วิธีพิจารณา Resume ผู้สมัครงาน

Photo By mjcrodez with Creative Common 2.0

เชื่อว่าผู้ประกอบการคงจะเคยพบได้พบเห็นและอ่าน Resume ของผู้สมัครงานผ่านตามาแล้วไม่น้อยกว่า 10 ฉบับนับตั้งแต่เริ่มต้นทำธุรกิจมาแน่นอน เพราะเจ้าตัว Resume หรือที่เรียกว่าประวัติส่วนตัวนี้ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้สมัครงานทุกคนจะต้องมีเพื่อนำไปใช้ยื่นสมัครงานตามบริษัทต่างๆ เจ้าเอกสารตัวนี้จึงเป็นมากกว่าข้อความที่เขียนแนะนำตนเองกับนายจ้าง แต่มันคือความประทับใจเมื่อแรกเริ่มระหว่างองค์กรกับตัวผู้สมัครงานเลยทีเดียว โอกาสนี้จึงขอถือโอกาสแนะนำเคล็ดลับเทคนิควิธีการคัดเลือก Resume ผู้สมัครงานที่ถูกต้อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้คัดสรรบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่ดีที่สุดเข้ามาร่วมงานภายในบริษัท อันมีเทคนิคที่น่าสนใจ ดังนี้

ตรวจสอบความเรียบร้อยโดยรวม

ขั้นแรกสุดที่ผู้ประกอบการจะต้องทำสำหรับการพิจารณา Resume ก็คือการตรวจสอบความเรียบร้อยโดยรวมทั้งหมด ซึ่ีง Incquity ขอแนะนำให้ผู้ประกอบการมุ่งสังเกตและตรวจดูไปที่การเขียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของไวยากรณ์และการสะกดคำว่าถูกต้องหรือไม่เป็นหลักก่อน ถ้าพบเจอต้องรีบคัดออกโดยทันทีเพราะความผิดพลาดตรงจุดนี้สามารถบ่งบอกได้ถึงความใส่ใจที่ผู้สมัครมีต่อตัวเองและผู้ที่อ่าน เพราะการเขียน Resume นั้นไม่ได้มีข้อจำกัดในเรื่องของเวลา ผู้สมัครจะใช้เวลาเขียนนานเท่าไหร่ก็ได้แถมยังเป็นศิลปะเฉพาะตัวที่ต้องการความปราณีตมากเป็นพิเศษด้วย เพราะสิ่งนี้สามารถท่ี่จะสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกส่วนบุคคลได้ ซึ่งถ้าหากแค่การเขียนหนังสือยังสะกดไม่ถูกแล้วจะนับภาษาอะไรกับการทำงานที่มีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบมากว่านี้อีกเยอะ

การเรียบเรียง

Resume ก็เหมือนกับการเขียนหนังสือบอกเล่าเรื่องราวของตนเองที่ต้องการความมีระเบียบเรียบร้อยพร้อมทั้งเข้าใจง่าย ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องพิจารณาในส่วนของการเรียบเรียงหัวข้อ ประโยค ย่อหน้า รวมไปถึงความน่าอ่านด้วย ให้ทุกส่วนมีความลงตัวมากที่สุด เพราะแน่นอนว่าผู้ประกอบการคงไม่อยากจะมานั่งอ่าน Resume ประเภทที่ว่าเมื่ออ่านจบแล้วก็ต้องมานั่งคิดถามตนเองว่าที่อ่านไปนั้นสรุปใจความสำคัญแล้วมันคืออะไรกันแน่

รูปแบบเป็นสากล

ถึงแม้ Resume จะเป็นการเขียนบอกเล่าประสบการณ์ในการทำงานส่วนบุคคลที่สามารถสร้างสรรค์ได้ตามความคิดของผู้ที่เป็นเจ้่าของ แต่ทว่าความเป็นจริงแล้ว Resume ที่ดีจะต้องมีหัวข้อหลักที่สามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนและประสบการณ์ในการทำงานของผู้เขียนได้ ซึงหัวข้อหลักๆที่จำเป็นจะต้องมี ได้แก่ ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ อีเมล์แอดเดรส ประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ทักษะและความสามารถพิเศษที่มี เรียงตามลำดับกันลงมา โดยอาจจะมีมากกว่านี้ได้แต่ห้ามขาดโดยเด็ดขาด

การศึกษา

เป็นหัวข้อหลักอีกหนึ่งอย่างที่ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะผู้ประกอบการจะไม่มีทางได้พนักงานที่มีศักยภาพสูงสุดตรงกับความต้องการในตำแหน่งงานของบริษัทเลย ถ้าหากเราเลือกคนเข้ามาทำงานในตำแหน่งที่ไม่ตรงกันกับสาขาที่พวกเขาได้เล่าเรียนมา ดังนั้นผู้ประกอบการจะต้องใส่ใจในรายละเอียดส่วนนี้ด้วย

ประสบการณ์การทำงาน

เป็นสิ่งที่ดีหากผู้ที่มาสมัครงานกับเราเคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อน เพราะสิ่งเหล่านี้หมายถึงการมีทักษะและความสามารถในการแก้ไขปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากได้จากการทำงาน พูดง่ายๆก็คือเป็นบุคลากรที่พร้อมทำงานได้โดยทันทีนั่นเอง ซึ่งหากผู้สมัครมีประสบการณ์การทำงานโดยเฉพาะกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นที่น่าเชื่อถือในสังคมจะยิ่งทำให้การพิจารณาของผู้ประกอบการง่ายมากขึ้นอีกหลายเท่าตัว แต่ผู้ประกอบการก็ไม่ต้องไปยึดติดกับในส่วนดังกล่าวให้มากนัก เพราะอัจฉริยะก็ไม่ได้มีประสบการณ์ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดเหมือนกันทุกคน

ทักษะและความสามารถพิเศษ

เป็นสิ่งที่จะช่วยแยกความแตกต่างระหว่างผู้สมัครงานแต่ละคนว่ามีมากขนาดไหน เพราะถ้าเทียบกันแค่การศึกษาบวกกับประสบการณ์การทำงานแล้วนั่นอาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ผู้ประกอบการเห็นภาพได้ ทักษะและความสามารถพิเศษที่พวกเขามีจะเป็นจุดหักมุมที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าบริษัทต้องการผู้สมัครคนใดเข้ามาร่วมงานในอนาคต ซึ่งแน่นอนว่่าผู้สมัครที่มีทักษะบวกกับความสามารถพิเศษที่สามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างย่อมจะเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการมากกว่าผู้ที่มีทักษะเพียงดาษดื่นและทำอะไรได้ไม่ค่อยจะเป็นชิ้นเป็นอันแน่นอน แต่ต้องพึงระวังผู้สมัครงานที่มักใส่รายละเอียดในเรื่องของทักษะและความสามารถพิเศษที่เยอะจนเกินไป เพราะว่าส่วนใหญ่จะเป็นการโอ้อวดเกินความเป็นจริงและสะท้อนบุคลิกภาพให้เห็นว่าเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตนเองเอาเสียเลย

อีเมล์แอดเดรส

เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้ประกอบการมักจะมองข้ามอยู่เสมอสำหรับอีเมล์แอดเดรส เพราะคิดว่าสิ่งนี้ไม่ได้มีนัยยะความสำคัญอะไรกับการทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมากทางจิตวิทยาของการรับสมัครงานเพราะเจ้าสิ่งนี้สามารถบ่งบอกได้ถึงลักษณะนิสัยใจคอรวมถึงความรับผิดชอบที่มีต่อองค์กรด้วย โดยให้ผู้ประกอบพิจารณาดูจากชื่ออีเมล์ที่ใช้ส่งมาสมัครงานถ้าหากเป็นชื่ออิีเมล์ที่มีความไม่สุภาพและเป็นภาษากำกวมหรือเป็นอีเมล์ของทางบริษัทต้นสังกัดเดิม อาทิ sexaha@hotmail.com หรือ vanich@infogination.com แล้วละก็ขอให้ผู้ประกอบการมองข้าม Resume ของผู้สมัครงานเหล่าน้ีไปโดยทันที เพราะนอกจากผู้สมัครงานจะไม่สุภาพแล้วยังเป็นการแสดงออกถึงความไม่ให้เกียรติทั้งต่อตัวบริษัทเราและบริษัทต้นสังกัดปัจจุบันที่เขากำลังทำงานอยู่ด้วย

คนเราถ้าคิดจะรักใครชอบใครสักคนเรามักจะดูกันที่หน้าตาและความประทับใจแรกเมื่อพบเจอเป็นหลักใหญ่หากจะต้องตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมทางกับใครสักคนหนึ่ง ไม่แตกต่างอะไรกันเลยกับการรับพนักงานที่ผู้ประกอบการก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณาดูในส่วนของ Resume ผู้สมัครงานที่ถือเป็นหน้าเป็นตาของพวกเขาให้ถี่ถ้วนด้วยเช่นกัน จึงจะช่วยให้ผู้ประกอบการได้คัดเลือกผู้สมัครงานที่มีความสามารถมากที่สุดที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของบริษัทในอนาคตนั่นเอง

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์