Momketing เทรนด์การตลาดสำหรับคุณแม่

Photo belongs to DaveBleasdel

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การทำการตลาดนั้นเริ่มมีการให้ความสำคัญกับกลุ่มเป้าหมายกับบรรดาคุณแม่ทั้งหลาย มากขึ้น เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายที่ว่านี้เริ่มมีอิทธิพลต่อตลาดและถือเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มการจับจ่ายใช้สอยและซื้อสินค้าอุปโภคเพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอมาตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเข้ามาของเทคโนโลยีหลายๆ อย่างเช่น Tablet, Smartphone รวมไปถึงการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเว็บช็อปปิ้งสินค้าออนไลน์ที่ผุดกันขึ้นมามากมาย ทำให้กลุ่มคุณแม่นั้นมีความสะดวกสบายมากขึ้นในการเลือกซื้อสินค้าแม้ว่าจะตัวเองจะอยู่ที่บ้านหรือไม่มีเวลาออกไปเลือกซื้อสินค้าก็ตาม ทาง Incquity จึงอยากที่จะนำเสนอถึงเทรนด์การตลาดสำหรับคุณแม่กันดูว่าพวกเธอนั้นใช้อะไรเป็นปัจจัยบ้างในการเลือกซื้อสินค้าแต่ละอย่าง

เข้าถึงสื่อ Digital มากขึ้น

โดยปกติทั่วไปแล้วแม่นั้นมักจะเป็นคนที่จัดการเลือกซื้อสินค้าหรือสิ่งของภายในบ้าน และในบางทีก็ยังเลือกซื้อสินค้าให้กับสมาชิกภายในบ้านโดยตัดสินใจด้วยตัวเองอีกด้วย

ทุกวันนี้เทรนด์ในการรับสื่อของบรรดาคุณแม่นั้นดูท่าจะเปลี่ยนไปไม่น้อยเมื่อเข้ามาสู่โลกดิจิตอล พฤติกรรมหลายอย่างก็แตกต่างจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง อย่างเช่น การใช้โทรศัพม์มือถือแบบ Smart Phones หรือ Tablets ที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตกันมากขึ้น ซึ่งจากผลสำรวจจากฝั่งอเมริกา (SurveyMonkey Audience) การเปรียบเทียบการใช้เทคโนโลยีของกลุ่มคุณแม่ของปีก่อน (2013) กับปีนี้ (2014) จะเห็นได้ว่ามีปริมาณการใช้ Tablet เพิ่มขึ้นจาก 50% ไปเป็น 60% และการใช้ Smart Phone จาก 70% ไปถึง 83% เลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเพิ่มที่ค่อนข้างสูงมาก อีกทั้งยังเปลี่ยนพฤติกรรมจากการรับสื่อจากโทรทัศน์ก็เริ่มย้ายมาสู่บน Device อื่นๆ มากขึ้น เช่น การดูละครย้อนหลังจาก Youtube บน Tablets แทนการรับชมบนโทรทัศน์ การรับข่าวสารบ้านเมืองจากทางเว็บไซต์มากกว่าการดูรายการข่าวจากโทรทัศน์ รวมถึงการใช้เวลาไปกับโลก Social Online ที่มากขึ้นกว่าเดิม และการเข้าไปค้นหารีวิวสินค้าตามเว็บไซต์และเว็บบอร์ดต่างๆ ก่อนที่จะทดลองซื้อมาใช้เป็นต้น

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ตลาดก็ควรที่จะปรับตัวตาม เพราะไม่เช่นนั้นแล้วสื่อโฆษณาของเรานั้นก็อาจจะไปไม่ถึงกลุ่มคุณแม่อีกต่อไป โดยสังเกตได้ว่าบรรดาแบรนด์ชื่อดังมากมายก็เริ่มที่จะเข้ามาให้ความสำคัญกับสื่อ Digital มากขึ้น ทั้งการโฆษณาแบนเนอร์สินค้าบนเว็บไซต์ ซื้อ Ads บนสื่อออนไลน์อย่าง Youtube รวมถึงมีการจัดกิจกรรมร่วมสนุกกันบนโลก Social Network เพื่อให้กลุ่มคุณแม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมและได้รู้จักกับแบรนด์มากขึ้น นอกจากนี้การใช้ Sponsor Review เพื่อหาคนมีชื่อเสียงบนโลกออนไลน์และมีความน่าเชื่อถือมาทดลองใช้สินค้าหรือบริการก่อนเพื่อที่จะไปเขียนรีวิวโปรโมทให้กับสินค้าเพื่อตอบรับพฤติกรรมการหาข้อมูลของกลุ่มคุณแม่ก่อนที่จะเลือกซื้อได้อีกด้วย ดังนั้นสื่อ Digital จึงถือเป็นเทรนด์ที่สำคัญมากเทรนด์หนึ่งที่ควรรีบปรับตัวตามเลยก็ว่าได้

เมื่อคุณแม่ตัดสินใจแทนครอบครัว

โดยปกติทั่วไปแล้วแม่นั้นมักจะเป็นคนที่จัดการเลือกซื้อสินค้าหรือสิ่งของภายในบ้าน และในบางทีก็ยังเลือกซื้อสินค้าให้กับสมาชิกภายในบ้านโดยตัดสินใจด้วยตัวเองอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์สำหรับลูกๆ ภายในบ้าน อย่างเช่น อุปกรณ์ต่างๆ อย่างขวดนม ผ้าอ้อม ของเล่นเด็ก เป็นต้น หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ภายในบ้านอย่าง จาน ชาม ถ้วย ของตกแต่งต่างๆ ไปจนถึงวัตถุดิบในการทำอาหาร สินค้าที่ใช้ในการทำงานบ้านอย่าง ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน นั้นโดยส่วนมากคุณแม่ก็เป็นผู้เลือกซื้อเองแทบทั้งสิ้น จนเราจะสังเกตเห็นได้ว่าบางแบรนด์ที่แม้ไม่ใช่สินค้าเกี่ยวกับผู้หญิงโดยตรง แต่ก็โฆษณาเกี่ยวกับวัตถุดิบในการทำอาหาร หรือผงซักฟอกนั้นก็มักใช้คุณแม่มาเป็นคาแรคเตอร์หลักในโฆษณาเพื่อเจาะตลาดกลุ่มนี้อยู่เสมอ ทำให้เมื่อเราพิจารณาแล้วว่าสินค้าของเรานั้นอยู่ในกลุ่มที่บรรดาคุณแม่มีโอกาสที่จะเป็นผู้เลือกซื้อหรือเป็นผู้ตัดสินใจในการซื้อแม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการของคุณแม่โดยตรงก็ตาม ก็สามารถที่จะดำเนินกลยุทธ์การทำการตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้ได้เช่นกัน

ความสัมพันธ์กับแบรนด์

การสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้นั้นมักจะได้ผลดีกว่าลูกค้ากลุ่มอื่น จะสังเกตได้ว่าโปรโมชั่นบัตรสมาชิกหรือการสะสมแต้มในการเลือกซื้อสินค้าตามซุปเปอร์มาเก็ตมานั้นก็เป็นโปรโมชั่นที่สร้างมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าจนสุดท้ายทุกแบรนด์ก็ต้องมีเหมือนกัน ทำให้หลายแบรนด์เลือกที่จะไปสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าบน Social Network ต่อแทน ทั้งการกิจกรรมให้ร่วมสนุกต่างๆ ก็เพื่อให้ลูกค้าผูกพันกับแบรนด์มาขึ้นจนไม่เปลี่ยนไปใช้สินค้าเจ้าอื่นแทน แต่สำหรับร้านค้าที่มีหน้าร้านแล้วมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในการให้บริการนั้น การพูดคุยให้คำแนะนำ ความเป็นกันเองเหล่านี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการรักษาลูกค้าเอาไว้ และที่สำคัญนั้นไม่ว่าจะเป็นธุรกิจออนไลน์หรือออฟไลน์นั้นก็ควรที่จะมีช่องทางให้ลูกค้านั้นได้แสดงความคิดเห็นถึงสินค้า ผลิตภัณฑ์ และการบริการด้วยว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อีกบ้าง ก่อนที่จะนำคำแนะนำเหล่านี้มาแก้ไขเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

• • •

ทั้ง 3 ข้อนี้เป็นเพียงการตลาดเบื้องต้นสำหรับกลุ่มคุณแม่เท่านั้น หากต้องการนำไปใช้ให้ได้อย่างเกิดประสิทธิภาพสูงสุดนั้นก็ควรที่จะมีการศึกษาพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ และกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมายให้ดีด้วยเสียก่อน เพราะปัจจัยเหล่านี้ก็มีความสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้ไม่น้อยเลย จากนั้นค่อยพิจารณาถึงหัวข้อทั้ง 3 ว่าเราสามารถนำข้อไหนไปปรับใช้ให้กับธุรกิจได้บ้าง

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์