อย่าเพิ่งปักใจว่านอนดึกคือได้งาน

"For you to sleep well at night, the aesthetic, the quality, has to be carried all the way through." ~Steve Jobs • photo belongs to Jean Pichot
 การอดหลับอดนอนเพียงหนึ่งคืนนั้นมีผลต่อประสาทการรับรู้ต่างๆ ของคุณเท่าๆ กับคนที่รับแอลกอฮอล์เกินกำหนดเลยทีเดียว 

หนุ่มสาวทั้งที่เรียนมหาวิทยาลัยและคนวัยทำงานเป็นจำนวนไม่น้อยเคยชินกับการที่ต้องทำงานดึกๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลว่างานเยอะ หรือบางคนก็รู้สึกว่าการทำงานในช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สมองแล่น และคิดอะไรได้อย่างรวดเร็ว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าการทำงานในช่วงกลางคืนและนอนหลับไม่เพียงพอแบบนี้ จะส่งผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาวกับชีวิตโดยที่คุณเองไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

คนเราทำงานได้ดี ที่ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

Ernst Abbe ตีพิมพ์งานวิจัยครั้งแรกในปี 1880 ชี้ให้เห็นว่าการใช้เวลาทำงานประมาณ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะได้คุณภาพของงานที่ออกมาอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ว่าถ้ามากกว่านั้นคุณภาพงานจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ สิ่งนี้ปรากฏชัดในอุตสาหกรรมอย่างการเขียนโปรแกรม ที่พบว่างานที่ออกมาจากคนที่ล้าจากการไม่ได้พักผ่อนมีข้อผิดพลาดมากกว่า และเมื่อมีข้อผิดพลาดมาก ก็ทำให้จำเป็นต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีกในการที่จะมานั่งตามแก้ โดยส่วนใหญ่ก็เอาเวลาที่ไม่ได้นอนนั้นในการแก้ไขมันนั่นเอง

ผลต่อสมองที่ไม่ได้พักผ่อน

เหตุผลยอดนิยมอีกข้อหนึ่งคือ การทำงานช่วงดึกมีความสุขมากกว่า ถ้าอย่างนั้นลองมาดูข้อมูลเหล่านี้เพิ่มเติม การอดหลับอดนอนเพียงหนึ่งคืนนั้นมีผลต่อประสาทการรับรู้ต่างๆ ของคุณเท่าๆ กับคนที่รับแอลกอฮอล์เกินกำหนดเลยทีเดียว อาการมึนตึงไม่รับรู้ใดๆ อาจทำให้คุณเหมือนอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น รู้สึกเหมือนใช้พลังจากจิตใต้สำนึกมาช่วยทำงาน แต่ในความเป็นจริงการนอนเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุดกว่า พราะการจัดการกับความเหนื่อยล้าเป็นสิ่งที่ร่างกายทำได้ยากขณะตื่น เมื่อคนเราเริ่มเหนื่อย ประสิทธิภาพด้านต่างๆของเราก็จะลดลง เนื่องจาก Parietal lobe (สมองกลีบด้านข้าง) และ Occipital lobe (สมองกลีบท้ายทอย) จะทำงานได้ช้าลง โดยส่วน Parietal นั้นมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากประสาทสัมผัสส่วนต่างๆและมีส่วนช่วยในการคิดคำนวณ ส่วน Occipital lobe ก็จะช่วยในการทำงานของระบบการมองเห็น ดังนั้นเมื่อขาดสองส่วนนี้ไปก็ทำให้การรับรู้ในสิ่งรอบๆตัวและประสิทธิภาพในการจดจำแย่ลงอย่างเห็นได้ชัด 

หลังจาก 24 ชั่วโมงของการไม่ได้นอนหลับอย่างเพียงพอนั้นยังส่งผลทำให้อัตราของกลูโคสที่ส่งไปถึงสมองทั้งหมดลดลงไปถึง 6% นั่นเป็นสาเหตุที่ทำไมคนง่วงถึงต้องการของหวานอยู่ตลอดเวลา แต่การสูญเสียอัตราของกลูโคสนั้นก็ไม่ได้กระจายไปอย่างเท่าๆกัน ซึ่งในส่วน Parietal lobe และ Prefrontal cortex จะลดลงไปถึงประมาณ 14-16% จากปริมาณกลูโคสทั้งหมด โดยในสองส่วนนี้ถือเป็นส่วนที่สำคัญมากที่ใช้ในกระบวนการคิด ความสามารถในการแยกแยะถูกผิด และการควบคุมอารมณ์

นักวิจัยของ UC Berkeley ได้ทำการทดลองโดยใช้เทคนิค MRI (การสแกนสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อดูการทำงานของสมองของกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 26 คน โดยให้ครึ่งหนึ่งอดนอนเป็นเวลา 35 ชั่วโมงและส่วนที่เหลือให้นอนหลับตามปกติ ผลที่ออกมาโดยดูจากภาพการทำงานของสมองพบว่า กลุ่มที่อดนอนนั้นมีเส้นเลือดในสมองที่ยุ่งเหยิงไปหมดโดยเฉพาะสมองส่วนอมิกดาลาที่มีหน้าที่ตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับเราโดยจะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วน Prefrontal Cortex  ที่เป็นส่วนควบคุมสภาวะอารมณ์และความรู้คิดให้ทำงานช้าลง ในขณะที่ผู้ทดลองอีกกลุ่มมีระบบการทำงานของสมองเป็นปกติ ข้อนี้ยิ่งชี้ให้เห็นว่าการอดนอนจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อระบบความคิด โดยเฉพาะเรื่องการแสดงออกทางอารมณ์ซึ่งจะพึ่งพาเหตุผลน้อยลง ข้อนี้คงทำให้เราหายสงสัยว่าทำไมบางคนถึงรู้สึกโกรธมากเมื่อต้องขับรถในตอนเช้าแล้วเจอคนขับรถแย่ๆ บนท้องถนน ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากจึงแนะนำให้คนทั่วไปนอนถึงวันละ 7-8 ชั่วโมง เพื่อเผื่อให้สมองและส่วนต่างๆ ของร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอก่อนจะเริ่มทำงานอีกครั้งหนึ่ง

แล้วอย่างนี้จะมีประโยชน์อะไรถ้าผลของงานที่สร้างสรรค์ออกมาตอนง่วงๆ นั้นแทบจะไม่มีคุณภาพเลย นี่ยังไม่ได้พูดถึงสภาพตอนไปทำงานของคุณด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าเกิดคุณออกไปทำงานด้วยสภาพตาแดงๆ และต้องมานั่งแสดงอาการง่วงซึมในที่ทำงาน แค่อาการทั่วไปเหล่านี้ก็อาจทำให้บริษัทหรือเจ้านายหมดความเชื่อถือในตัวคุณเวลาจะมอบหมายงานให้แล้ว

• • •

เราอยากแนะนำคุณว่า ถึงเวลาแล้วที่คุณน่าจะลองกลับมาทบทวนดูสักทีว่า แท้จริงการอดหลับอดนอนนั้นนอกจากไม่เกิดประโยชน์ต่องานมากนักแล้ว กับสุขภาพที่ต้องเสียไป เราจะเรียกมันว่าคุ้ม ได้หรือไม่?

 

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์