ในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจสำหรับบริษัทที่เพิ่งเปิดใหม่ มักมีปัจจัยให้เจ้าของธุรกิจคิดพิจารณาอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นชื่อบริษัท ลักษณะอาคารสถานที่ หรือทำเลที่ตั้งของอาคารว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด มีที่จอดรถเพียงพอหรือไม่ รวมถึงราคาค่าเช่าสถานที่ว่าจะมีความคุ้มทุนขนาดไหน แต่ทั้งนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่เราจะลืมเสียไม่ได้เลย ก็คือ "ตราสินค้า" หรือที่เรียกกันติดปากว่าิ "โลโก้ของบริษัท" นั่นเอง
ที่ถือว่าโลโก้เป็นส่วนสำคัญมากนั้นเพราะมันเป็นหน้าเป็นตาของทางบริษัทนั่นเอง โลโก้คือสิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะมอง และจะอยู่คู่กับธุรกิจของคุณไปโดยตลอด และนอกจากโลโก้จะถือเป็นสัญลักษณ์ทางธุรกิจแล้ว และเป็นเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจดจำธุรกิจของเราได้แล้ว โลโก้ยังนำมาซึ่งการคุ้มครองทางกฎหมายซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ผู้ใดจะมาละเมิดมิได้อีกด้วย
จะเห็นได้ว่าโลโก้นั้นมีความสำคัญมากต่อธุรกิจ และเป้าหมายจุดสูงสุดของโลโก้จึงอยู่ที่ผู้บริโภคสามารถจดจำโลโก้นั้น ๆ ได้ องค์ประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ในโลโก้จึงถือเป็นสิ่งสำคัญ และผู้ประกอบการควรที่จะทำความเข้าใจองค์ประกอบต่างๆให้ถี่ถ้วนและชัดเจนเสียก่อนเพื่อเลือกใช้ให้ถูกต้อง ซึ่งองค์ประกอบเหล่านั้นมีดังนี้
ขนาดโลโก้
ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรคำนึงถึงในการออกแบบโลโก้ เพราะขนาดจะเป็นตัวควบคุมทุกอย่างที่จะนำมาใส่และออกแบบลงไปในพื้นที่นั้น ถ้าโลโก้มีขนาดใหญ่ผู้บริโภคก็จะมีโอกาสเห็นได้ชัดเจนและสะดุดตามากยิ่งขึ้น สามารถใส่รายละเอียดข้อมูล ลูกเล่น สีสันต่าง ๆ ลงไปในพื้นที่ได้จำนวนมาก แต่ถ้ามองในอีกแง่มุมหนึ่งการที่โลโก้มีขนาดใหญ่จะทำให้ยากต่อการจัดพื้นที่ลงในบรรจุภัณฑ์ของสินค้า สามารถใส่รายละเอียดของสินค้าได้น้อย เช่น ข้อมูลทางโภชนาการ สถานที่ผลิต วันเดือนปีที่ผลิตและหมดอายุ รวมถึงข้อความในการโฆษณา อีกทั้งอาจมีปัญหาในการจัดทำตรายางในอนาคตอีกด้วย ขณะเดียวกันถ้าโลโก้มีขนาดเล็กพื้นที่ใช้สอยภายในที่จะไว้ใส่ข้อความชื่อสินค้า ภาพประกอบ การเล่นสีสัน ก็จะทำได้ในวงจำกัด ถ้าใส่มากไปก็จะดูไม่สวยงามเลอะเทอะ อ่านยาก ฉะนั้นการเลือกขนาดควรเลือกที่มีขนาดพอดี ไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป เพื่อจะก่อให้เกิดดุลยภาพภายในโลโก้ แต่ถ้าเลือกที่จะใช้ขนาดที่ใหญ่หรือขนาดที่เล็กลงก็ไม่ถือว่าผิด อยู่ที่การจัดสมดุลให้เข้าที่เหมาะสม สามารถสื่อสารเข้าใจได้ก็ถือว่าใช้ได้
สี
การใส่สีลงไปในโลโก้ถือเป็นการสื่อสารที่สามารถเรียกความสนใจและสร้างบุคลิกภาพให้กับโลโก้ได้ดีที่สุดวิธีหนึ่ง จะเห็นได้จากน้ำอัดลมสีดำสองยี่ห้อที่ต่างใช้สีนำมาใส่ไว้ในโลโก้สินค้าและสร้างภาพลักษณ์ที่ใช้การอิงในสีนำมาสื่อสารให้เห็นได้อย่างชัดเจน จนผู้บริโภคสามารถจดจำได้ว่าน้ำอัดลมสีดำที่บรรจุใส่กระป๋องสีแดงของยี่ห้ออะไร ใส่กระป๋องสีน้ำเงินยี่ห้ออะไร เราจึงควรนำสีมาใช้ในการดึงดูดความสนใจและสร้างภาพลักษณ์ให้ผูกติดกับโลโก้ของเรา อีกทั้งยังสามารถดึงดูดความสนใจได้ดีอีกทางหนึ่งด้วย
รูปแบบตัวอักษร
หรือที่เรียกว่า ฟอนต์ (Font) ถือเป็นหัวใจสำคัญที่อยู่ตรงใจกลางของโลโก้เรา ที่จะบอกชื่อสินค้าให้กับผู้บริโภคได้รับทราบ การคัดเลือกรูปแบบตัวอักษรจะต้องทำให้สอดคล้องและเข้ากับภาพลักษณ์กิจการของบริษัท ว่าบริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับทางด้านอะไร หรือตรงกับคอนเซ็ปต์ทางด้านภาพลักษณ์ที่ทางบริษัทได้ตั้งเอาไว้เพื่อใช้ในการสื่อสารไปยังผู้บริโภค อาทิเช่น สวนสนุกแห่งหนึ่งย่านรังสิต เขียนชื่อสวนสนุกโดยเลือกแบบตัวอักษรที่น่ารักเป็นสีชมพู หรือร้านอาหารฟาสต์ฟูตแห่งหนึ่งจากต่างประเทศใช้ตัวอักษร M สีเหลือง เพียงตัวเดียวก็สามารถสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าเป็นร้านอาหารชื่ออะไร เพราะเค้าเลือกใช้รูปแบบตัวอักษรที่โดดเด่นสะดุดและเสียเงินสร้างออกแบบขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ แต่ควรจะต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้รูปแบบตัวอักษรให้ดี เพราะรูปแบบตัวอักษรนี้เกิดจากการประดิษฐ์ของบุคคลจึงถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาผู้ที่จะใช้จึงควรทำการขออนุญาตต่อเจ้าของเสียก่อน หรือไม่ก็สามารถที่จะทำการสร้างออกแบบขึ้นมาใหม่เองก็ได้ แล้วจึงนำไปจดลิขสิทธิ์
ขนาดของตัวอักษร
สามารถเลือกขนาดได้ตามความต้องการว่าจะให้ตัวอักษรมีความสูงขนาดไหน มีความหนาหรือเอียงมากน้อยเท่าไหร่ ระยะห่างระหว่างตัวอักษรว่าต้องการเท่าไหร่ เราสามารถกำหนดเองได้บนหลักแห่งความสวยงามสะดุดตา ดึงดูดผู้พบเห็น
ภาพประกอบ
ในที่นี้หมายถึงภาพถ่าย ภาพวาด และภาพกราฟฟิคที่สร้างขึ้นเอง ภาพเหล่านี้จะช่วยในการเร้าอารมณ์หรือความรู้สึกให้เกิดจินตนาการตามที่ได้พบเห็นในโลโก้ ตัวอย่างเช่น โซดายี่ห้อหนึ่งที่โลโก้มีรูปฟองอากาศหลาย ๆ ฟองกำลังลอยขึ้น ทำให้ผู้พบเห็นทราบและสามารถจินตนาการตามไปได้ในทันทีว่า โซดายี่ห้อนี้ต้องมีรสชาติที่ซาบซ่ามากอย่างแน่นอน ถือว่าการสื่อสารครั้งนี้ประสบความสำเร็จที่สามารถสร้างให้ผู้บริโภคสร้างจินตนาการขึ้นมาตามภาพที่เป็นสิ่งเร้าได้
ที่สุดแล้วเราจะเห็นได้ว่าองค์ประกอบต่างๆ ตามที่ได้กล่าวมาล้วนเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้การออกแบบโลโก้มีประสิทธิภาพสูงสุด นั่นก็คือ สามารถสื่อสารกลับไปยังผู้บริโภคให้ผู้บริโภคสามารถจดจำโลโก้ของเราไว้ในหัวใจได้อย่างแม่นยำ ด้วยรูปลักษณ์ที่สะดุดตา ดึงดูดความสนใจ สวยงามเข้าใจง่าย และเร้าอารมณ์ให้เกิดจินตนาการตามที่เราต้องการ สะท้อนออกไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทและสินค้าตามที่เราต้องการให้เกิดการรับรู้ในจิตใจของผู้บริโภคทุกคน ทั้งทางด้านวัจนภาษาและอวัจนภาษา ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องใช้องค์ประกอบครบถ้วนทั้งหมดก็ได้ แต่ให้เลือกนำเอามาใช้ตามความเหมาะสม เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการสื่อสาร ซึ่งสิ่งนั่นคือความเข้าใจและจดจำได้นั่นเอง
