คุณสมบัติเชิงลึกที่พนักงานที่ดีควรมี

คัดเลือกพนักงานทั้งที ต้องดูให้ดีถึงคุณสมบัติในเชิงลึก

ถ้าเปรียบบริษัทเป็นร่างกายของมนุษย์โดยมีเจ้าของหรือผู้ประกอบการและฝ่ายบริหารเป็นมันสมอง พนักงานก็คงเปรียบได้กับเซลล์ซึ่งเป็นกลไกหลักในการสร้างความสำเร็จหรือแม้กระทั่งความล้มเหลวให้เกิดขึ้นกับบริษัท ผู้ประกอบการจึงต้องเอาใจใส่ในเรื่องของการคัดเลือกพนักงานให้มากเป็นพิเศษ ซึ่งปัจจุบันการรับพนักงานสักคนหนึ่งเข้ามาร่วมทำงานในบริษัทมักจะให้ความสำคัญกันอยู่แค่เรื่องสถาบันการศึกษา ผลการเรียน ประสบการณ์การทำงาน และผลงานที่ผ่านมา แต่ทั้งนี้นอกเหนือจากที่กล่าวมานั้น ยังมีคุณสมบัติอื่นที่ส่งผลต่อการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในบริษัทไม่แพ้กับคุณสมบัติที่กล่าวไปเลย นั่นก็คือคุณสมบัติิเชิงลึกอย่าง บุคลิกภาพ อุปนิสัย และความมั่นคงทางอารมณ์ จริงอยู่ว่าคุณสมบัติเหล่านั้นเป็นเรื่องของนามธรรมที่ไม่มีใบรับรองมายืนยันเหมือนข้ออื่นๆที่ได้กล่าวไป แต่ผู้ประกอบการก็สามารถตรวจสอบคุณสมบัติดังกล่าวได้ตั้งแต่ตอนสัมภาษณ์งานจากคำถามในหมวดต่อไปนี้

ทัศนคติในการทำงาน

ทัศนคติการทำงานถือเป็นหัวข้อแรกสุดที่ต้องนำมาพิจารณาในการรับพนักงานเข้าทำงาน เพราะทัศนคติมักจะสะท้อนให้เห็นถึงแนวความคิดที่แท้จริงของบุคคลนั้น เช่น ถ้าผู้มาสมัครงานมีทัศนคติต่อลักษณะการขายสินค้าแบบขายตรงประเภทกดกริ่งเคาะประตูหน้าบ้านว่าเป็นเรื่องที่ไม่คุ้มค่าและน่าอาย ก็สามารถสะท้อนให้เห็นได้แล้วว่าผู้มาสมัครงานคนนี้ไม่มีความอดทนและมองข้ามอะไรหลายสิ่งหลายอย่างไป แต่ในทางตรงกันข้ามหากผู้สมัครงานมีความเชื่อมั่นว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถแก้ไขได้นั่นก็คือสัญญาในทางที่ดีที่บ่งบอกว่าผู้สมัครคนนี้มีความพยายามในการทำงานที่จะไม่ยอมแพ้แม้จะพบเจออุปสรรคมาขวางกั้นระหว่างการทำงาน ทัศนคติประเภทนี้เหมาะที่จะจ้างไว้เป็นพนักงานของบริษัทอย่างยิ่ง

ความสามารถในการควบคุมงานและรับผิดชอบต่อหน้าที่

ผู้ที่จะมาเป็นพนักงานในบริษัทของผู้ประกอบการจะต้องสามารถควบคุมหรือกำหนดรูปแบบการทำงานของตนเองได้ ซึ่งในความเป็นจริงเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ตรวจสอบได้ค่อนข้างลำบากเพราะผู้ประกอบการไม่มีทางที่จะพบเห็นรูปแบบการทำงานของผู้ที่มาสมัครงานได้เลย จึงต้องอาศัยการพูดคุยและยิงคำถามเพื่อเอาข้อมูลรายละเอียดบางอย่างเช่น ให้ถามผู้สมัครงานว่ายินดีจะมาก่อนเวลาเริ่มงานหรือไม่เพื่อมาประชุมและกำหนดรูปแบบการทำงาน หรือยินดีที่จะอยู่ต่อล่วงเวลาได้ไหมหากมีงานเร่งด่วนถ้าเป็นพนักงานที่ดีมีคุณภาพและความรับผิดชอบการขอความร่วมมือในทั้งสอง ส่วนก็คงไม่มีปัญหาอะไรมากนัก แต่ถ้านอกเหนือจากนี้ผู้ประกอบการก็ต้องไปพิจารณาในช่วงขอเวลาการทดลองทำงานว่าผู้สมัครสามารถควบคุมตนเองและแก้ไขปัญหาได้ดีมากขนาดไหนรวมถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วย จึงจะสามารถตรวจสอบคุณสมบัติข้อนี้ได้อย่างชัดเจน

ความมั่นใจในตัวเอง

ความมั่นใจเป็นส่วนสำคัญและคุณสมบัติอย่างหนึ่งที่พนักงานของบริษัทยุคใหม่จำเป็นต้องมี เพราะความมั่นใจเป็นคุณสมบัติประการแรกๆของการเป็นผู้นำซึ่งในหลายโอกาสของการทำงานมักจะมีปัญหาให้ต้องแก้ไขอยู่ตลอดเวลา พนักงานที่มีความมั่นใจจะสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างไม่มีปัญหา แตกต่างจากคนที่ขาดความมั่นใจที่เมื่อเจอปัญหาก็มักจะแสวงหาตัวช่วยก่อนเป็นอันดับแรกโดยไม่เคยลองที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเองก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งความมั่นใจในที่นี้ต้องระวังไว้พอสมควรด้วยเพราะมันจะค่อนข้างที่จะคาบเกี่ยวกับพวกที่หลงตัวเองอยู่บ้างในหลายครั้ง วิธีการทดสอบความมั่นใจของผู้สมัครงานวิธีง่ายๆ ก็คือให้พนักงานทดลองแสดงวิสัยทัศน์ของตนเองต่อหัวข้อที่กำหนอให้อย่างอิสระ แล้วจึงมาลองทบทวนในวิสัยทัศน์ของผู้สมัครว่าแสดงออกถึงความมั่นใจมากขนาดไหน

ความมั่นคงทางอารมณ์

พนักงานที่ดีและมีศักยภาพต้องมีอารมณ์ที่มั่นคงควบคู่กันไปด้วย เพราะมีเป็นจำนวนไม่น้อยที่เวลาพบกับปัญหาหรืออะไรที่ไม่ถูกอกถูกใจในการทำงานมักจะแสดงออกมาทันทีด้วยคำพูด กริยา ท่าทาง บางครั้งอาจถึงกับทำลายข้าวของไปด้วยก็มี อันเกิดจากการไม่สามารถควบคุมอารมณ์และแบกรับความกดดันที่เกิดขึ้นจากการทำงานไว้ได้ ซึ่งนอกจากจะอันตรายต่อการทำงานแล้วยังทำให้บรรยากาศการทำงานในออฟฟิศไม่ดีไปด้วย เนื่องจากคนที่อารมณ์ร้อนมักจะมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอนั่นเอง วิธีการทดสอบในขั้นตอนการสัมภาษณ์คือให้ผู้ประกอบการยิงคำถามหนักๆ คำถามที่อาจจะยั่วยุอารมณ์ของผู้สมัครได้ เช่น ทำไมคุณถึงคิดว่าคุณสมควรที่จะได้งานนี้ทั้งๆที่เกรดและสถาบันการศึกษาของคุณก็สู้ผู้สมัครคนอื่นๆ ไม่ได้ ซึ่งสำหรับคำถามนี้เป็นการทดสอบอารมณ์โดยตรงเพราะถ้าผู้สมัครไม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ก็มักพูดอะไรออกมาที่แสดงถึงความไม่พอใจ แต่ถ้าคนที่ควบคุมตนเองได้เขาจะรู้ว่าคำตอบนี้ควรตอบอย่างไรจึงจะถูก เช่น ยกข้อดีของตนเองขึ้นมาสนับสนุน เป็นต้น

การจะจ้างพนักงานที่ดีๆสักคนเข้ามาทำงานในบริษัทจำเป็นที่จะต้องพิจารณาในเรื่องขององค์ประกอบทุกสิ่งทุกอย่างให้รอบด้านเสียก่อนไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา เกรดเฉลี่ย ประสบการณ์การทำงาน รวมถึงบุคลิกภาพส่วนบุคคลด้วย เพราะการจ้างพนักงานแต่ละคนเปรียบเสมือนเป็นการลงทุนระยะยาวที่ผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาไปโดยตลอดและคุณภาพการทำงานเขายังมีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของบริษัทอีกด้วย ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจสัมภาษณ์งานใครก็ควรที่จะทำการบ้านก่อนด้วยการศึกษาถึงข้อมูลของผู้สมัครและตั้งคำถามเพื่อเป็นการทดสอบไหวพริบและบุคลิกภาพของผู้สมัครเพื่อที่จะได้พนักงานที่มีคุณภาพเข้ามาร่วมงานกับบริษัทในอนาคตนั่นเอง

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์