3 ภาพยนตร์สำหรับผู้ประกอบการ

"The winners in life think constantly in terms of I can, I will, and I am. Losers, on the other hand, concentrate their waking thoughts on what they should have or would have done, or what they can’t do." ~ Dennis Waitley, photo belongs to garryknight

บางครั้งเวลาเดินผ่านตามร้านหนังสือแล้วเห็นหนังสือเกี่ยวกับหลักการทำธุรกิจต่างๆ หรือบรรดาชีวประวัติของนักธุรกิจชื่อดังที่ประสบความสำเร็จอย่าง Steve Jobs, Jack Welch หรือ Mark Zuckerburg ที่มีมากมายตามท้องตลาด ก็อยากจะหยิบคว้ามาดูด้วยความสนใจ แต่บางทีด้วยปริมาณเนื้อหาและความหนาของตัวเล่มก็อาจทำให้หลายๆ คนที่ไม่ชอบอ่านตัวหนังสือเยอะๆ หรือไม่ค่อยมีเวลาอ่านหนังสือสักเท่าไหร่ก็เลือกที่จะตัดใจและวางหนังสือเหล่านั้นกลับลงไปที่เดิมอย่างน่าเสียดาย

อันที่จริงสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลา การดูภาพยนตร์ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจเพราะมีเนื้อหาใจความสำคัญได้สรุปไว้ให้เข้าใจง่ายๆ ในความยาวแค่เพียง 2 ชั่วโมง และก็มีภาพยนตร์หลายเรื่องทีเดียวที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่น่าสนใจ หรือแม้แต่นำเรื่องราวความสำเร็จของบุคคลต่างๆ ในแวดวงธุรกิจมานำเสนอ ลองมาดูกันว่ามีภาพยนตร์เรื่องอะไรบ้างในจะให้ไอเดียในการทำธุรกิจกับเราได้

The Aviator (2004)

movieนี่คืออีกหนึ่งภาพยนตร์ของผู้กำกับชื่อดัง มาร์ติน สกอร์เซซี่ (ปี 2004) ที่เคยมีผลงานยอดนิยมอย่าง Taxi Driver, Goodfellas และ Gangs of New York มาแล้ว และยังนำแสดงโดยดาราดังอย่าง ลีโอนาโด ดีคาปริโอ หนังเรื่องนี้ได้เข้าชิงออสการ์ไปถึง 11 สาขาซึ่งเรียกได้ว่ามากที่สุดของงานรางวัลออสการ์ครั้งที่ 77 เลยทีเดียว โดยได้รับรางวัลไปทั้งหมด 5 สาขา

ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาผู้ชมไปรู้จักและเจาะลึกลงไปในหลายๆ แง่มุมชีวิตของ โฮเวิร์ด ฮิวจ์ (ลีโอนาโด ดีคราปริโอ) อภิมหาเศรษฐีหนุ่มเพลบอยชื่อดังของโลกที่เป็นเจ้าของอุตสาหกรรมน้ำมันและบ่อนคาสิโน ผู้สร้างและผู้กำกับหนังฮอลลีวู้ด นักบินผาดโผน และยังเป็นเจ้าของธุรกิจการบินระดับยักษ์ใหญ่ TWA (Trans World Airline) ซึ่งเขายังเป็นทั้งผู้ออกแบบและสร้างเครื่องบินเองอีกด้วย ฟังดูแล้วชีวิตเขาคงน่าอิจฉาไม่น้อย ถ้าไม่ติดที่ว่าฮิวจ์นั้นเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ซึ่งเกิดจากความเครียดจากการบริหารจัดการอาณาจักรธุรกิจต่างๆ อันมากมาย โดยอาการย้ำคิดย้ำทำนั้นได้สร้างปัญหาในชีวิตให้กับเขามาก เช่นในฉากหนึ่งในเรื่องที่ฮิวจ์นั้นเผลอพูดแผนธุรกิจทั้งหมดของตัวเองไปให้คู่แข่งฟัง จนทำให้เกิดความไม่สบายใจถึงกับต้องล้างมือซ้ำไปซ้ำมาจนกระทั้งเลือดออก ทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้เขาเองก็ไม่ได้อยากทำ แต่มันเป็นความคิดที่รู้สึกว่าต้องทำแทรกเข้ามาอยู่ตลอดเวลา รวมถึงในหลายๆ ฉากทิ่ฮิวจ์พูดซ้ำๆ กับทีมงานจนเมื่อรู้สึกตัวจึงถึงกับยกมือมาเพื่อปิดปากตัวเอง และด้วยอุปสรรคนี้เองที่ทำให้คนดูอยากเอาใจช่วยให้ฮิวจ์นั้นฝ่าฟันสิ่งๆ ต่างๆ ให้ผ่านไปได้อย่างน่าติดตาม

movie

นี่คือภาพยนตร์อีกเรื่องที่สร้างแรงบันดาลใจได้อย่างมากสำหรับผู้ประกอบการ โดยสิ่งที่น่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างของฮิวจ์คือความพยายามบากบั่น แม้ว่าตัวเขาเองจะมีอาการบกพร่องทางจิตกับโรคย้ำคิดย้ำทำจนสุดท้ายก่อเป็นปัญหาใหญ่และทำให้เกิดพฤติกรรมแปลกแยกที่ทำให้เขาต้องออกห่างจากทุกคนรอบตัว แต่เขาก็ยังมีความทะเยอทะยานมุ่งมานะไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคและความล้มเหลวต่างๆ ถึงแม้ว่าจะล้มกี่ครั้งฮิวจ์ก็พร้อมที่จะลุกขึ้นมาได้เสมอ

Ghostbusters (1984)

movie

นี่เป็นภาพยนตร์คลาสสิคระดับตำนานในปี 1984 ที่ได้นักแสดงระดับแม่เหล็กอย่าง บิล เมอร์เล่ และ เซเกอร์นี่ วีเวอร์ มาแสดงนำ โดยตัวหนังทำรายได้และได้รับคำวิจารณ์ระดับดีเยี่ยมและได้รับความนิยมเสียจนมีภาคต่อมาในปี 1989 ซึ่งก็ยังได้ทีมนักแสดงเดิมมายกทีมและก็มีข่าวแว่วมาว่ากำลังจะมีภาค 3 ตามมาอีกในช่วงปี 2013 อีกด้วย

Ghostbusters นั้นเป็นเรื่องราวของนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์คสามคนที่ถูกไล่ออกจากงาน หลังจากที่เงินทุนสนับสนุนงานวิจัยที่เคยมีเริ่มจะหมดลงไปเรื่อยๆ ทำให้พวกเขาต้องคิดหาวิธีหาเงินโดยตั้งบริษัทขึ้นชื่อว่า “Ghostbusters” คอยให้บริการกำจัดผีตามชุมชนต่างๆ ทั่วนิวยอร์ค จนกระทั่งงานชิ้นแรกผ่านไปได้ด้วยดีทำให้บริษัทนี้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วนิวยอร์คและมีแฟนคลับคอยติดตามผลงานอยู่เสมอมา แต่อยู่มาวันหนึ่งพวกเขากลับโดนจับข้อหาต้มตุ๋น จนมีผีตัวใหม่ออกมาอาละวาด ทำให้นายกเทศมนตรีต้องยอมปล่อยตัวพวกเขาออกมาเพื่อช่วยพิทักษ์เมืองให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้

movie

จากเนื้อเรื่องที่สุดแสนจะบันเทิง จนทำให้หลายๆ คนอาจสงสัยว่าหนังเรื่องนี้จะเกี่ยวกับธุรกิจได้อย่างไร ซึ่งถ้ามองกันจริงๆ แล้ว นี่คือภาพยนตร์สำหรับเหล่า Start up ที่กำลังหาลู่ทางในการเปิดธุรกิจและยังรวบรวมปัญหาและข้อควรรู้พื้นฐานสำหรับผู้ที่เริ่มต้นธุรกิจอีกด้วย โดยตัวอย่างที่เห็นได้ชัดก็คือหลัก 4P ที่ P แรกคือ Product ที่ในตัวละครมีเรื่องความคิดริเริ่มที่ใช้ความสามารถและความสนใจมาสร้างงานบริการที่แตกต่างและยังไม่มีในตลาดมาประยุกต์ใช้ในการทำธุรกิจ ส่วน P ที่ 2 คือ Place ที่ในเรื่องตัวละครก็ได้มีการหาทำเลที่ราคาและสถานที่ที่เหมาะสม สำหรับการเริ่มต้นธุรกิจ P ถัดมาคือ Price ซึ่งก็คือการตั้งราคาค่าบริการที่ย่อมเยาและเข้าถึงทุกคนในท้องถิ่น และสุดท้ายคือ Promotion ที่มีการปราบผีให้ชาวเมืองทำให้มีชื่อเสียงเป็นที่บอกต่อกันไปทั่ว รวมถึงหลักการควบคุมงบประมาณที่จะใช้บริหารองค์กรและวิธีจัดการกับการแข่งขันทางการตลาดที่แสนวุ่นวายอีกด้วย

The Social Network (2010)

movie

อีกหนึ่งภาพยนตร์ในปี 2010 ที่ผู้ประกอบการทั้งหลายไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง จากผลงานการกำกับของผู้กำกับที่ได้ชื่อว่าใส่ใจในรายละเอียดมากที่สุดอีกคนอย่าง เดวิด ฟินเชอร์ และได้ เจสซี่ ไอเซนเบิร์ก มาแสดงเป็น มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ได้เหมือนจนน่าตกใจ ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แปลงบทหลักๆ มาจากหนังสือที่ชื่อว่า The Accidental Billionaires: The Founding of Facebook และไม่ได้มีการสัมภาษณ์หรือหาข้อมูลจริงๆ จาก มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก และทีมงาน Facebook แต่อย่างใด จนเมื่อหนังได้ออกฉายก็สร้างความไม่พอใจของทีมงานที่มีต่อหนังอยู่พอสมควร

โดยเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ได้เล่าถึงจุดกำเนิดของ Facebook ตั้งแต่ค่ำคืนในเดือนตุลาคมปี 2003 หลังมาร์คได้เลิกรากับแฟนสาวผสมกับความเมา จึงได้เกิดความคึกคะนองเจาะระบบคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เพื่อดึงฐานข้อมูลและรูปจากนักศึกษาหญิงทุกคนในมหาวิทยาลัยมาจับรูปคู่กันในเว็บของเขาให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ว่าใครหน้าตาดีกว่ากันโดยใช้เว็บไซต์ว่า เฟซแมทช์​ ซึ่งการกระจายตัวอย่างรวดเร็วของผู้ใช้ ส่งผลให้ระบบของฮาร์วาร์ด ล่มลงในชั่วข้ามคืน จนเกิดเรื่องราวมากมาย โดยพี่น้องวิงเคิลวอสล์ก็ได้เห็นโอกาสจากการสร้างเครือข่ายให้ฮาร์เวิร์ดจึงมาเสนอไอเดียพร้อมจ้างมาร์คให้ช่วยออกแบเว็บไซต์ที่ว่า ซึ่งในระหว่างนั้นมาร์คก็มีไอเดียและทีมของตัวเองที่พร้อมจะจัดการกับไอเดียชิ้นนี้เช่นกันจึงเริ่มก่อตั้งเดอะเฟซบุ๊คดอทคอมขึ้นมาเป็นครั้งแรก จนกระทั่งกระแสเฟซบุ๊คมามีอิทธิพลมากมายและแผ่ขยายความนิยมไปทั่วโลก ด้วยความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ทำให้คนที่เคยมีส่วนร่วมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทที่ออกเงินทุนตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้ง หรือผู้ที่เสนอไอเดียเริ่มอย่างพี่น้องวิงเคิลวอสล์ก็ต่างไม่พอใจ และฟ้องร้องอ้างถึงกรรมสิทธ์ของตนเกิดคดีความใหญ่โตมามากมาย

movie

Social Network เป็นภาพยนตร์ที่พาเราไปดูจุดเริ่มต้นของ Facebook ตลอดจนกระบวนการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และเป็นบทเรียนชั้นดีในเรื่องของข้อผิดพลาดทางธุรกิจต่างๆ ทั้งเรื่องการตกลงทำสัญญา การฟ้องร้อง การตกลงกับเพื่อนร่วมหุ้นที่สามารถเกิดขึ้นได้ในการทำธุรกิจจริงๆ และส่วนที่สำคัญที่สุดของหนังคือกระบวนการวิ่งเต้นเพื่อหาเครือข่ายของผู้ร่วมลงทุนในธุรกิจว่ามีลักษณะอย่างไร และต้องทำอย่างไรบ้างในการหาคนมาร่วมหุ้น รวมถึงอุดมการณ์ต่างๆ ของเฟสบุ๊คที่มีจุดยืนอย่างชัดเจนที่ทำให้ Facebook เป็นที่โด่งดังไปทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้

• • •

บางทีการใช้เวลากับการชมภาพยนตร์เพียง 2 ชั่วโมงก็อาจะทำให้เราได้ไอเดียทางธุรกิจหรือแนวคิดกำลังใจต่างๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง พร้อมทั้งยังได้ความบันเทิงอีกด้วย ด้วยความที่ภาพยนตร์เป็นอีกสื่อที่เข้าถึงง่าย ทำให้ภาพยนตร์บางเรื่องถือเป็นคู่มือสอนทำธุรกิจชั้นดีที่อยู่ใกล้ตัวเราโดยที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์