5 บทเรียนสำคัญในแต่ละช่วงอายุที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ต้องเรียนรู้

Photo belongs to Tyrberg
การที่เราออกเริ่มเดินก่อนจะทำให้เราผ่านประสบการณ์และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ไประหว่างทาง ทั้งผลสำเร็จหรือความผิดหวัง

การวาดฝันจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่อายุยังน้อยเหมือนเป็นเรื่องที่ยาก เมื่อความทะเยอทะยานในแบบของวัยรุ่นนั้นกลับสวนทางกับประสบการณ์ที่ยังไม่เคยมี รวมไปถึงความสามารถในการตัดสินใจที่อาจไม่ดีเท่าคนที่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่นั่นไม่ได้หมายความทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องยากที่ทำไม่ได้ เพราะในความเป็นจริงแล้วการเริ่มต้นทำตามฝันตั้งแต่อายุยังน้อยจะทำให้เราได้เปรียบกว่าคนอื่น การที่เราออกเริ่มเดินก่อนจะทำให้เราผ่านประสบการณ์และได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ ไประหว่างทาง ทั้งผลสำเร็จหรือความผิดหวัง และนี่ก็คือ 5 บทเรียนดังกล่าวที่เราจะต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากเรารู้ว่าจะเรียนรู้อย่างไรบทเรียนเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป

อายุ 23 , ตัดสินใจเริ่มต้นเรียนรู้ได้แล้ว

ในช่วงวัยนี้คนเรามักจะมีความทะเยอทะยานกับสิ่งใหม่ๆ สูง เรามักที่จะคิด และอยากที่จะเริ่มลงมือทำให้เร็วที่สุด จนบางครั้งเราก็มักเผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนที่เราวางได้อย่างง่ายดาย หรือไม่ก็พยายามคิดถึงแผนรับมือแล้วแต่ก็ยังไม่ถี่ถ้วนดีจนทำให้การเริ่มต้นนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า จนหลายๆ คนต้องหมดกำลังใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจในครั้งใหม่

ทำให้ในวัยนี้เราควรที่จะทำความรู้จักกับตัวเองให้มากขึ้น ทำความเข้าใจกับตัวเองว่าเรานั้นมีความสามารถอะไรบ้าง และยังขาดทักษะด้านไหนที่จะต้องใช้ในการทำธุรกิจที่ว่านี้โดยที่ห้ามเข้าข้างตัวเอง การรู้ในบางเรื่องแบบที่ยังไม่ดีพอ หรือการรู้แบบที่ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ให้คิดว่านั่นคือสิ่งที่เรายังไม่รู้ ยอมรับตัวเองซะตอนนี้และปรับปรุงแก้ไขในจุดนั้นดีกว่าการปรับตัวไม่ทันในอนาคต

ซึ่งหลังจากที่ยอมรับตัวเองได้แล้วควรเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางด้านที่จำเป็นต่อธุรกิจให้ได้มากที่สุด พยายามขวนขวายหาความรู้ใหม่ๆ หรือทักษะใหม่ๆ มาเติมตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการฝึกฝนด้วยตัวเอง หรือเข้าหาผู้มีประสบการณ์ก็จะช่วยเราพัฒนาตัวเอง อย่างเช่น หากเราทำธุรกิจรับทำการตลาดนั้น สิ่งที่เราควรขวนขวายก็คือเทคนิคการทำการตลาด อาจจะดูจากเคสที่ประสบความสำเร็จมาก่อนแล้ว พูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ในด้านนี้ รวมไปถึงเครื่องมือใหม่ๆ ที่น่าสนใจว่ามีอะไรที่น่านำมาปรับใช้ได้บ้าง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจได้เป็นอย่างดี

อายุ 24, ทำความรู้จักคนในวงธุรกิจเดียวกัน

เรียนรู้จากผู้คนในแวดวงธุรกิจเดียวกัน พวกเขาเริ่มต้นอย่างไร? มีแนวทางในการทำธุรกิจอย่างไร? และมีอะไรที่เราจะสามารถนำมาปรับใช้กับตัวเราเองได้ด้วย?

ในขณะที่เรากำลังเติบโตในหนทางธุรกิจของเราอยู่นั้น การเข้าหาผู้คนที่มีประสบการณ์และความรู้ในสายงานเดียวกับเรานั้นถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะผู้คนเหล่านี้ล่ะที่จะมาเติมเต็มช่องว่างระหว่างความทะเยอทะยานของเรากับโลกแห่งความเป็นจริง

การเข้าร่วมงานที่มีความเกี่ยวข้องกับสายธุรกิจของเรานั้น จะทำให้เราพบปะกับผู้คนที่มีความรู้ในด้านเดียวกันมากมาย อย่ารอช้าที่จะสร้างโอกาสในการทำความรู้จักกับผู้คนเหล่านี้ เพราะถึงแม้ว่าเราอาจจะไม่ได้ความรู้ทางเทคนิคจากพวกเขาเลยก็ตาม แต่สิ่งสำคํญที่เราควรจะต้องเรียนรู้และมีประโยชน์มากกว่าก็คือคำตอบของคำถามเหล่านี้ พวกเขาเริ่มต้นอย่างไร? มีแนวทางในการทำธุรกิจอย่างไรบ้าง? และมีอะไรที่เราจะสามารถนำมาปรับใช้กับตัวเราเองได้ด้วย?

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่คือประสบการณ์จากผู้ที่เคยทำมาจริงๆ และหาไม่ได้จากห้องเรียนไหนๆ การได้ทำความรู้จักกับผู้คนเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลที่มีค่าเป็นอย่างมาก และวิธีนี้ก็เปรียบเสมือนกับการเก็บประสบการณ์ทางลัดโดยที่ข้อผิดพลาดบางอย่างเราอาจเรียนรู้ได้ก่อนที่จะเกิดขึ้นอีกด้วยซ้ำไป

อายุ 25, ถึงเวลาเรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้จบที่อายุ 30

ช่วงรอยต่อที่ความเป็นผู้ใหญ่แทบจะเข้ามาแทนที่ความเป็นเด็กทั้งหมด ทำให้เกิดความเครียดและความสับสนขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนั้นอาจเพราะหลายๆ คนมักมองว่าทุกอย่างจะต้องเร่งรีบทำก่อนที่ทุกอย่างจะสายโดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าทุกอย่างจะต้องเสร็จสมบูรณ์ก่อนที่เราจะมีอายุ 30 ทำให้เมื่อเราอายุมากขึ้นแล้วพบว่าแผนที่วางไว้นั้นยังไม่ก้าวหน้าไปไหน หรือยังไม่พอใจกับผลที่ออกมาแล้วนั้นก็จะยิ่งทำให้รู้สึกท้อแท้ที่จะทำตามฝันต่อไป

 แต่ในความเป็นจริงแล้วการเรียนรู้นั้นไม่มีที่สิ้นสุด และชีวิตของเราก็ไม่ได้จบลงที่อายุ 30  ดังนั้นค่อยๆ ใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เรียนรู้เพื่อให้มีความผู้ใหญ่ให้มากขึ้น ใช้เวลาหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรที่เราอยากทำต่อไป และอะไรที่เราไม่อยากทำต่อไปแล้ว เพื่อปรับแต่งความฝันที่เรามีให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น เพราะบางสิ่งบางอย่างนั้นอาจต้องอาศัยประสบการณ์และวัยที่สูงขึ้นถึงจะสามารถเข้าใจได้ ดังนั้นบางอย่างที่เราทำไม่สำเร็จก็อาจไม่ได้แย่เสมอไปแต่อาจจะเป็นเพราะเรายังไม่พร้อมในการทำสิ่งเหล่านั้นจริงๆ สิ่งที่เราควรทำก็คือเรียนรู้จากประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เก็บเกี่ยวสิ่งที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญคิดอยู่เสมอว่าเราไม่ได้มีอายุถึงแค่ 30 เท่านั้น

อายุ 26, ลดความมั่นใจลงและเริ่มสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ

จากช่วงอายุที่ผ่านมา ประสบการณ์ต่างๆ ที่เราได้พบในชีวิตนั้นจะทำให้ความทะเยอทะยานและความมั่นใจในการทำธุรกิจจะเริ่มกลับมาอีกครั้งเพราะคิดว่าได้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างมากพอจนเลิกที่จะฟังความคิดเห็น และคำเตือนจากคนรอบข้างไปแล้ว ทำให้นี่เป็นกับดักที่แสนอันตรายของนักธุรกิจหน้าใหม่หลายๆ คนเลยทีเดียว

สิ่งที่ควรปรับเปลี่ยนก็คือลดความมั่นใจเหล่านี้ลงไป และเริ่มต้นที่จะรับฟังคนอื่นๆ บ้าง โดยผู้คนที่เราควรรับฟังคำแนะนำเหล่านี้นั้น หมายถึงแทบทุกคน ไม่ว่าจะเป็น ลูกค้า นักลงทุน เพื่อนร่วมงาน หรือคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ส่วนการจะนำมาปรับใช้หรือเปล่านั้น ก็ควรคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนโดยอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมา ประกอบกับเหตุผลของคนที่ให้คำแนะนำกับเราว่าสุดท้ายแล้วเราควรตัดสินใจอย่างไร การรับฟังคนเหล่านี้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขาจะส่งผลให้เรามีเครือข่ายธุรกิจที่สามารถช่วยผลักดันให้เราเริ่มต้น และคอยให้คำแนะนำต่างๆ ระหว่างทำธุรกิจได้อีกด้วย

อายุ 27, ยอมรับข้อผิดพลาดมาเป็นบทเรียน

หนทางที่ดีกว่าคือการยอมรับข้อผิดพลาดเหล่านั้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุ และวิธีแก้ไข เพื่อนำไปปรับปรุงการทำธุรกิจให้ดีขึ้นกว่าเดิม

เมื่อผ่านมาจนถึงวัยนี้แล้ว สิ่งที่อาจทำให้เราท้อถอยได้มากที่สุดก็คือความผิดหวังที่ไม่ประสบความสำเร็จที่คิดไว้ แต่ถ้ามัวแต่ท้อไป คงไม่มีอะไรดีขึ้นมา หนทางที่ดีกว่าคือการยอมรับข้อผิดพลาดเหล่านั้น เพื่อนำมาวิเคราะห์ค้นหาสาเหตุ และวิธีแก้ไข เพื่อนำไปปรับปรุงการทำธุรกิจให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเดิมๆ ซ้ำขึ้นมากอีก ถ้าหากเราสามารถเก็บสิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ไปเรื่อยๆ เราก็จะยิ่งรู้จักวิธีรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น และก้าวทำธุรกิจไปด้วยความมั่นใจมากขึ้นไปอีก เพียงเท่านี้ความสำเร็จก็จะอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว

• • •

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่จะต้องเผชิญในแต่ละช่วงอายุต่างๆ ที่อาจจะมีคลาดเคลื่อนไปบ้าง แต่ไม่ว่าจะเกิดเร็วหรือช้ากว่านั้น สุดท้ายเราก็ไม่สามารถเลี่ยงได้ การที่เรารู้ล่วงหน้าว่าเราจะต้องเผชิญกับอะไรไว้บ้าง ก็ช่วยให้เรานั้นสามารถเลือกวิธีเรียนรู้ที่ง่ายขึ้น และไม่ส่งผลเสียต่อธุรกิจมากนัก ดังนั้นทั้ง 5 ช่วงอายุนี้จึงเป็นเพียงแผนชีวิตคร่าวๆ ที่ควรนำไปปรับใช้ในชีวิตการทำธุรกิจของเรา เพื่อให้เรานั้นเข้าใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้ได้มากขึ้น

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์