ขึ้นชื่อว่าการกู้เงินจากธนาคารแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการดำเนินธุรกิจ หลายคนมักจะส่ายหัวและภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขออย่าให้ธุรกิจของตนเองจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องหรือต้องพึ่งพาความช่วยเหลือทางการเงินจากทางธนาคารเลย ซึ่งนั่นก็คือความเชื่อและความเข้าใจในอดีตที่ผ่านมาของสังคมไทย แต่ในยุคปัจจุบันความเชื่อดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมากแล้ว หลายบริษัทต่างพึ่งพาความช่วยเหลือทางการเงินจากธนาคารทั้งของทางภาครัฐและพาณิชย์ด้วยกันทั้งสิ้น เพราะสามารถเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะหน้าใหม่ๆได้หลายประการ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของการให้ผลกำไรตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่าถ้าเทียบกันกับการใช้เงินลงทุนส่วนตัว โดยมีตัวอย่างแนวหลักการวิธีการคิดของการกู้ยืมเงินที่ทำให้ได้
ตัวอย่าง A
ใช้เงินทุนตัวเองทั้งหมด ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่าดังนี้

ได้กำไรคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เพียงแค่ 10% ของจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดของผู้ประกอบการเท่านั้น
ตัวอย่าง B
ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 10,000 บาท โดยแบ่งเป็นเงินลงทุนของตัวเอง 70% อีก 30% กู้ยืมเงินจากธนาคาร (เป็นตัวอย่างในกรณีที่กู้น้อย)

นำผลกำไรที่ได้ไปหักลบด้วยอัตราดอกเบี้ยจะเหลือ (1,000-150) = 850 บาท จะได้กำไรคิดเป็น 12% จากเงินลงทุนของตนเอง (850/7000)
ตัวอย่าง C
ใช้เงินลงทุนทั้งหมด 10,000 บาท โดยแบ่งเป็นเงินลงทุนของตัวเอง 30% และอีก 70% เป็นเงินกู้จากธนาคาร (เป็นตัวอย่างในกรณีที่กู้มาก)

นำผลกำไรที่ได้ไปหักลบด้วยอัตราดอกเบี้ยจะเหลือ (1,000-350) = 650 บาท จะได้กำไรคิดเป็น 22% จากเงินลงทุนของตนเอง (650/3000)
จากหลักสมการของโมเดลการกู้เงินที่ได้เสนอไปทั้ง 3 ตัวอย่าง จะเห็นได้ว่าตามหลักการนี้วิธีที่หนึ่งที่ใช้เงินลงทุนของตัวเองทั้งหมดจะได้กำไรคิดเป็นตามเปอร์เซ็นต์ของผลประกอบการจริงซึ่งจากตัวอย่างจะได้กำไรเพียงแค่ 1,000 บาท หรือคิดเป็นเพียงแค่ 10% เท่านั้น ส่วนวิธีที่สองที่ใช้การกู้ยืมเงินจากธนาคารเข้ามามีส่วนร่วมในเงินทุนด้วยแต่เป็นการกู้ยืมเงินในลักษณะที่ยังน้อยอยู่ ผลกำไรที่ได้เท่ากันกับวิธีที่หนึ่งเมื่อทำการหักอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมเงินจากทางธนาคารแล้วจะมีส่วนต่างของผลกำไรที่เพิ่มมากขึ้นเป็น 12% และในส่วนสุดท้ายคือวิธีการที่สามที่ใช้เงินกู้จากธนาคารที่ค่อนข้างสูง คือใช้มากเกินกว่าครึ่งหนึ่งของเงินทุนทั้งหมดแน่นอนว่าอัตราดอกเบี้ยการกู้ยืมก็จะพุ่งขึ้นสูงตามไปด้วย แต่พึงสังเกตว่าผลกำไรที่ได้ออกมาเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวอย่างทั้งสองก่อนหน้านี้ก็จะพบว่าจะมีเปอร์เซ็นที่พุ่งสูงขึ้นเช่นกัน
จะเห็นได้ว่าวิธีการกู้ยืมเงินจากทางธนาคารสามารถสร้างความแตกต่างในส่วนของผลกำไรที่ทำให้เพิ่มสูงขึ้นได้จริง ดังนั้นจึงเป็นวิธีการที่น่าสนใจอยู่มิใช่น้อยโดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจหน้าใหม่ๆ เพราะเป็นวิศวกรรมทางการเงินที่สามารถทำให้ผู้ประกอบการสามารถคืนทุนได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าผู้ประกอบการมีความสนใจอยากที่นำวิธีการนี้นำไปใช้ปฏิบัติจริง สิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยทำให้วิธีการนี้ได้ผลอย่างแท้จริง ก็คือต้องเริ่มจากการสร้างวินัยทางการเงินของตัวผู้ประกอบการเองก่อนจึงจะเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด
