Craft Beer ธุรกิจที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมเครื่องดื่ม

Photo belongs to Phil Denton

Bill Owens หนึ่งในกรรมการแห่งสถาบันการกลั่นเครื่องดื่มแห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวในงานประชุมครบรอบ 10 ปีของสถาบันว่า ปรากฏการณ์ในช่วงทศวรรษหลัง สหรัฐฯ มีการเกิดขึ้นของธุรกิจที่เคยเป็นหน่วยเล็กๆ ของสังคมอย่าง ช่างสัก นักโภชนาการด้านมังสวิรัติ ที่หันมาก่อตั้ธุรกิจอยา่งเป็นรูปเป็นร่างและประสบความสำเร็จ ซึ่งรวมถึงธุรกิจเครื่องดื่มกลั่นอย่างเบียร์ด้วยเช่นกัน เพราะในช่วงสิบปีที่ผ่านมา จากผู้ผลิตเหล้าวิสกี้ ยิน วอดก้า และเหล้ารัมเพียง 623 เจ้า ตัวเลขนี้แตะที่ 750 ในช่วงปี 2014 ซึ่งเชื่อมโยงกับธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 1,000 ราย ซึ่งนั่นหมายความว่า Craft Beer  จะไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจที่เข้ามาเเบ่งส่วนแบ่งทางการตลาดเท่านั้น เพราะหลากหลายโรงกลั่นขนาดเล็กก็มีการขยายไลน์ไปเป็นกิจกรรมห้องเทสต์รสชาติ ขายของที่ระลึก ซึ่งส่งผลต่อการกระเตื้องขึ้นของเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นให้เติบโตขึ้นได้ เพราะเพียงเเค่ร้านขายคราฟท์ เบียร์ที่ขายสินค้าที่ระลึกด้วยนั้น ก็สามารถสร้างรายได้มากถึง 30,000 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือน (ราวๆ 9  เเสน 3 หมื่นบาท) 

ชื่อเสียงของความเป็นคราฟท์เบียร์นั้นเริ่มจากเรื่องราวในขวดเล็กๆ ด้วยการบรรจงเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตที่อุตสาหกรรมเบียร์เดิมไม่สามารถทำได้ อาทิ โกโก้ น้ำผึ้ง ทำให้เบียร์ประเภทนี้โดดเด่นท่ามกลางการแข่งขันอันรุนเเรงของเบียร์ยี่ห้อทั่วไป แต่คราฟท์เบียร์ก็ไม่นิ่งเฉยและพึงพอใจกับตำแหน่งที่อยู่ กลับพยายามที่จะก้าวไปสู่ระดับที่กลุ่มลูกค้ามากขึ้น เหมือนกับเครื่องดื่มอย่างไวน์ ที่เป็นเครื่องดื่มที่มีรายละเอียดเหมือนกัน แต่กลุ่มผู้ดื่มก็เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มใหญ่ คราฟท์เบียร์จึงพยายามพาตัวเองไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ให้ได้ ดังที่ Ben Weiss ผู้อำนวยการด้านการตลาดแห่ง Bruery ในแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า “พวกเราต้องการที่จะให้ผู้คนได้แบ่งปันเบียร์ของเรากับเพื่อนๆ ของพวกเขา ค่อยๆ รินลงในแก้ว ซึมซับกับกลิ่น สีสัน เเละรสชาติ เพื่อเปิดรับประสบการณ์ใหม่ มากกว่าการเปิดตู้เเช่เย็น เปิดฝา แล้วกระดกขึ้นดื่มเร็วๆ” 

La Folie เป็นภาษาฝรั่งเศส ให้ความหมายว่า ‘the folly’ คราฟท์เบียร์สัญชาติเบลเยี่ยม ที่ผลิตขึ้นด้วยวิธีแบบดั้งเดิม ใช้ระยะเวลาในการหมักเบียร์นานถึง 1-3 ปี ด้วยการหมักในถังไม้โอ้ค รสชาติเต็มไปด้วยความหอมหวานจากแอปเปิ้ลเขียว เชอร์รี พลัม กลิ่นไม้มะฮอคกานีจะแตะจมูกทันทีที่เบียร์ถูกรินในแก้ว นอกจากนี้รสชาติยังจะเเสนนุ่ม ซึ่งเป็นตัวอย่างของเบียร์ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่ออุตสาหกรรมเบียร์หลักอย่างมาก เพราะว่าขายเพียงปีละครั้งเท่านั้น

Brewdog คราฟท์เบียร์จากสก็อตแลนด์ที่เปิดตัวได้อย่างสวยงามและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในสนามของคราฟท์เบียร์ระดับโลก

Beer Making Kits หนึ่งผลผลิตที่บ่งบอกว่าวงการคราฟท์เบียร์นั้นมีที่ทางให้ลงที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์ Beer Making Kits เป็นผลงานที่จัดจำหน่ายในร้าน Brooklyn Brew Shop เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2009  จากไอเดียที่อยากทำเบียร์โฮมเมดจากวัตถุดิบจริงๆ ไอเดียที่แสนจะง่าย สนุก แต่สไตลิชได้หลากหลาย ออกมาเป็นเซตทำเบียร์ลักษณะน่าใช้งาน โดยวัตถุดิบจะเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล 

Hops วัตถุดิบต้นทางสู่ความสำเร็จปลายทาง

Barth-Haas Group เป็นกลุ่มผู้ผลิตฮอบ (hop) รายใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งผลิตทั้งผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากฮอบและให้บริการต่างๆ แบบครบวงจร แม้จะบริหารด้วยรูปแบบธุรกิจครอบครัวในเมืองนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอมัน มาอย่างยาวนานนับตั้งแต่ปี 1794 ซึ่งเป็นเยอรมันนี่เองที่เป็นประเทศต้นกำเนิดการส่งออกฮอบชั้นนำของโลก จุดเปลี่ยนมาเกิดขึ้นตรงที่การเติบโตของจำนวนประชากรในสหรัฐช่วงศตวรรษที่ 19-20 ทำให้อุตสาหกรรมการส่งออกฮอบเริ่มเบนเข็มมายังสหรัฐฯ
วัตถุดิบต้นทางนี้ ถ้าหากกล่าวถึงในบริบทของการผลิตแบบอุตสาหกรรม เบียร์จะถูกผลิตแบบให้รสชาติ “เบา” ซึ่งผู้ที่หลงใหลในการหมักเบียร์เเบบคราฟท์นี้ ได้พยายามที่จะบอกว่า การผลิตแบบอุตสาหกรรมที่ให้รสชาติที่ต่างกันออกไปนี้ สาเหตุหลักเป็นเพราะ ฮอบ นี่เอง ความจริงอย่างหนึ่งเลยคือ การผลิตแบบอุตสาหกรรมจะใช้ฮอบในปริมาณน้อย เพราะฮอบมีราคาสูงขึ้นจากการผลิตได้จำนวนน้อยลงในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตรายใหญ่บางเจ้าเริ่มเจอกับทางตัน และตัดสินใจยกเลิกการผลิต จนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในช่วงยุค 90 แต่จุดอ่อนของอุตสาหกรรมรายใหญ่นี้เองที่เป็นจุดกำเนิดให้คราฟท์ เบียร์เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาของฮอบเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เป็น 7-10 เหรียญต่อปอนด์ ความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นและต่อเนื่องในประเทศที่ไม่ใช่สหรัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลกอีกด้วย ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีผู้ผลิตคราฟท์เบียร์มากถึง 3,000 ราย เเละเทรนด์นี้ก็กำลังเผยแพร่มายังประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน แม้แต่ประเทศรวยใหม่อย่างจีนเองก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นด้วยเช่นกัน ที่มีจำนวนผู้ผลิตคราฟท์เบียร์กว่าพันรายทั่วประเทศ ที่เมื่อประเมินจากจำนวนประชากรในประเทศอยู่ที่ 1.3 พันล้านคนแล้ว ก็บ่งบอกได้ทันทีว่า จีนคือตลาดกลุ่มผู้ซื้อเบียร์รายใหญ่ที่สุดของโลก
เทรนด์คราฟท์เบียร์นี้หมายถึงจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกวัตถุดิบสำคัญอย่างฮอบ ที่จะเลี้ยงดูและทำการเก็บเกี่ยวมารองรับการผลิต Barth-Haas Group ได้เปิดโอกาสให้มีการทดลองหมัก ชิมเพื่อลิ้มรส ให้กับลูกค้าที่สนใจมาตั้งแต่ปี 1990 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งกับประสบการณ์อันแปลกใหม่และรวชาติที่หลากหลาย เป็นเจ้าภาพในการก่อตั้ง Hops academy ออกแบบคอร์สเทรนเหล่านักหมักเพื่อพัฒนาทักษะให้เชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้น จนกลุ่มทำคราฟท์เบียร์จะสามารถกลายเป็นอาชีพที่มั่นคงได้ในอนาคต และเริ่มสั่นสะเทือนวงการอุตสาหกรรมเบียร์รายใหญ่ให้ต้องปรับตัว
• • •
สำหรับในประเทศไทยก็เริ่มมีหลากหลายธุรกิจที่เกิดขึ้นมา ตั้งเเต่ผลิตคราฟท์เบียร์เองไปจนถึงเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายจากต่างประเทศ โดยผู้ประกอบการต้องคำนึงว่าคราฟท์เบียร์นั้นเป้นเครื่องดื่มที่ใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ นอกจากใจรักเเล้วต้องอย่าลืมคำนึงถึงต้นทุนอย่างวัตถุดิบที่ต้องนำเข้า ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาจนเจอ secret sauce ของตัวเอง  ที่จะนำมาเป็นหัวใจหลักของการพัฒนาคราฟท์เบียร์ในเมืองไทยต่อไปได้
ที่มา:
บทความ How Brooklyn Brewery Tripled Sales In 5 Years Without Traditional Advertising จาก businessinsider.com
บทความ Food and Beverage Trend for 2014: The Rise of Craft Distilleries จาก entrepreneur.com
บทความ CRAFT BEER ‘BECOMING LIKE WINE จาก thedrinksbusiness.com
บทความ It's official: Craft brewers are now beating big beer. จาก cnbc.com
Photos belong to justgrimes, Bernt Rostad and Adam Barhan

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์