5 สิ่งที่นักธุรกิจเริ่มต้นมักก้าวพลาด

“Anyone who has never made a mistake has never tried anything new.” ― Albert Einstein, photo belongs to Epiclectic

เมื่อผู้ประกอบการมือใหม่สามารถสร้างกิจการเล็กๆ ขึ้นมาได้ ก็มักมั่นใจในตัวเองสูงเสียจนอาจมองข้ามการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเป็นต้นเหตุของปัญหาใหญ่ในอนาคต บางครั้งการลองสำรวจระบบการทำงานบ้างก็อาจจำเป็น เพราะนอกจากเป็นการจัดระเบียบแนวคิดและแนวทางการทำงานใหม่ให้เป็นระบบแล้ว ยังเป็นการค้นหาต้นตอปัญหาและวางแผนป้องกันแก้ไขอีกด้วย ซึ่งเรื่องที่ผู้ประกอบการมือใหม่ทั้งหลายมักก้าวพลาดมีดังต่อไปนี้

พลาดเพราะไม่สำรวจความต้องการของตลาด

ควรทำการสำรวจความต้องการของตลาดก่อน แล้วจึงนำข้อมูลนั้นมาผสมผสานไอเดียลงไป เพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่เป็นไปตามแนวความคิดของตนและโดนใจลูกค้า

ผู้ประกอบการมือใหม่มักทำสิ่งต่างๆ ตามจุดมุ่งหมายหรือความต้องการของตนเองเป็นส่วนใหญ่ อาจด้วยเพราะมั่นใจในแนวความคิดของตนหรือความมุ่งมั่นไฟแรง จึงไม่ได้ทำการสำรวจความต้องการจากกลุ่มผู้ใช้งานจริงหรือกลุ่มลูกค้าในอนาคต ดังนั้นสินค้าหรือบริการที่ผู้ประกอบการทำออกมาก็อาจขายไม่ได้หรือได้รับความสนใจน้อยกว่าที่คาดไว้ เนื่องด้วยลูกค้าไม่ได้ต้องการสินค้าหรือบริการเหล่านั้นจริงๆ

ดังนั้นผู้ประกอบการควรทำการสำรวจความต้องการของตลาดเสียก่อน แล้วจึงนำข้อมูลเหล่านั้นมาประเมินพร้อมผสมผสานไอเดียลงไป เพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่เป็นไปตามแนวความคิดของตนและยังโดนใจลูกค้าอีกด้วย นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรผลิตสินค้าและบริการให้ใช้งานง่าย เพราะหากใช้ยากเกินไป ลูกค้าก็อาจหันไปพิจารณาสินค้าของคู่แข่งก็เป็นได้

พลาดเพราะเหมาทำงานทุกอย่าง

อีกสิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการมือใหม่มักพลาดคือเรื่องการเหมาทำงานทุกอย่างด้วยตัวเองทั้งหมดโดยไม่ประเมินขีดจำกัดความสามารถก่อน อาจเพราะทุกอย่างดูเป็นเรื่องใหม่เรื่องท้าทายและดูสนุกสนานเสียเหลือเกิน ผู้ประกอบการมือใหม่อาจลืมนึกไปว่ามนุษย์เราไม่ได้มีความสามารถพร้อมทุกด้าน บางทีเราอาจเก่งด้านออกแบบสินค้า แต่ไม่เก่งเรื่องการขาย หรือบางคนอาจเก่งพูดคุยกับลูกค้า แต่ไม่เก่งเลยเรื่องตัวเลข ดังนั้นผู้ประกอบการมือใหม่ควรแบ่งงานตามความถนัดของลูกทีมแต่ละคน หรือหาผู้มีความชำนาญด้านนั้นๆ มาช่วยเสริมทีมจะเป็นการดีกว่า เพื่อให้ทีมงานทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ และเพื่อให้งานเหล่านั้นออกมาดีที่สุด

accounting

photo belongs to Philippe Put

ควรมีข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องชัดเจนและตรวจสอบกลับได้ง่าย เพื่อจะได้สามารถมองภาพรวมทางการเงินและวางแผนงบประมาณการใช้จ่ายในอนาคตหรือตัดค่าใช้จ่าย

ระบบการเงินก็เช่นเดียวกัน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาจัดการเป็นการเฉพาะ เพราะเรื่องการเงินเกี่ยวพันกับทุกภาคส่วนของบริษัท ทั้งรายรับรายจ่าย เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าเช่าที่ ค่าไฟ และค่าใช้จ่ายต่างๆ นานายิบย่อยไปหมด ลองคิดดูว่าหากผู้ประกอบการปล่อยละเลยเรื่องนี้ ผู้ประกอบการอาจไม่รู้ว่าแท้จริงบริษัทมีรายรับรายจ่ายเท่าไร หรืออาจไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทำกำไรได้จริงหรือว่าขาดทุนกันแน่ ดังนั้นผู้ประกอบการควรมีข้อมูลทางการเงินที่ถูกต้องชัดเจนและตรวจสอบกลับได้ง่าย เพื่อจะได้สามารถมองภาพรวมทางการเงินและวางแผนงบประมาณการใช้จ่ายในอนาคตหรือตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที

และหากผู้ประกอบการไม่ชำนาญทางด้านนี้ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือหานักบัญชีสักคน หรือโปรแกรมจัดการบัญชีอย่างง่ายก็ได้หากผู้ประกอบการเพิ่งเริ่มกิจการได้ไม่นานและไม่มีงบประมาณจริงๆ เพราะก็คงจะดีกว่าไม่ลงมือจัดการอะไรเลย แต่เมื่อขยายกิจการหรือมีกำลังพอ ผู้ประกอบการก็ควรพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้ง

พลาดเพราะมีแต่ประชุม ประชุม และประชุม

ผู้ประกอบการประชุมมากเกินไปหรือเปล่า ทั้งการประชุมระดมสมองสร้างผลงาน ประชุมวางแผนงาน ประชุมรายงานผล การประชุมที่กินเวลานานๆ หรือประชุมกันวันละหลายๆ หนอาจทำให้เวลาปฎิบัติงานจริงลดน้อยลง และยิ่งประชุมนานเกินไปก็ยิ่งไร้ประโยชน์ เพราะคนเราจะมีสมาธิดีเยี่ยมเพียงแค่ 15-45 นาทีแรกเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะวอกแวกแล้วหยิบมือถือขึ้นมาเล่นกัน ลองลดระยะเวลาประชุมแต่ละครั้งให้สั้นลง และลดจำนวนครั้งด้วยก็ยิ่งดี ให้เหลือแต่การประชุมสำคัญจริงๆ เท่านั้น และพยายามใช้เวลาในการประชุมให้คุ้มค่าที่สุดโดยให้ทุกคนตั้งใจพูดคุยกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปภายในระยะเวลาที่กำหนด บางทีผู้ประกอบการอาจเหลือเวลาไปทำอย่างอื่นที่สร้างสรรค์และสามารถสร้างผลงานได้จริงก็ได้

พลาดเพราะรีบหาทุนขยายขนาดเกินไป

expanding business

เมื่อผู้ประกอบการเปิดกิจการได้สักพักแล้วมีแนวโน้มว่ากิจการจะไปได้สวย ผู้ประกอบการก็อาจเชื่อมั่นใจกิจการของตนและอยากขยายกิจการ โดยอาจลืมสำรวจว่าตัวเองพร้อมจริงหรือเปล่า การขยายกิจการเป็นเรื่องที่ต้องคิดให้รอบครอบ ผู้ประกอบการควรรอให้กิจการเติบโตให้คงที่และมีทีมงานประสิทธิภาพดีมากพอเสียก่อน เพราะหากกิจการยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่ผู้ประกอบการเลือกจะเบนเป้าหมายไปยังการหาทุนขยายกิจการ เป้าหมายหลักอันเดิมของกิจการอาจถูกลดทอนความสำคัญไป การสร้างสรรค์สินค้าบริการอาจกลายเป็นเรื่องรอง ทางที่ดีที่สุดคือผู้ประกอบการต้องบริหารงานภายในให้ลงตัวเสียก่อน ให้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอย แล้วจึงเพิ่มเรื่องการขยายกิจการเข้ามาเป็นเป้าหมายรอง นอกจากจะมีสินค้าดีๆ ออกสู่ตลาดแล้ว ภาพลักษณ์ของกิจการก็จะดูดีขึ้นด้วยเมื่อมีความมั่นคง และนั่นอาจช่วยให้ผู้ประกอบการหาทุนเพิ่มได้มากขึ้นและไวขึ้นด้วย (photo belongs to 401(K) 2012

พลาดเพราะบอกจุดอ่อนตัวเองไม่ได้

ขอความเห็นจากคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการหรือกิจการเลยเพื่อให้รู้จุดอ่อนของตัวเอง

การหันกลับมามองผลงานแล้วหาปัญหาของตนเองให้ออกเป็นเรื่องยากมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ประกอบการมือใหม่ (หรือมือเก่าบางรายก็ยังเป็นอยู่) ด้วยเพราะผู้ประกอบการมั่นใจว่าสิ่งที่ทำออกมาดีมากแล้ว เพราะได้ระดมความคิดทั้งหมดและทุมเทความสามารถสุดตัวเพื่อสร้างสิ่งนั้นออกมา ดังนั้นทางแก้ที่ดีที่สุดอาจเป็นการขอความเห็นจากคนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการหรือกิจการเลย อาจเป็นบริษัทให้คำปรึกษาหรือลูกค้า ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวผู้ประกอบการหรือทีมงาม เพราะพวกเขาจะมองอย่างเป็นกลาง ไม่เข้าข้างตัวเองเหมือนผู้ประกอบการอย่างแน่นอน

• • •

จะเห็นได้ว่าการกระทำอันสุ่มเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดความผิดพลาดทั้งหลายนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจากการที่ผู้ประกอบการมือใหม่ลงมือทำสิ่งต่างๆ โดยไม่วางแผน ไม่มีการสำรวจ และความประมาทไม่รอบคอบรวมถึงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้นผู้ประการควรวางแผนสิ่งต่างๆ ให้รอบครอบและรัดกุม พร้อมทั้งสำรวจระบบการทำงานการและแผนการที่วางไว้อีกครั้ง เพื่อว่าหากพบข้อบกพร่องหรือจุดอ่อนของแผนการ ผู้ประกอบการจะได้ลงมือแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ไม่ให้ปัญหานั้นลุกลามจนใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขได้ เป็นการรักษากิจการที่ผู้ประกอบการสู้อุตส่าห์สร้างมาให้ดำรงอยู่ได้อีกยาวนาน

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์