อัตราเงินเดือนที่เหมาะสมสำหรับพนักงานในแต่ละตำแหน่ง

เงินเดือนที่เหมาะสมมีผลมากต่อการปฎิบัติงาน

ผู้ประกอบการและผู้บริหารทั้งหลายต่างคงจะทราบเป็นอย่างดีว่าปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการทำธุรกิจคือ พนักงาน พวกเขาเปรียบเสมือนเป็นฟันเฟืองสำคัญของเครื่องจักรกลในการดำเนินงานทางธุรกิจ ซึ่งทุกบริษัทจะขาดบุคคลผู้อยู่เบื้องหลังเหล่านี้ไปไม่ได้ เพราะความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารแต่เพียงฝ่ายเดียวนั่นเอง โดยหลังจากที่ได้เคยนำเสนอในเรื่องประโยชน์ของการสร้างอัตราเพดานเงินเดือนให้กับบริษัทไปแล้วก่อนหน้านี้ ในโอกาสนี้เพื่อเป็นการต่อเนื่องและเป็นส่วนขยายความเข้าใจมากขึ้นจึงจะขอนำเสนอเรื่องอัตราเงินเดือนที่เหมาะสมสำหรับพนักงานในแต่ละระดับของบริษัทกัน ซึ่งจำนวนเงินเดือนที่เหมาะสมสำหรับพนักงานในแต่ละดับมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. พนักงานระดับปฏิบัติการ

ในจำนวนลูกจ้างของบริษัททั้งหมดพนักงานในส่วนของฝ่ายปฏิบัติการ คือจำนวนเซลล์ที่เล็กและมีมากที่สุดในสำนักงาน เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่มีความสำคัญและเสียสละเปรียบเสมือนเป็นมือเป็นเท้าของทางบริษัทเลยทีเดียว ด้วยความที่ตำแหน่งฝ่ายปฏิบัติการที่ว่านี้มีเป็นจำนวนมากพนักงานทุกคนสามารถปฏิบัติหน้าที่แทนกันได้ หน้าที่ความรับผิดชอบก็ไม่ค่อยสูงมาก จำนวนเงินเดือนจึงค่อนข้างจะอยู่ในระดับปานกลางอยู่ในช่วงประมาณ 8,000-12,000 เท่านั้น

2. หัวหน้างาน

หัวหน้างานมีตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าระดับพนักงานทั่วไปขึ้นมา 1 ระดับ มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของลูกน้องระดับพนักงาน ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้างานมักจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานในตำแหน่งพนักงานระดับปฏิบัติงานมาก่อนเป็นเวลาพอสมควรแล้ว จึงจะก้าวขึ้นมาทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ได้ หัวหน้างานมีสายการบังคับบัญชาที่ขึ้นตรงต่อทางผู้จัดการแผนกหรือฝ่ายโดยตรงตามแต่จะเลือก โดยเงินเดือนค่าจ้างจะตกอยู่ที่ประมาณ 12,000-18,000 บาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การทำงานบวกกับฝีมือและคุณภาพด้วย

3. ผู้จัดการ

ผู้จัดการเป็นส่วนที่สำคัญมากในโครงสร้างการบริหารงานภายในองค์กร ผู้ที่จะก้าวมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้ต้องมีองค์ประกอบต่างๆครบครันโดยเฉพาะด้านปฏิบัติงาน ซึ่งผู้ทำหน้าที่ผู้จัดการในแผนกต่างๆส่วนมากจะต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาในด้านนั้นมาโดยตรง มีความรู้ความสามารถอันเป็นที่ยอมรับบวกกับผลงานอันเป็นที่ประจักษ์และที่สำคัญคือเรื่องของประสบการณ์ถือเป็นองค์ประกอบที่จะขาดเสียไม่ได้ในตำแหน่งนี้ โดยผู้จัดการจะมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานภายในแผนกทั้งหมด ถ้าแผนกใดเกิดความผิดพลาดในการดำเนินงานขึ้น ผู้บริหารงานจะมาไล่เบี้ยกับคนที่เป็นผู้จัดการฝ่ายเพราะถือว่าเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด โดยเงินเดือนจะอยู่ในระดับประมาณ 18,000-30,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเป็นแผนกอะไรและความใหญ่โตของบริษัทด้วย

4. ผู้บริหาร

ผู้บริหารในที่นี้ถ้าเป็นบริษัทเล็กๆหรือในกิจการธุรกิจขนาด SME ทั่วไปๆมักจะมีความหมายเป็นนัยยะหมายถึงเจ้าของกิจการธุรกิจนั่นเอง ถึงแม้เจ้าของธุรกิจจะมีรายได้หลักที่เป็นกำไรของผลประกอบการทั้งหมดอยู่แล้วก็ตาม แต่หลักของแนวการบริหารที่ดีก็ต้องกำหนดเงินเดือนไว้ให้ตนเองเช่นกัน เพราะมิเช่นนั้นรายได้ของบริษัทระหว่างเจ้าของกับตัวธุรกิจจะปะปนกันหมดเลยไม่รู้ว่าอันไหนควรเป็นของเจ้าของกิจการและอันไหนควรจะเก็บไว้เป็นเงินหมุนเวียนภายในบริษัท ดังนั้นผู้ประกอบการเองควรตั้งเงินเดือนไว้ให้กับตนเอง เงินเดือนจึงตกอยู่ประมาณที่มากกว่า 50,000 บาทขึ้นไป เหตุผลที่เงินเดือนมากก็เนื่องจากผู้บริหารเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดในการนำพาบริษัทให้อยู่รอดนั่นเอง ส่วนบริษัทที่มีขนาดใหญ่ๆผู้บริหารไม่ได้เป็นเจ้าของกิจการเสียเองและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาอีกทีหนึ่งจะมีรายได้ตั้งแต่หนึ่งแสนบาทขึ้นไป เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะขนาดและมูลค่าของธุรกิจที่มีขนาดใหญ่กว่ากิจการรูปแบบ SME มากนั่นเอง

5. พนักงานอิสระ

รูปแบบพนักงานอิสระหรือที่เรียกกันว่า Freelance นี้ถือเป็นสิ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะไม่จำเป็นต้องมีข้อผูกมัดในเรื่องสัญญากฎหมายการจ้างงานบวกกับเรื่องสิทธิประกันสังคมที่บริษัทไม่จำเป็นจะต้องจ่ายให้ จึงทำให้แนวโน้มในอนาคตหลายบริษัทอาจจะสนมาใช้บริการการจ้างงานแบบนี้เพิ่มมากขึ้นก็เป็นได้ แต่ด้วยรูปแบบการทำงานที่ไม่แน่นอนจึงทำให้ไม่ระบุลงไปอย่างตายตัวได้ว่าควรจะมีค่าจ้างเท่าไหร่ดีจึงจะเหมาะสม ดังนั้นผู้ประกอบจำเป็นที่จะต้องพูดจาต่อรองในเรื่องค่าจ้างกันเองกับพนักงานอิสระ จนกว่าจะได้ข้อยุติที่เป็นที่พอใจของทั้ง 2 ฝ่ายในที่สุด

ด้วยความที่ขนาดธุรกิจมีขนาดแตกต่างกันออกไปในปัจจุบันจึงทำให้อัตราเงินเดือนจึงอาจจะคลาดเคลื่อนไปได้จากที่กล่าวมานี้ แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือระดับของเงินเดือนจะไล่เรียงกันไปตามความสูงขึ้นของตำแหน่งในลักษณะขั้นบันได นอกจากนี้การศึกษาบวกกับผลงานและประสบการณ์การทำงานก็ยังมีส่วนทำให้เงินเดือนเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้นเจ้าของธุรกิจสมควรที่จะกำหนดอัตราเงินเดือนในแต่ละตำแหน่งให้ชัดเจนและลองทำการคำนวณเบื้องต้นเสียก่อนที่จะเริ่มทำการเปิดบริษัท เพื่อเป็นการคำนวณรายจ่ายและเป็นการจัดโครงสร้างไปในตัวด้วย จึงจะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนสืบไป

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์