Moleskine ธุรกิจสมุดสุดคลาสสิก ปรับตัวอย่างไรในวันที่โลกหมุนสู่ความเป็นดิจิทัล

Photo belongs to Jinho Jung

หากเราจะพูดถึงอาชีพที่จำเป็นต้องใช้สมุดอย่างศิลปินหรือนักเขียน โดยเมื่อคนที่ใช้สมุดเล่มนั้นเป็นศิลปินตำนานระดับโลกอย่าง Vincent Van Gogh, Pablo Picasso นักเขียนอย่าง Esnest Hemingway จนถึง Bruce Chatwin สมุดหน้าปกหนังสีดำที่มาพร้อมสายรัดอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง โมเลสกิน (Moleskine) นั้นเป็นตัวเลือกลำดับต้นมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงมือของศิลปินร่วมสมัยในปัจจุบัน

Moleskine ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 มีหน้าที่การใช้งานที่หลากหลายทั้งวาด สเก็ตช์ เขียน บันทึกไอเดียสารพัดที่เกิดขึ้น ซึ่งในวันหนึ่งอาจจะกลายเป็นภาพวาดที่มากคุณค่าหรือบันทึกหน้าหนึ่งที่เราจดถึงคนรัก ในวันนี้ชื่อของ Moleskine นั้นปรากฏอยู่บนสินค้าที่หลากหลายนอกเหนือจากสมุดหรือไดอารี่ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เคสโทรศัพท์มือถือ เครื่องเขียน รวมถึงอุปกรณ์ช่วยการอ่านอีกหลากหลายประเภท โดยมีการปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิทัลอย่างเหมาะสม

นับตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2013 Moleskine เข้าเป็นหนึ่งในตลาดหุ้นของอิตาลี แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีพนักงานกว่า 200 คนและขยายพันธมิตรทางธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง แม้สำนักงานใหญ่จะอยู่ที่มิลาน ประเทศอิตาลี แต่ Moleskine ก็มีสาขาอยู่ตามเมืองชั้นนำสำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยงไฮ้ สิงคโปร์ ฝรั่งเศส และเยอรมัน

ในปี 2014 Moleskine ขายสมุดไปได้กว่า 17 ล้านเล่ม สร้างรายได้กลับเข้ามากว่า 90 ล้านยุโร (เพิ่มขึ้นจากปี 2010 ที่มีรายได้อยู่ที่ 50 ล้านยูโร) 

เปิดบันทึกบทแรก

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1997 Maria Sebregondi ที่ปรึกษาด้านการออกแบบบริษัทออกแบบสิ่งพิมพ์ในมิลานที่ชื่อว่า Modo&Modo เป็นบริษัทที่เน้นผลิตสินค้าสำหรับใช้ภายในสำนักงาน ในปีนั้น Maria ได้มีโอกาสอ่านหนังสือที่ชื่อว่า The Songlines เขียนขึ้นโดย Bruce Chatwin นักเขียนและนักเดินทางชื่อดัง ซึ่งในหนังสือเล่มนั้นได้มีบทที่บรรยายถึงสมุดบันทึกปกหนักที่มีสายรัด นั่นเป็นไอเดียเริ่มต้นให้เกิดสมุด Moleskine เป็นครั้งแรก

แต่ท่ามกลางสินค้าใช้ภายในสำนักงานที่ผลิตอยู่ในช่วงเวลานั้นก็หลากหลายมากพอ Maria จึงต้องกลับมาทบทวนถึงวิสัยทัศน์ในการสร้างสิ่งของที่เล่นกับเรื่องของความรู้สึกและเป็นตัวแทนถึงสัญลักษณ์บางอย่าง ผลิตภัณฑ์ที่มีความคลาสสิคแบบร่วมสมัย เมื่อสามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้ สมุดปกหนัง กระดาษเนื้อในมีเส้น และมียางยืดเป็นสายรัดก็ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

18 ปีต่อมา เราสามารถเห็นสมุด Moleskine ได้ที่ร้านหนังสือและร้านขายเครื่องเขียนชั้นนำทั่วโลก มีทั้งสมุดรุ่นคลาสสิคหน้าปกสีดำธรรมดา ตลอดจนสมุดรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่นอย่างลายตัวการ์ตูนพีนัท (Peanuts) สตาร์ วอร์ (Star Wars) หรือเล่มที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าอย่าง เจ้าชายน้อย (Little Prince) ซึ่งมีการขยายไลน์ไปยังสินค้าประเภทอื่นๆ อย่างปากกา กระเป๋าสตางค์ กระเป๋าใส่แท้บเล็ตหรือแลปท้อป

ในช่วงก้าวแรกๆ ของ Moleskine นั้นก็ไม่ได้เรียบง่ายเท่าไหร่นัก เมื่อ Maria พยายามเข้าหา Barnes & Retail ในฐานะการเป็นพาร์ทเนอร์ด้านหน้าร้านจัดจำหน่าย โดยที่ Maria นั้นแสดงเจตนารมย์อย่างชัดเจนว่าจะไม่มีทางยอมให้ Moleskine เป็นเพียงสินค้าเครื่องเขียนทั่วไปที่ไปซุกซ่อนอยู่รวมกับการ์ดอวยพรหรือโซนกล่องดินสอไม้ Maria ให้เหตุผลว่า Moleskine นั้นต้องปรากฏตัวอยู่ในร้านหนังสือเป็นหลัก เพราะเป็นพื้นที่ที่ผู้คนจะเข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจหรือไอเดียใหม่ๆ และจินตาการถึงโลกที่ต่างออกไปจากเดิม ดังนั้น สมุดบันทึก Moleskine นั้นต้องอยู่ในสายตาของกลุ่มคนที่เข้ามาในร้านหนังสือได้อย่างชัดเจนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ปรับตัวเคียงคู่กับการเปลี่ยนสู่โลกดิจิทัล

หากในช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะมีโอกาสได้เห็นโฆษณาโปรโมตสินค้าตัวใหม่ล่าสุดของ Moleskine ที่เชื่อมเอาโลกแอนาล็อกและดิจิทัลเข้าไว้ด้วยกัน ผ่านสมุดรุ่นที่ชื่อว่า Moleskine Smart Notebook www.youtube.com/watch?v=KYdu_mrVjEM ความพยายามในการทำงานข้ามแพลทฟอร์มเป็นสิ่งที่ Moleskine ให้ความสำคัญเสมอ เพราะธุรกิจที่อิงอยู่กับการ “ทำมือ” แบบดั้งเดิมนั้นจำเป็นต้องหาที่ทางที่ถูกต้องในโลกดิจิทัลอย่างทุกวันนี้ Moleskine จึงทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย โดยตัวอย่างดังกล่าวนี้คือร่วมมือกับ Adobe ก่อนหน้านี้ก็เคยทำงานร่วมกับเว็บไซต์แพลทฟอร์มการจดบันทึกชื่อดังอย่าง Evernote มาแล้ว

“สิ่งที่น่าดึงดูดใจอย่างหนึ่งคือการได้เห็นว่าบริษัทที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีต่างให้ความสนใจกับการร่วมธุรกิจกับ Moleskine อย่างรวดเร็ว นั่นเป็นเพราะพนักงานภายในบริษัทนั้นๆ ต่างก็ใช้สมุด Moleskine นั่นเอง”  Arrigo Berni ผู้บริหารสูงสุดของ Moleskine กล่าว นี่เป็นเหมือนกับความต่างของสองขั้วแห่งยุคสมัย ที่แบรนด์ดั้งเดิมนั้นก็พยายามมองหากลุ่มลูกค้าเฉพาะและสร้างสะพานข้ามไปยังแพลทฟอร์มอื่นๆ ในกลุ่มตลาดดิจิทัล

Moleskine เคยทำการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกในปี 2009-2010 ผลวิจัยที่ได้ในคราวนั้นทำให้แบรนด์ตัดสินใจเปิดตัวสินค้าอย่างกระเป๋าและปากกาในปี 2011 และนั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ตามมาด้วยสินค้าหมวดหมู่อื่นๆ ที่หลากหลาย วันหนึ่งที่ Maira หันไปมองเห็นโน้ตที่เธอแปะไว้ข้างกำแพง ว่า Moleskine จำเป็นต้องมีหน้าร้านปรากฏขึ้นสู่สาธารณชนอย่างชัดเจน หลังจากเดือนสิงหาคม 2014 Moleskine จึงได้ดำเนินการเปิดร้านของตัวเองกว่า 30 สาขาทั่วโลก โดยกว่า 13 สาขานั้นอยู่ตามเมืองต่างๆ ในประเทศจีน  และในปี 2016 คาดว่าจำนวนสาขานั้นจะเพิ่มมากขึ้นถึง 80 แห่งทั่วโลก

สมุดเล่มโปรดในใจเหล่าสตาร์ทอัพ

เมื่อฤดุร้อนปีก่อนที่โทรอนโต้ ในงาน Demo Day งานสัมมนาที่รวมเอาคนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีมานำเสนอไอเดียและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน มีทั้งบริษัทชั้นนำอย่าง Google หรือ Microsoft แต่สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้คือ สิ่งที่อยู่ในมือของเหล่าสตาร์ทอัพกลับไม่ใช้ iPhone หรือแลปท้อป แต่เป็นสมุดปกหนังสายรัดยี่ห้อ Moleskine 

Moleskine เป็นสิ่งที่บางคนนิยามว่าเป็น “การแก้เเค้นจากโลแอนาล็อก” เพราะในวันที่ใครๆ ต่างบอกว่าโลกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย เรากลับเห็นว่าอุตสาหกรรมที่ “ล้าสมัย” นั้นกลับเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ลองนึกถึงการกลับมาของแผ่นไวนิล เป็นต้น ซึ่งความคิดที่ว่าสินค้าหรือไอเดียที่ไม่มีความเป็นดิจิทัล (non-digital goods) นั้นจะกลายมาเป็นสิ่งที่มีมูลค่าและดูเหมือนว่ามีที่ท่าที่จะต่อต้านการพยายามผลักดันโลกแห่งเทคโนโลยีในฝันของเหล่าสตาร์ทอัพหลายต่อหลายคน ในความเป็นจริงเเล้ว เรากะตือรือร้นที่จะหาทางแก้ไขปัญหาใหม่ๆ ด้วยเทคโนโลยีอยู่เสมอ แต่ในระยะยาว สิ่งที่คงอยู่ได้จริงนั้นต้องสร้างประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับเราได้ 

• • •

ความจริงแล้ว  Moleskine  นั้นเกิดขึ้นในปีเดียวกันกับการเปิดตัว Palm digital planner ทำให้โจทย์ที่ Maria ต้องเจอนั้นท้าทายมากยิ่งขึ้น เป็นที่มาของการเปิดตัวสมุด Travel journal สำหรับกลุ่ม “Global nomads” และใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ผู้ใช้งานสมุด Moleskine  ก็แบ่งแยกชัดเจนมากขึ้นว่าเป็นทั้งนักศึกษา M.I.T นักวิชาการ ผู้ก่อตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยี ผู้ประกอบการ ทุกๆ คนที่เข้าใจในความเรียบง่ายอันมีประสิทธิภาพ 

 

ที่มาบทความ: http://fortune.com/2014/11/18/moleskine-stores/

http://alicegillet.com/2013/11/14/moleskine-from-a-notebook-manufacturer...

http://www.nytimes.com/2015/04/19/business/moleskine-notebooks-adapt-to-...

http://www.fastcodesign.com/1663497/unify-simplify-amplify-how-moleskine...

http://www.moleskine.com/ 

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์