ศาสตร์แห่งการทำช่องทางการตลาด : ตอนที่ 3 ช่องทางไหนใครขายใครบ้าง? (ต่อ)

Photo belongs to The Shopping Sherpa

วันนี้เราจะมาเรียนรู้ช่องทางการตลาดอื่นๆ นอกเหนือจาก B2B และ B2C กันครับ

3)      B2G Channel

ธุรกิจส่วนน้อยที่จะเกิดได้ในประเทศ โดยธุรกิจกลุ่มนี้จะมีหน้าที่ป้อนสินค้าและบริการให้ตรงตามคำสั่งที่ทางรัฐบาลหรือตามที่หน่วยงานต่างๆ ต้องการ เช่น การก่อสร้างสิ่งต่างๆ การจัดหาสินค้าในปริมาณที่รัฐต้องการในช่วงเวลานั้นๆ โดยส่วนมากแล้วจะรับสินค้าในปริมาณมากๆ จนแทบไม่ต่างกับธุรกิจ B2B สักเท่าไร แต่ส่วนหนึ่งที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัดก็คงจะเป็นข้อจำกัดและข้อกำหนดต่างๆ ในแต่ละกระบวนการตามสัญญาที่รัฐกำหนด และโดยส่วนมากในขั้นแรกที่รัฐจะเลือกใช้บริการจากธุรกิจนั้นก็มักจะเลือกจากการจัดการประมูลที่หากเจ้าไหนให้ราคาได้ต่ำสุดก็มักจะเลือกเจ้านั้นให้มาทำธุรกิจกับทางรัฐ

4)      C2C Channel

Consumer-to-Consumer หรือจากลูกค้าถึงลูกค้านั้นเป็นช่องทางการตลาดระหว่างตัวบุคคลหนึ่งไปยังอีกบุคคลหนึ่ง ซึ่งการเติบโตของช่องทางการตลาดประเภทนี้นั้นขึ้นอยู่กับตลาดบนโลกออนไลน์เป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนเว็บไซต์อย่าง eBay ที่ในแต่ละวันมีผู้คนเข้ามาซื้อ-ขายสินค้ารายชิ้นกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งทุกวันนี้ก็มีเว็บไซต์ที่เป็นตัวกลางการซื้อ-ขายระหว่างลูกค้าถึงลูกค้าเพิ่มขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยต้นทุนที่ไม่สูงมาก และความเสี่ยงน้อยทำให้ผู้คนก็ต่างพากันมาขายสินค้าที่ตัวเองอยากขาย หรือเข้ามาซื้อสินค้าที่ตัวเองอยากได้อยู่บ่อยครั้ง โดยทางเว็บไซต์ก็จะอำนวยความสะดวกให้ผู้มีความต้องการซื้อและความต้องการขายได้มาจับคู่กันได้ง่ายขึ้นโดยการจัดเป็นหมวดหมู่ให้ชัดเจน และง่ายต่อการเข้าถึง

5)      ธุรกิจไม่แสวงหากำไร

     นอกจากทั้ง 4 หัวข้อที่ผ่านมาแล้วยังมีช่องทางการตลาดของธุรกิจที่ไม่แสวงหากำไรอีกด้วย อย่างเช่นพวก มูลนิธิต่างๆ วัด โบสถ์ และองค์กรอื่นๆ ที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมโดยไม่คำนึงผลกำไร ก็จัดว่าอยู่ในช่องทางการตลาดนี้ทั้งนั้น แต่ถึงแม้ว่าองค์กรเหล่านี้จะไม่ได้แสวงหากำไรก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่ต้องทำการตลาดเลย เพราะอย่างไรก็ตามองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรนั้นก้ต้องการเงินทุนหมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ธุรกิจนั้นสามารดำเนินต่อไปได้ ซึ่งก็ต้องอาศัยนักการตลาดในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูน่าเชื่อถือให้กับองค์กร มีการประชาสัมพันธ์ที่ดีให้ผู้คนมีจิตศรัทธาบริจาคหรือร่วมทำกิจกรรมอยู่เสมอ

• • •

ซึ่งจะเห็นได้ว่าการทำการตลาดของแต่ละช่องทางก็มีวิธีรับมือที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจของเรานั้นใช้การตลาดแบบไหน ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการที่จะเริ่มต้นวางแผนทำอะไรก็ตามเราควรที่จะมีการวิเคราะห์ธุรกิจของตัวเราเองให้เข้าใจดีเสียก่อน เพื่อที่จะสามารถหากลยุทธ์หรือแนวทางต่างๆ มาปรับใช้ง่ายขึ้น และนี่ก็คือบทความที่ 2 ในชุดศาสตร์แห่งการทำช่องทางการตลาดถือจะช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพของแนวทางได้ชัดขึ้น ส่วนบทความเรื่องหน้าในชุดนี้จะไปเน้นเรื่องอะไรนั้นก็อย่าลืมแวะเวียนเข้ามาดูใน เว็บไซต์ของ Incquity กันบ่อยๆ นะครับ

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์