6 ขั้นตอนบอกลาที่ทำงานเก่าอย่างสง่างาม

"A lot of people quit looking for work as soon as they find a job." ~Zig Ziglar • photo belongs to Carey Ciuro
การบอกล่วงหน้านั้นแสดงออกถึงการเตรียมพร้อมของตัวเราเอง และในขณะเดียวกันก็เป็นการให้เกียรติกับหัวหน้างานของเราอย่างที่สุดในการเตรียมแผนรับสถานการณ์ที่กำลังจะมาถึงนี้ด้วย

การทำงานอยู่ที่ไหนนานๆ (ก็แล้วแต่ว่าเราจะนิยามคำว่านานคือเท่าไร) แน่นอนว่าจะทำให้เราเห็นการเจริญเติบโตขององค์กร ความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านดีและไม่ดี และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรารู้สึกอิ่มตัวกับองค์กร เราคงมีความคิดจะเปลี่ยนงาน เปลี่ยนสายงาน หรือแม้แต่ย้ายองค์กรเพื่อเปิดรับประสบการณ์ใหม่ เพื่อนใหม่ รวมถึงเงินเดือนที่สูงขึ้นด้วย

ขั้นตอนก่อนจะก้าวออกจากองค์กรแบบจากกันด้วยดีย่อมเป็นสิ่งที่ทั้งหัวหน้า เพื่อนร่วมงานและองค์กรปรารถนาจากเรา ต่อไปนี้เป็น 5 ข้อที่เราเชื่อว่าเป็นแนวทางที่ให้เกียรติและรักษาน้ำใจที่ดีก่อนการบอกลา

1. เก็บเป็นความลับไว้ก่อน

แม้จะไม่ได้ประกาศ แต่กับเพื่อนสนิทมากแค่ไหนก็ตามเราก็ยังไม่ควรบอกการออกจากงานกับใครไว้ก่อน เพราะเรื่องทำนองนี้นั้นแพร่ได้ไวกว่าไฟลามทุ่ง และที่สำคัญคือ อย่าเพิ่งบอกหัวหน้าเด็ดขาดจนกว่าจะถึงวันที่เราพร้อมที่จะก้าวออกจากองค์กรแล้ว

2. คุยต่อหน้า ก่อนยื่นจดหมาย

การลาออกก็เปรียบได้กับการตัดสัมพันธ์ ไม่มีใครมีความสุขกับการได้รับจดหมายหรือข้อความทำนองนี้ก่อนหรอก เมื่อเทียบกับการพูดคุยกันตรงๆ จนเป็นที่เข้าใจแล้ว แล้วค่อยส่งจดหมายตามขั้นตอนเป็นหนทางที่งามสง่ากว่าการส่งอีเมลหาก่อนแล้วค่อยเจรจา

3. อย่าวิจารณ์ อย่าประจาน

การลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารของ Greg Smith (เกรก สมิธ) จากบริษัท Goldman Sachs (โกลด์แมน แซคส์) กลายเป็นที่ฮือฮาไปทั่ว ผู้คนมากมายยกให้เขาเป็นฮีโร่ผู้กล้าหาญ เมื่อเขาได้เขียนอธิบายถึงเหตุผลที่ลาออกผ่านนิวยอร์คไทมส์ว่าเป็นเพราะเขาไม่พอใจการทำงานของผู้ร่วมงานหลายคนที่ปฏิบัติกับลูกค้าราวกับเป็นคนโง่ แถมยังใส่ไฟ CEO ของบริษัทก่อนออกอีกด้วย เรื่องนี้กลายเป็นข่าวไปทั่วอินเทอร์เน็ตและสร้างแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ต่อโกลด์แมน แซคส์

แม้ว่าเราดูเหมือนมีสิทธิ์จะทำอย่างเดียวกับเกรก สมิธ แต่อย่าเสี่ยงกับอารมณ์ชั่ววูบแบบนี้หากมีเหตุผลเพียงเพื่อความสะใจ โซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นโลกที่ข่าวแพร่กระจายได้รวดเร็วมากและหลายครั้งมันถูกบิดเบือนจนผิดจากวัตถุประสงค์ (ซึ่งอาจจะดี) ของเราไปจนเราพลอยเสียไปด้วย แทบแก้ไขอะไรกลับมาไม่ได้ หากเราจะกล้าบ้าบิ่นอย่างเกรก สมิธ คำแนะนำที่ดีที่สุดเท่าก็คือเตรียมยอมรับผลที่จะเกิดตามมาไว้ด้วยก็ดี

 4. บอกล่วงหน้า และส่งมอบงาน

การบอกล่วงหน้านั้นแสดงออกถึงการเตรียมพร้อมของตัวเราเอง และในขณะเดียวกันก็เป็นการให้เกียรติกับหัวหน้างานอย่างที่สุดในการเตรียมแผนรับสถานการณ์ที่กำลังจะมาถึงนี้ด้วย ยิ่งถ้าเราเป็นคนโปรดของหัวหน้า หรือตำแหน่งที่เราทำไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ แม้ในกฎหมายแรงงานจะกำหนดวันแจ้งล่วงหน้าไว้ประมาณ 1 เดือนก็ตาม แต่เราสามารถให้เขามากกว่านั้นได้เท่าที่จำเป็น การบอกล่วงหน้า 2-3 เดือนไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ตรงกันข้าม หัวหน้าจะเข้าใจได้ทันทีว่า้เราได้ให้โอกาสเขาแล้วในการรับสมัครคนใหม่หรือแม้แต่เปลี่ยนถ่ายพนักงานหนึ่งคนให้เตรียมมาเรียนรู้งานจากเรา เพื่อองค์กรจะได้ทำงานได้ต่อไปแม้ไม่มีเราก็ตาม

การส่งมอบงานจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรเตรียมขั้นตอนไว้บ้าง การสอนงานสัก 2 สัปดาห์นั้นแสดงออกถึงความเอื้อเฟื้อได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกัน จัดอุปกรณ์และไฟล์ต่างๆ ให้เป็นระเบียบ และส่งมอบงานอย่างจริงใจ จะทำให้เรางามสง่าที่สุดเมื่อต้องจากทุกคนไป

5. อย่าแสดงออกจนเกินงาม

ถ้าไม่ใช่การไล่ออก การออกจากงานด้วยความสมัครใจนั้นทำให้ผู้คนทั่วไปรู้สึกได้อยู่แล้วว่าเขาคนนั้นน่าจะออกไปและมีความสุขกว่าเดิมอยู่แล้ว ลำพังใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้นเราเชื่อว่าคนทั่วไปก็โอเค แต่การใช้คำพูดทำนองสิ้นเยื่อขาดใยอย่าง “เดี๋ยวก็ไม่อยู่แล้วล่ะ” หรือ "ลาขาดล่ะนะ" ไม่ว่าจะออกมาจากใจจริงหรือเราจะล้อเล่นตามวิสัยปกติของเราอยู่แล้วก็ตาม หลายครั้งทำร้ายผู้ที่ได้ยินคำนี้โดยไม่ตั้งใจ คำแนะนำของเราคือ แม้งานที่นี่จะจบลงแล้ว แต่สายสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นเรื่องยืนยาวกว่านั้น ตัดสัมพันธ์กับสัญญาจ้างงานได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นอย่าตัดความสัมพันธ์กับคนเลย

6. เผื่อทางกลับไว้บ้าง

แม้การลาออกจะเป็นการสื่อถึงการอยากพบเจอสิ่งใหม่ หรือความก้าวหน้า แต่หากเราเองก็ยังมีความรู้สึกดีๆ กับองค์กรรวมไปถึงเจ้านายหลงเหลืออยู่ ถ้าอย่างนั้นก็ควรเหลือช่องทางการติดต่อสัมพันธ์กันไว้บ้าง เผื่อในอนาคตอาจกลับมาร่วมงานกันได้อีก โทรคุยบ้าง และร่ำลาด้วยดี ทำให้คนคิดถึงเรา

• • •

เราเขียนบทความนี้ด้วยความเป็นห่วงพนักงานบริษัทในปัจจุบัน อย่าให้การลาออกจากงานกลายเป็นการทุบหม้อข้าวและเดินต่อไปข้างหน้าแต่เพียงอย่างเดียว สายสัมพันธ์ที่ดีกับองค์กรเก่านั้นจะมีประโยชน์ในวันข้างหน้าได้อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อถึงวันที่เราจะเป็นผู้ประกอบการเสียเอง ดังนั้นการจะก้าวไปสู่เกาะแห่งใหม่นั้นดีอยู่แล้ว แต่อย่าเผาสะพานเบื้องหลังทิ้ง นี่คือข้อคิดที่อยากฝากให้ด้วยความจริงใจ

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์