ทำไมถึงขอกู้ไม่ผ่าน

สงสัยมั้ยว่าทำไมโดนปฎิเสธทุกที

  ยุคแห่งการแข่งขันในโลกของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21 ที่ทุกอย่างล้วนไม่เคยหยุดนิ่ง มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เทคโนโลยีการจัดการที่ทันสมัย ตลอดจนการสรรสร้างระบบการจัดการอันทันสมัยทั้งในเรื่องทรัพยากรมนุษย์ ระบบองค์กร รวมไปถึงความต้องการขยายกิจการในการดำเนินธุรกิจในด้านต่างๆ ซึ่งทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้นล้วนต้องใช้เงินทุนจำนวนมาก เช่น การจัดหาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ การเปิดขยายสาขากิจการของทางบริษัท การจัดอบรมสัมมานา การส่งพนักงานไปดูและศึกษางานในต่างประเทศ

ดูจากวัตถุประสงค์ของกรกู้และความสามารถในการผ่อนชำระเป็นหลัก 

การดำเนินการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ต่างๆ ตามที่ได้วางแผนไว้ได้นั้น ทำให้ทางบริษัทจำเป็นต้องมองหาแหล่งเงินทุนสำรองเอาไว้คอยรองรับการเติบโตดังกล่าวในอนาคต โดยแหล่งเงินกู้ที่ทางบริษัทให้ความสนใจและมักจะเข้าไปขอกู้ส่วนมากนั้นมีอยู่ 2 แหล่ง คือ ธนาคาร และสถาบันการเงิน ซึ่งทั้ง 2 สถาบันนั้นมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่เหมืินๆกัน ก็คือ จะดูจากวัตถุประสงค์ของการกู้ และความสามารถในการผ่อนชำระเป็นหลักพื้นฐานอันดับแรก จากนั้นจึงมาตรวจสอบในเรื่องของสุขภาพทางการเงินของบริษัท ธุรกิจที่ทางบริษัทดำเนินงานอยู่นั้นเกี่ยวกับอะไร มีรายได้เข้ามาเท่าไหร่ รายจ่ายมีมากขนาดไหน หลักทรัพย์ที่จะนำมาเป็นหลักในการค้ำประกันเงินกู้มีสถานะเป็นอย่างไร

ปัญหาที่ตามมาอันทำให้ท่านเจ้าของกิจการทุกท่านต้องปวดเศียรเวียนเกล้ากันไปตามๆ กันก็คือ การขอสินเชื่อจากสถาบันทางการเงินของบริษัทท่านโดน reject หรือถูกปฏิเสธกลับมา ทำให้อาจเกิดผลกระทบกับบางบริษัทที่กิจการต้องหยุดชะงักลง หลายท่านไม่อาจที่จะทำความเข้าใจและยอมรับได้ ทั้งๆที่แผนการขอกู้สินเชื่อของทางบริษัทที่นำเสนอไปก็ได้มีการวางแผนอย่างรัดกุมและเขียนเอาไว้อย่างดี แต่ก็ยังคงลงเอยด้วยการต้องจำทนนั่งก้มหน้ารับฟังการถูกปฏิเสธอยู่ต่อไปจากทางธนาคาร ทำไมและเพราะอะไรผลถึงออกมาเป็นเป็นเช่นนั้น

เกิดจากนโยบายของธนาคารที่ไม่ปล่อยสินเชื่อและมีการตรวจสอบที่เคร่งครัด

เหตุผลนี้เป็นเหตุผลหลักจากทางธนาคารที่ใช้ในช่วงเกือบ 2 ปีให้หลังนี้ และก็ดูจะได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ซึ่งในความเป็นจริงทางธนาคารอาจจะไม่ได้พูดออกมาเป็นคำพูดกับทางเจ้าของธุรกิจโดยตรง เพราะต้องการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีของทางธนาคารไว้ แต่เนื้อแท้ความจริงข้างในนี่คือเหตุผลหลักที่ทางธนาคารปฏิเสธคำขอของคุณ โดยเหตุผลนี้ถือเป็นผลโดยตรงจากสภาวะทางเศรษฐกิจที่ตกต่ำอยู่ในขณะนี้ ทางธนาคารจึงต้องป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้กับตัวธนาคารเองเหมือนกัน

ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

นี่คือสาเหตุที่สำคัญอีกสาเหตุหนึ่ง เพราะเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในระบบสถาบันการเงินทุกสถาบันนั้นมีความจำเป็นต้องขอเรียกดูหลักประกันสำหรับใช้ค้ำประกันสินเชื่อ แต่อาจจะอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ปัญหานี้เกิดขึ้นได้กับทุกบริษัท แต่ที่พบส่วนมากมักจะเป็นบริษัทขนาดเล็กที่เพิ่งจะเริ่มดำเนินธุรกิจมาไม่นาน จึงยังไม่มีสถานะและสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแรงมากพอ

ไม่มีระบบบัญชีที่ชัดเจนมาแสดง

ไม่ได้มีการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายที่ชัดเจนมากพอ ส่วนใหญ่ก็ยังมักเกิดกับบริษัทที่มีขนาดเล็ก ที่เพิ่งจะเปิดดำเนินธุรกิจได้ไม่นาน ทำให้ขาดการจดบันทึกการใช้จ่ายของทางบริษัททุกครั้งที่มีการใช้จ่ายเงินอย่างดีพอ รวมถึงการเคลื่อนไหวของจำนวนสินค้าในสต็อกสินค้าด้วย ทำให้อาจเกิดการรั่วไหลได้โดยง่าย เป้าหมายในการขอสินเชื่อไม่ชัดเจน เจ้าของบริษัทมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการขอสินเชื่อในประเด็นที่ว่า เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้วจะนำเงินมาใช้ทำอะไร ต้องทำมากขนาดไหน จำนวนเท่าไหร่ ขาดการสำรวจและกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ไม่เคยมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านนี้มาก่อน

หรืออาจจะมีประสบการณ์แต่น้อยมาก ประเด็นนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่อาจถูกปฏิเสธสินเชื่อได้โดยทันที เพราะถ้าเจ้าของธุรกิจขาดประสบการณ์แล้วทางธนาคารจะสามารถมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะสามารถนำพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จและไปรอดได้ ถ้าเกิดมีปัญหาเกิดขึ้นในระกว่างการดำเนินธุรกิจคุณจะสามารถแก้ปัญหานั้นเองได้หรือไม่  

ขาดข้อมูลในโครงการที่นำเสนอ

การขาดข้อมูลในโครงการที่นำเสนอหรือมีข้อมูลในอยู่มือน้อยเกินไป เช่น ข้อมูลเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายหลักของเรา ขาดข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับคู่แข่งขันในทางธุรกิจ โอกาสในการเจริญเติบโตของธุรกิจ รวมถึงผลวิจัยในด้านต่างๆ และการเก็บรวบรวมข้อมูลทางสถิติ ซึ่งการทำการวิจัยต้องจ้างบริษัทที่เชี่ยวชาญเฉพาะในด้านนี้เข้ามาทำถึงจะดูมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งค่าจ้างในบริษัทที่รับทำวิจัยจะมีอัตราค่าจ้างที่ค่อนข้างสูง ยากต่อการเข้าถึงของบริษัทเล็กๆ

ผู้ขอกู้ขาดการชำระหนี้

การมีประวัติชำระหนี้ที่ไม่ดีจะส่งผลต่อการขอสินเชื่อโดยตรง

ในที่นี้หมายถึงทั้งตัวเจ้าของกิจการเองและทางหนี้สินของทางบริษัทที่เคยมีมาด้วย เพราะนั่นคือประวัติในการชำระเงินที่ต้องมีการตรวจสอบ ในส่วนนี้จะมีผลต่อการสร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นด้วย ถ้าเคยมีประวัติไม่ดีในการชำระหนี้หรือที่เราเรียกกันว่า NPL (Non Performing Loan) เช่น ไม่ยอมชำระหนี้ มีหนี้สินติดค้าง หรือแม้กระทั่งชำระเงินช้าเมื่อถึงกำหนดชำระ รับรองได้เลยว่า การขอสินเชื่อของทางบริษัทมีปัญหาแน่นอน และมีโอกาสถูกปฏิเสธได้แทบจะหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์

ไม่สามารถตรวจสอบหลักฐานในการขอกู้ได้

หลักฐานที่ให้ไปกับธนาคารหรือสถาบันทางการเงินมีความไม่ชัดเจนและไม่สามารถตรวจสอบได้ หรือบางครั้งหลักฐานที่ให้มาไม่ตรงกับความเป็นจริง โอกาสในการได้รับสินเชื่อก็จะน้อยลงตามไปด้วย

ไม่มีการเตรียมตัวในการเข้านำเสนอ

เมือถึงเวลาที่ต้องเข้าไปนำเสนอแผนงานแล้วเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เช่น ขาดเอกสารเกี่ยวกับการทำธุรกิจ งบการเงิน แผนการดำเนินธุรกิจ เอกสารเกี่ยวกับยอดขาย เอกสารเกี่ยวกับรายชื่อบัญชีลูกค้า ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นแม้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ก็สามารถนำมาใช้พิจารณาประกอบกันได้

ไม่มีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้สินได้

ในส่วนนี้ทางธนาคารจะเป็นผู้พิจารณาด้วยตัวเองจากการตรวจสอบหลักฐานทั้งหมด แล้วนำมาประเมินความเสี่ยงในการชำระหนี้ของเรา เพื่อดูว่าเราจะมีความสามารถในการชำระหนี้คืนให้กับธนาคารได้มากน้อยขนาดไหนบางทีอาจจะคิดออกมาเป็นค่าเฉลี่ยหรือเปอร์เซ็นต์เลยก็ได้

ทั้งหมดที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นล้วนเป็นสาเหตุและปัจจัยที่ทำให้การเข้าขอสินเชื่อเพื่อนำมาพัฒนาบริษัท หรือใช้ต่อยอดทางธุรกิจประสบกับความล้มเหลวอยู่เป็นนิจ ต้องทนรับกับการถูกปฏิเสธอยู่โดยตลอด แต่เราจะไปโกรธถือโทษกับธนาคารก็เห็นจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะธนาคารมีหน้าที่ต้องดูแลบริษัทของตนเองรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ วิธีที่ดีที่สุดเราควรที่จะต้องหันกลับมาย้อนดูตัวเองและสำรวจว่าเราบกพร่องทางจุดไหน เพื่อที่จะได้เข้าไปดำเนินการแก้ไขในจุดนั้น และท้ายที่สุดในการเดินเข้าไปขอสินเชื่อในครั้งหน้าคุณน่าจะได้พบกับข่าวดีที่วิ่งตามมาอย่างแน่นอน

 

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์