หรือหลักไมล์ใหญ่ๆ อย่างโปรเจคท์ขนาดหลายเดือนเดือนก็ตาม และหนึ่งในเครื่องมือวัดความสำเร็จนั่นก็คือคำชม แต่ปัญหาของการชมนั้นดูเหมือนจะย้อนกลับมาที่เราเองซึ่งต้องเป็นผู้เอ่ยชม โดยหลักการง่ายๆ คือทุกครั้งที่พนักงานของคุณมีการปรับปรุงหรือพัฒนาตัวเองหรืองานขึ้นมาได้สักระดับหนึ่ง นั่นคือโอกาสในการเอ่ยปากชื่นชม เริ่มจากต่อหน้าเพียงลำพัง และพัฒนาเป็นการชมต่อหน้าผู้อื่นได้ต่อไป

ให้คุณค่า ให้ความรับผิดชอบ

ถ้าตลอดเวลาที่ผ่านมา การมีหัวหน้าทีมไม่ได้ทำให้ประสบความสำเร็จมากขึ้น คุณอาจจะลองปรับผังการทำงานให้พนักงานของคุณทำงานร่วมกันสักโครงการโดยไม่ต้องมีผู้จัดการหรือคนดูแลหลัก แต่แบ่งงานและให้งานหมวดนั้นขึ้นตรงกับคนๆ หนึ่งไปเลย การปล่อยให้คนในห้องทำงานร่วมกันในระดับที่เท่าเทียมกัน นั่นคือการพิสูจน์คุณค่าเรื่องความเป็นทีมอย่างแท้จริง ผลงานที่ออกมานั้นจำเป็นจะต้องเกิดจากเวลาและหน้าที่ของผู้รับผิดชอบเรื่องนั้นซึ่งไม่มีใครสามารถมาออกรับแทนได้อีกต่อไป พลังแรงกายแรงใจทั้งหมดย่อมต้องถูกทุ่มเทลงมาอย่างไม่มีข้อแม้

ไม่ต้องสั่ง แค่ผลักดัน

ไม่มีใครชอบคำสั่ง แต่แน่นอนว่าโดยวิธีในข้อนี้เรายังคงสั่งงาน แต่กลายเป็นการสั่งงานแบบอ้อมๆ ที่พนักงานรู้สึกว่าเขาได้ออกความคิดกับงานนั้นด้วย หรือไม่ก็เป็นแค่การบอกว่า “ผมต้องการได้...” แล้วเปิดช่องให้เขาคิดหาทางนำสิ่งนั้นมาให้คุณด้วยตัวเอง พูดอีกทางคือแทนที่คุณจะออกคำสั่ง คุณกลับทำแค่ผลักดันให้เขาสร้างคำสั่งให้ตัวเอง หรือผลักไอเดียของคุณให้กลายเป็นไอเดียของเขาไป "คุณว่าดีไหมถ้าเราทำแบบนี้?" ความรู้สึกดีเกิดขึ้นเพราะผู้รับคำสั่งรู้สึกว่าเขากำลังผลักดันตัวเขาเอง นี่เป็นความแตกต่างเพียงเล็กน้อยที่ให้พลังแตกต่างกันมหาศาลทีเดียว

อย่าเสียเวลาตำหนิ แต่แนะวิธีให้แก้ไข

ทุกคนมีโอกาสทำผิดพลาด แต่ไม่ค่อยมีใครสบายใจนักเวลารู้อย่างนั้น "คุณว่าเรื่องนี้มีวิธีทำแบบอื่นอีกไหมนะ?” หรือ “ลองดูอีกสักวิธีหน่อยได้ไหมว่าให้ผลต่างกันอย่างไร” ปล่อยให้เขาได้ใช้เวลากับความคิดใหม่ๆ เรียนรู้จากความผิดพลาด ที่ตัวเองทำลงไป และลองแก้ไขมันดูด้วยตัวเอง คุณอาจต้องให้เวลาเขาเพิ่ม แต่สิ่งที่ได้กลับมาคืออีกคนที่ได้เรียนรู้ ไม่ใช่คุณพาเขารอดไปได้อีกครั้งแต่เขาก็ยังเป็นอยู่อย่างเดิม และที่สำคัญคือ พนักงานของคุณเองก็ไม่ได้โดนบั่นทอนกำลังใจ

ส่งเสริมกันในด้านดี

ใครทำได้ดีสมควรได้รับการกล่าวถึงจากการกระทำ และปล่อยให้มันกลายเป็นตัวอย่างให้กับพนักงานคนอื่นๆ ต่อไป ทำสิ่งนี้อย่างต่อเนื่อง ตั้งจุดหมายไว้สูงแต่สามารถเป็นไปได้ และปล่อยให้แรงจูงใจในการพัฒนาตัวเองเพื่อให้ถึงจุดมุ่งหมายของการได้รับคำชื่นชมและยอมรับนั้นเกิดขึ้นด้วยตัวเอง

ทานกลางวันด้วยกันบ้าง

ทำให้พวกเขาแปลกใจ แต่อย่าไปพูดทำนองว่าคุณกำลังคิดสร้างนโยบายอะไรใหม่ (แม้จะคิดอยู่ก็ตาม) เลยอยากชวนไปกินข้าว แค่เดินเข้าไปหาและเชิญพวกเขาให้ไปทานอาหารกลางวันด้วยกันเฉยๆ สำหรับพนักงานแล้วนั่นเป็นวิธีง่ายๆ ที่คุณกำลังบอกเขาว่า คุณสังเกตเห็นและชื่นชมการทำงานของพวกเขาอยู่ คงไม่ใช่เรื่องลำบากเกินไป ถ้าเทียบกับผลตอบรับในทางบวกที่จะได้กลับมาจากพนักงานของคุณ

แสดงความชื่นชมด้วยรางวัลชิ้นเล็กๆ

สิ่งนี้สามารถเป็นไปได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแค่การแสดงความชื่นชมเขาในที่ประชุมของบริษัทหรือหลังการจัดเกมส์ภายในบริษัทที่มีการประกาศผลบนกระดานข่าวที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ ก็มีการมอบถ้วย คูปองรับประทานอาหารเย็นที่ร้านสุดหรู สปา ฯลฯ สิ่งเหล่านี้สร้างความสนุกสนาน แรงบันดาลใจ และความภาคภูมิใจในการทำงาน (ในระดับที่พอจ่ายไหว) ได้เสมอ

สังสรรค์ในบริษัท

จะไปทริป ปิกนิก จัดงานวันเกิดให้พนักงาน หรือแม้แต่เล่นมุก Happy Hour ที่ออฟฟิศนั้นทำได้โดยไม่ต้อง รอให้ถึงวันหยุดบริษัท ไม่ว่ากิจกรรมนั้นจะเล็กหรือใหญ่ แต่มันจะคอยย้ำเตือนพนักงานของคุณรู้สึกถึงความผูกพันว่าเรายังคงอยู่ด้วยกันเสมอ

แบ่งปันทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย

หากทุกอย่างกำลังไปได้สวย แน่นอนว่าเราต้องฉลองร่วมกัน เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะมอบคำขอบคุณสำหรับการทำงานหนักของพวกเขา แต่เมื่อเกิดความล้มเหลวหรือความผิดหวังคุณก็ควรให้พวกเขาได้รับรู้เช่นกัน หากคุณคาดหวังให้งานมีประสิทธิภาพ พวกเขาก็คงอยากรู้ว่าเขาจะอยู่เคียงข้างคุณได้อย่างไร จงซื่อสัตย์และโปร่งใสแล้วใจพวกเขาจะอยู่กับคุณอย่างแน่นอน

• • •

เราไม่ได้กำลังบอกให้คุณลดเงินเดือนพนักงาน หรือไม่มีโบนัสให้พวกเขา แต่การที่จะทำให้พนักงานของคุณมีความกระตือรือร้นในการทำงานอยู่ตลอดเวลานั้น แท้จริงไม่ใช่เรื่องยากอะไร คุณเพียงแค่ใส่ใจความรู้สึกของพวกเขาให้เหมือนกับที่คุณใส่ใจความรู้สึกของตัวเองด้วยวิธีต่างๆที่เราได้ นำเสนอไป ไม่ว่าจะเป็นการให้กำลังใจ การชื่นชมยินดี การแบ่งปันความรู้สึกที่ดีและไม่ดีร่วมกัน หรือแม้แต่การสอนทักษะต่างๆให้พวกเขาได้มีโอกาสเติบโตก้าวหน้า ทำให้พวกเขามีความสุขกับการทำงานตลอดวันเวลาที่อยู่กับบริษัทของคุณ เราอยากให้คุณได้เห็นรอยยิ้มของพนักงานทุกวัน ไม่ใช่เห็นเพียงแค่วันที่เงินเดือนออก มีวิธีอื่นอีกมากมายให้คุณได้ลองไปทำ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ก็น่าจะทำให้คุณมีความคิดดีๆ เกิดขึ้นมากมายเลยล่ะ จริงไหม?

 

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์