ศาสตร์แห่งการทำช่องทางการตลาดตอนที่ 4 – ช่องทางและระบบจัดส่ง จัดจำหน่าย มีเรื่องอะไรสำคัญบ้าง

Photo belongs to Jean-Pierre

หลังจากสองบทความก่อนหน้านั้นเล่าเรื่องของทฤษฎีของ Marketing Channel กันไปพอสมควรแล้วว่ามีรูปแบบเป็นอย่างไร และเราสามารถนำการตลาดมาปรับใช้ในแต่ละช่องทางได้อย่างไรบ้าง พอมาถึงตอนที่ 3 นี้ ทาง Incquity อยากจะนำเสนอกระบวนการต่างๆ ที่ผ่านช่องทางการตลาดของเราไม่ว่าจะเป็นทั้ง B2B, B2C หรือ B2G ก็สามารถนำมาปรับใช้ได้หมด เพราะบทความนี้จะเริ่มตั้งแต่เริ่มต้นวางแผนการขายไปจนถึงการส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้าอย่างเป็นระบบในทุกๆ ภาคส่วน ซึ่งในแต่ละส่วนก็มีความสำคัญในการทำธุรกิจและยังเป็นกำหนดอนาคตของธุรกิจได้เลยทีเดียว โดยในแต่ละส่วนที่เราจะให้ความสนใจในบทความนี้ก็มีดังนี้

1)      แผนการขาย (Sales Planning)

กระบวนการแรกนี้เป็นกระบวนที่ต้องอาศัยทักษะการพยากรณ์ความต้องการของลูกค้า (Demand forecast) ที่สูงมาก เพราะเป็นกระบวนการที่จะชี้วัดถึงการระบายออกของสินค้าและปริมาณในการขายได้มากเลยทีเดียว ซึ่งหากธุรกิจของเรานั้นมีการวางแผนการขายที่ผิดพลาดแล้ว อาจส่งผลไปสู่กระบวนการอื่นๆ จนเสียไปทั้งระบบได้ เช่น หากวางแผนว่าจะขายได้ในปริมาณมาก แต่ในความเป็นจริงกลับขายได้น้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ก็ทำให้แผนการผลิตมีมากเกินความจำเป็น แล้วยังต้องมาควบคุมปริมาณสินค้าที่ล้นสต็อกจากการขายไม่ได้อีกด้วย นอกจากนั้นแล้วยังต้องมีการวางแผนการกระจายสินค้ากันใหม่เพื่อให้ระบายออกได้ตามเวลาที่กำหนด เป็นต้น ดังนั้นการวางแผนการขายจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะต้องคิดออกมาเป็นอย่างดี ละเอียด รอบคอบ เพื่อให้แผนที่ออกมาใกล้เคียงกับที่จะขายได้จริงให้ได้มากที่สุด

2)      แผนสต็อกสินค้า (Stock Planning)

แผนการควบคุมสต็อกสินค้านั้นไม่ใช่แค่เพียงการกำหนดปริมาณของสินค้าและการระบายสินค้าออกให้ได้ตามเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการวางแผนถึงทำเลที่ตั้งของสถานที่ที่จะจัดเก็บสต็อกสินค้าเหล่านี้อีกด้วย ซึ่งในเรื่องของปริมาณสต็อกสินค้านั้นก็ดูจากความต้องการของสินค้าเป็นสำคัญ หากสินค้ามีปริมาณมากเกินไปนั้น ก็ต้องมีการวางแผนการขาย การจัดโปรโมชั่นเพื่อให้สินค้าได้มีการระบายออกอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงอายุของสินค้าในสต็อกด้วย หากเป็นสินค้าที่สามารถหมดอายุการใช้งานได้ ก็ควรที่จะมีแผนในการระบายฉุกเฉินก่อนที่สินค้าเหล่านั้นจะกลายเป็นของเสียที่ไม่มีประโยชน์ไปเลย  ส่วนในเรื่องของสถานที่ก็ต้องคำนึงไปถึงการขนส่งว่ามีความสะดวกในการกระจายสินค้ามากน้อยแค่ไหน เพราะหากแหล่งสต็อกสินค้าอยู่ไกลจากกลุ่มลูกค้าเกินไป หรือมีเดินทางลำบากก็จะส่งผลเสียในระยะยาวกับธุรกิจได้มากเลยทีเดียว

3)      แผนการผลิต (Production Planning)

การควบคุมปริมาณการผลิตสินค้าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการแผนการผลิตเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วแผนการผลิตนี้ยังต้องคำนึงถึงวัตถุดิบที่จะต้องรับเข้ามาเพื่อแปรสภาพเป็นสินค้าด้วยว่าจะต้องรับมาในปริมาณมากแค่ไหนถึงจะใช้ผลิตสินค้าได้เพียงพอ รวมไปถึงคุณภาพของวัตถุดิบเหล่านั้นด้วยว่ามีคุณภาพเป็นเช่นไร ซึ่งในกระบวนการนี้ก็ต้องอาศัยการประเมินถึงความต้องการของลูกค้าที่แม่นยำเช่นกันเพื่อไม่ให้ผลิตสินค้าเกินกว่าความต้องการของผู้บริโภคมากเกินไปจนขายไม่ทันหรือค้างสต็อกอยู่นาน

4)      แผนการกระจายสินค้า (Distribution Planning)

ศูนย์กระจายสินค้า (Distribution Center) นั้นเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญมากสำหรับการวางแผนในการกระจายสินค้าไปสู่มือผู้บริโภคอย่างถูกต้องและรวดเร็ว โดยปกติแล้วอาจเริ่มจากที่โกดังที่เก็บสต็อกสินค้าเป็นหลักก่อนที่จะจัดเป็นหมวดหมู่และแบ่งแยกกันไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งทั้งนี้ก็ต้องมีการวางแผนกันอย่าเป็นระบบโดยใช้ระบบ Logistic เข้ามาช่วยในการจัดการที่ว่านี้ ทั้งการกำหนดเส้นทาง วิธีการขนส่ง (ทางบก, ทางน้ำ, ทางอากาศ) ระยะเวลาที่คาดการณ์ ไปจนถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการขนส่งด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องถูกนำมาเป็นปัจจัยในการพิจารณาเพื่อหาทางให้เกิดระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ากับองค์กรให้ได้มากที่สุด

• • •

สุดท้ายจะเห็นได้ว่าไม่ว่าเราจะใช้ช่องทางการตลาดแบบไหนก็ต้องคำนึงถึงกระบวนการเหล่านี้แทบทั้งสิ้น เพราะแต่ละหัวข้อก็เปรียบเสมือฟันเฟืองในการทำธุรกิจที่จะขยับได้ไปพร้อมๆ กัน หากมีส่วนใดส่วนหนึ่งติดขัดก็อาจทำให้ธุรกิจของเรานั้นล่มลงไปทั้งระบบได้ แต่ทั้งนี้หัวใจที่สำคัญที่สุดของระบบก็ยังคงเป็นทักษะของการคาดการณ์ยอดขายที่แม่นยำที่ควรหมั่นฝึกฝนอยู่เสมอ เพราะการคาดการณ์ที่ว่านี้จะเป็นชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจ และทำให้ฟันเฟืองแต่ละชิ้นนั้นสามารถดำเนินไปอย่างราบรื่นและลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นไปได้มากเลยทีเดียว

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์