10 แฟรนไชส์น่าสนใจจากงาน KSME & Franchise Expo #1

KSME & Franchise Expo

การเป็นเจ้าของธุรกิจคงเป็นความฝันของหลายๆ คน ที่อยากมีอิสระเป็นของตัวเองในการทำงาน รวมถึงบรรดานักลงทุนที่แสวงหาธุรกิจที่น่าสนใจเพื่อลงทุนหากำไร แต่ในชีวิตจริงนั้นการทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเราต้องเริ่มต้นทุกอย่างทั้งหมดด้วยตัวเองโดยต้องคำนึงถึงหลายๆ อย่าง ตั้งแต่การคิดผลิตภัณฑ์ซึ่งแค่เพียงคำถามว่าจะขายอะไรก็เป็นปัญหาที่ใหญ่มากแล้ว เพราะเราต้องไปศึกษาตลาดว่ามีความต้องสินค้าประเภทไหน หาจุดเด่นของสินค้าที่จะขาย ทำแบรนดิ้ง หาซัพพลายเออร์เพื่อผลิตสินค้า ลงทุนกับเครื่องจักรและอีกสารพัดเรื่องราวที่เราต้องลงไปศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังและใช้เวลามากมายกว่าที่จะเรียนรู้และหาข้อมูลกับสิ่งเหล่านี้ได้ทั้งหมด ซึ่งยิ่งถ้าจะไปแข่งขันกับคนที่เชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจแล้วก็ดูท่าจะเป็นเรื่องยากเข้าไปอีก

ทำให้ระบบแฟรนไชส์จึงถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทาง เพราะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ยากในการมีธุรกิจเป็นของตัวเองโดยที่ไม่ต้องเริ่มต้นทุกอย่างเองทั้งหมด (อ่านบทความเกี่ยวกับข้อดีและข้อควรระวังในการทำแฟรนไชส์ “แฟรนไชส์ ทางลัดในการสร้างธุรกิจ”) โดยระบบแฟรนไชส์ส่วนมากนั้นได้สร้างระบบและโมเดลของธุรกิจขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีการทำการตลาดให้อัตโนมัติจนบางธุรกิจเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่หาทำเลเหมาะๆ และเงินทุนสำหรับแฟรนไชส์ เพียงเท่านี้ผู้ที่มีเงินทุนแต่ยังไม่รู้จะเอาไปทำอะไรก็สามารถมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้แล้ว

ทางทีมงาน incquity ได้ออกลงภาคสนามไปตะลุยงาน KSME & Franchise Expo เมื่อวันที่ 23-24 กรกฏาคม 2555 ที่ผ่านมาที่ Central World เพื่อไปสัมภาษณ์บรรดาเจ้าของแฟรนไชส์และผู้ประกอบการต่างๆ จากแฟรนไชส์หลากหลายประเภทเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เจาะลึก ซึ่งรวมถึงจุดขายและความเสี่ยงของแต่ละแฟรนไชส์ที่น่าสนใจอีกด้วย ซึ่งเนื่องจากเนื้อหาของ 10 แฟรนไชส์ที่เราเลือกมานั้น อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจจนทำให้เราต้องแบ่งบทความออกเป็นสองตอน และนี่ก็คือ 5 แฟรนไชส์ในส่วนแรกของบทความ แฟรนไชส์ที่น่าสนใจในงาน KSME & Franchise Expo

1. แฟรนไชส์ น้ำอ้อยสดแท้ จาก ไร่ไม่จน

แฟรนไชส์ น้ำอ้อย จาก ไร่ไม่จน

การเพาะปลูกพืชไร่ในประเทศไทยโดยเฉพาะอ้อยนั้นมีมาแต่ช้านาน โดยแต่ก่อนนั้นอ้อยจะมีลักษณะการปลูกที่เป็นไปตามฤดูกาล แต่ในปัจจุบันหลังจากที่เกษตรกรได้เรียนรู้และพัฒนาจนทำให้มีการปลูกอ้อยได้ทั้งปี จึงเกิดผลิตภัณฑ์สายพันธุ์อ้อยสำหรับคั้นน้ำดื่มโดยเฉพาะ ซึ่งน้ำอ้อยที่ได้จากอ้อยพันธุ์นี้จะมีลักษณะเฉพาะตัว ให้รสชาติหอมหวานในระดับกลางจนเป็นที่ถูกปากผู้บริโภคทั่วๆ ไป

ด้วยราคาต่อแก้วที่ไม่แพง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่น 3 เมนูอย่าง น้ำอ้อยเกล็ดน้ำแข็ง วุ้นน้ำอ้อย และนมน้ำอ้อยที่เป็นเมนูง่ายๆ ที่จะช่วยดับกระหายให้กับคนไทยในเมืองร้อนเช่นนี้ จึงทำให้แฟรนไชส์น้ำอ้อยสดแท้ จากไร่ไม่จน เป็นแฟรนไชส์ที่น่าสนใจมาก โดยสำหรับผู้ที่สนใจตอนนี้ทางไร่ไม่จน ยังมีรูปแบบแฟรนไชส์ให้เลือกถึง 3 แบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบเคาท์เตอร์เครื่องทำเกล็ดน้ำแข็ง บูธรถสามล้อเครื่อง และล่าสุดกับบูทรถสิบล้อที่มาพร้อมกลับสินค้าใหม่ที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า น้ำอ้อยพลังรัก

หากผู้ประกอบการท่านใดสนใจทำธุรกิจหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในแฟรนไชส์ น้ำอ้อย ไร่ไม่จนนี้สามารถติดต่อ คุณชัยพร ได้พี่เบอร์โทรศัพท์ 081-900-4997 หรือเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.raimaijon.com

จุดขายของแฟรนไชส์: เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติแท้ๆ ซึ่งเหมาะกับคนไทยที่ในปัจจุบันใส่ใจในเรื่องเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งยังสามารถทำได้ง่ายเพราะเครื่องทำเกล็ดน้ำแข็งนั้นจัดการทุกอย่างโดยอัตโนมัติ และด้วยอัตราผลกำไรต่อหน่วยที่มากกว่า 50% จึงทำให้แฟรนไชส์ OTOP ของคนไทยนี้น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

ความเสี่ยงของแฟรนไชส์: เนื่องจากเครื่องดื่มมีลักษณะเป็นเครื่องดื่มเย็นที่มีไว้ดับกระหาย จึงทำให้ยอดขายอาจมีความไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับฤดูกาล โดยในช่วงหน้าร้อนทางร้านบอกว่ามียอดสั่งแต่ละสาขาเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าเลยทีเดียว แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นหน้าหนาวผู้คนอาจไม่นิยมเครื่องดื่มเย็นๆ มากนัก

ค่าแฟรนไชส์

แบบที่ 1: เคาท์เตอร์เครื่องทำเกล็ดน้ำแข็ง 129,000 บาท

แบบที่ 2: บูธรถสิบล้อ 99,000 บาท

แบบที่ 3: รถพ่วงข้างมอเตอร์ไซต์ 79,000 บาท (ราคานี้ไม่รวมมอเตอร์ไซค์)

ราคาขายส่ง 20 บาท/3 แก้ว
ราคาขายปลีก 20-25 บาท/แก้ว
ระยะเวลาในการคืนทุน ทำเลดีอยู่ที่ 3 เดือน แต่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6 เดือน

2. แฟรนไชส์ สารพัดสินค้า Daiso

แฟรนไชส์ สารพัดสินค้า Daiso

อีกหนึ่งแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ที่คนส่วนมากที่มีไลฟ์สไตล์ในการเดินห้างชอปปิ้งตามศูนย์การค้าใหญ่ๆ หลายแห่งน่าจะเคยผ่านตามาบ้างแล้ว แฟรนไชส์ Daiso นี้โดดเด่นด้วยความหลากหลายของสินค้าที่มากมายหลากหลายหมวดหมู่ให้เลือกได้ถึง 55,000 รายการจากประเทศญี่ปุ่น และผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกได้เองว่าจะรับสินค้าใดเข้ามาในร้านบ้าง

อีกหนึ่งจุดขายที่น่าจะเหมาะสำหรับคนไทยนั่นก็คือสินค้าทั้งร้านที่มีราคาถูกและราคาเดียวเพียง 60 บาทเท่านั้น ซึ่งถึงแม้ว่าช่วงนี้ราคาสินค้าค่อนข้างจะแพงขึ้นแทบทุกอย่าง แต่ Daiso นั้นก็ยังยึดมั่นที่จะขายสินค้าราคาประหยัดเช่นเดิมและในโอกาสครบรอบ 1 ปี Daiso eShop ยังได้ปรับราคาขนส่งใหม่ให้ถูกลงกว่าเดิมอีกด้วย

ฟังจากความน่าสนใจข้างต้นแล้วหากผู้ใดสนใจทำธุรกิจกับ Daiso ก็สามารถติดไปได้เลยที่ 02-138-9610 และดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.daisothailand.com ซึ่งทางร้านมีบริการออกแบบ ตกแต่งร้านและติดตั้งระบบแคชเชียร์ให้เรียบร้อยเลยด้วย

จุดขายของแฟรนไชส์: Daiso เป็นแบรนด์ที่จากญี่ปุ่นที่คนส่วนมากรู้จักกันอยู่แล้วทำให้ลูกค้าสามารถเกิดความเชื่อถือในตัวผลิตภัณฑ์ได้เลยโดยที่ไม่ต้องอาศัยการโปรโมทแต่อย่างใด และเหมาะสำหรับผู้ต้องการลงทุนแบบที่ไม่ต้องเหนื่อยมากเพราะ Daiso มีการบริการจัดร้านและตกแต่งร้านทุกอย่างแล้ว

ความเสี่ยงของแฟรนไชส์: ด้วยเหตุที่แฟรนไชส์ Daiso นั้นเป็นแฟรนไชส์ที่มีชื่อเสียงและมีมาตรฐานเป็นของตัวเองสูง ทำให้แฟรนไชส์นี้มีข้อจำกัดว่าสามารถเปิดได้ในศูนย์การค้าเท่านั้น รวมถึงต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์นี้เหมาะกับผู้ที่มีเงินทุนค่อนข้างพร้อม

ค่าแฟรนไชส์

เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 4,400,000 บาท แบ่งเป็น

1. ค่าแฟรนไชส์ 450,000 บาท (อายุสัญญา 5 ปี)

2. ค่ามัดจำสินค้า 450,000 บาท

3. ค่าออกแบบ 150,000 บาท

4. ค่าตกแต่งร้าน 1,500,000 บาท

5. ค่าติดตั้งระบบแคชเชียร์ 100,000 บาท

6. ค่าสินค้า 1,720,000 บาท (สำหรับพื้นที่ 100 ตารางเมตร)

ราคาขายส่ง 43 บาท/ชิ้น
ราคาขายปลีก 60 บาท/ชิ้น
ระยะเวลาในการคืนทุน 3 ปี

3. แฟรนไชส์ สะเต๊ะยิ้มสยาม

แฟรนไชส์ สะเต๊ะ ยิ้มสยาม

ถึงแม้ว่า สะเต๊ะนั้นไม่ได้เป็นอาหารไทยแท้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าก็เป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่เป็นที่นิยมมากสำหรับคนไทย โดยแฟรนไชส์ สะเต๊ะ ยิ้มสยามนี้ มีผลิตภัณฑ์หลากหลายที่เกี่ยวกับสะเต๊ะ ไม่ว่าจะเป็นหมูสะเต๊ะ ปลาสะเต๊ะ และกุ้งสะเต๊ะ และด้วยแนวคิดที่ต่อยอดขึ้นไปอีก อย่างที่คุณเจ้าของได้กล่าวว่า เขานั้นมีความต้องการที่จะผลักดันให้เมนูสะเต๊ะเหล่านี้ไม่ใช่เพียงของว่างอีกต่อไป จึงมีเมนูที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาเป็นอาหารจากหลักดังเช่น ข้าวมันสะเต๊ะ ก๋วยเตี๋ยวสะเต๊ะ หรือแม้แต่โรตีสะเต๊ะ

ด้วยเมนูที่น่าสนใจในราคาในเกณฑ์ที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้ ทำให้แฟรนไชส์สะเต๊ะยิ้มสยามเป็นอีกแฟรนไชส์อาหารที่กำลังขยายตัวที่น่าสนใจและผู้ประกอบการยังสามารถเลือกที่จะเปิดเป็นแบบบูธขายหรือเลือกแบบเป็นร้านนั่งทานก็ยังได้ ซึ่งเจ้าของยังบอกอีกว่าตอนนี้กำลังมีการขยายสาขาแฟรนไชส์และส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย

หากผู้ใดสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของแฟรนไชส์สะเต๊ะยิ้มสยามแล้วก็สามารถหาข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.satayyimsiam.com หรือเบอร์โทรศัพท์ 02-996-4461

จุดขายของแฟรนไชส์: รสชาติเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้บริโภคส่วนมาก ซึ่งพิสูจน์ได้จากรางวัลที่ได้รับและได้ออกรายการอาหารเป็นเครื่องการันตี และหมดกังวลเรื่องการคุมสต๊อกเพราะสินค้าที่รับมาสามารถเก็บได้ 6 เดือน นอกจากนี้สินค้ายังมีสูตรสำเร็จในการทำสะเต๊ะได้โดยไม่ต้องจ้างพ่อครัวหรือแม่ครัวแต่อย่างใด

ความเสี่ยงของแฟรนไชส์: ในขณะนี้แฟรนไชส์อาจยังไม่เป็นที่รู้จักนักเพราะสาขาที่ยังน้อย จึงอาจจะต้องอาศัยการทำการตลาดจากบริษัทแม่สักหน่อย ซึ่งอีกไม่นานแฟรนไชส์นี้น่าจะเป็นแฟรนไชส์ที่เป็นที่รู้จักได้ไม่ยาก ต่อมาเป็นเรื่องราคาขายที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบตามท้องตลาดทั่วไป ทำให้กลุ่มลูกค้าที่นิยมของราคาถูกอาจซื้อสะเต๊ะจากร้านทั่วไปมากกว่าที่จะเลือกจากคุณภาพของสะเต๊ะยิ้มสยาม

ค่าแฟรนไชส์ 1. บูธ 46,000-69,000 บาท
2. ร้าน 120,000-180,000 บาท
ราคาขายส่ง - หมู 3 บาท/ไม้
- ปลา 8 บาท/ไม้
- กุ้ง 10 บาท/ไม้
ราคาขายปลีก - หมู 7.5 บาท/ไม้
- ปลา 13 บาท/ไม้
- กุ้ง 13 บาท/ไม้
ระยะเวลาในการคืนทุน ประมาณ 3 เดือน

4. แฟรนไชส์ ยา ฟาสซิโน

แฟรนไชส์ ยา ฟาสซิโน

หลายๆ คนอาจมีความฝันจะเป็นเภสัชกรที่มีร้านเป็นของตัวเอง แต่ด้วยบางอย่างอาจทำให้ความฝันในการเป็นเภสัชกรไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่โอกาสที่จะเป็นเจ้าของร้านขายยานั้นมาถึงแล้วกับแฟรนไชส์ยา ฟาสซิโน ที่เป็นผู้นำทางด้านธุรกิจค้าปลีกยาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม ซึ่งสินค้าคุณภาพทั้งหมดนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานสากลเรียบร้อยแล้ว

เมื่อเราสังเกตได้จากพฤติกรรมของผู้บริโภคจะพบว่าในปัจจุบันคนส่วนใหญ่ใส่ใจและให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยาต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายให้ดียิ่งขึ้น ทำให้แฟรนไชส์ยาแห่งนี้เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องห่วงว่าถ้าไม่มีความรู้เรื่องยามาก่อนจะเริ่มต้นได้ยากหรือเปล่า ซึ่งทางเจ้าของแฟรนไชส์จะช่วยตั้งแต่เริ่มวิเคราะห์ทำเลว่าเป็นอย่างไร จนถึงมีการฝึกอบรมให้ความรู้ต่างในการบริหารร้านยาพร้อมทั้งยังมีการทำการตลาดให้อีกด้วย

ใครที่กำลังสนใจร่วมลงทุนกับธุรกิจร้านยาฟาสซิโน สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-411-4455 และในเว็บไซต์ www.fascino.co.th

จุดขายของแฟรนไชส์: เป็นร้านขายยาที่มีแบรนด์ได้รับความน่าเชื่อถือ และมีอัตราผลกำไรที่มั่นคงที่ผู้ประกอบการได้ได้รับเป็นจำนวนค่อนข้างสม่ำเสมอในทุกๆ เดือน ทำให้แฟรนไชส์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวที่ต้องการผลกำไรที่ไม่ได้มีตัวเลขหวือหวา แต่ได้ด้วยจำนวนคงที่อย่างสม่ำเสมอ

ความเสี่ยงของแฟรนไชส์: ตลาดของการขายยาในปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูง และมีคู่แข่งมาก ซึ่งหากลูกค้าเลือกสินค้าแค่เพียงจากราคาที่ถูกกว่าโดยไม่สนใจเรื่องคุณภาพ เราก็จะไม่สามารถตัดราคาเพื่อแข่งขันได้เพราะแฟรนไชส์เน้นเรื่องคุณภาพของยาเพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อผู้บริโภคมากกว่า

ค่าแฟรนไชส์

งบการลงทุน 2-3 ล้านบาท

ค่าแฟรนไชส์ 600,000 บาท

ค่าแบรนด์รอยัลตี้ 3% ต่อเดือน

ค่าการตลาด 2% ต่อเดือน

อัตราผลกำไร 25-30%
ระยะเวลาในการคืนทุน 3-5 ปี

5. แฟรนไชส์ปราบขยะ

แฟรนไชส์ รีไซเคิล ปราบขยะ

“ขยะที่ไม่มีค่าอะไร แต่เป็นโอกาสของผม” นี่คือคำกล่าวสุดเท่ของเจ้าของแฟรนไชส์ปราบขยะแห่งนี้ เพราะธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่หากินกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่คิดว่าไม่มีค่าอย่างขยะ แต่ขยะเหล่านี้กลับสร้างรายได้และผลกำไรได้จนถึงหลักล้าน ซึ่งแฟรนไชส์ปราบขยะนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจร ทั้งการจัดเก็บ คัดแยกขยะ รวมไปถึงการนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะ

โดยแฟรนไชส์ปราบขยะนี้ใช้นวัตกรมมอัจฉริยะที่ชื่อว่า Goldsurf ที่ช่วยให้การบริหารงานธุรกิจรีไซเคิลขยะนี้สามารถดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุดในวงการนี้ ซึ่งนวัตกรรมนี้ยังเป็นลิขสิทธิ์ของแฟรนไชส์ปราบขยะเพียงที่เดียวอีกด้วย ตัวอย่างของนวัตกรรมลิขสิทธิ์นี้ก็ได้แก่ ความสามารถในการคำนวณกำไร ขาดทุน เงินเดือนพนักงาน ตัดสต๊อกของซื้อขาย ออกบิลต่างๆ และยังรองรับระบบ CCTV ที่สามารถดำเนินธุรกิจรีไซเคิลได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในโลก ขอแค่เพียงมีอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เนตได้เท่านั้น นอกจากนี้แฟรนไชส์แห่งนี้ยังการันตีด้วยรางวัล Top Sale Award (ยอดขายสูงสุด) จากมหกรรมชี้ช่องทางรวยอีกด้วย ซึ่งภายในระยะเวลาไม่นานแฟรนไชส์แห่งนี้ก็มีมากถึง 100 กว่าสาขาในประเทศไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจแปลกใหม่ที่น่าสนใจ ก็ไม่ควรพลาดกับแฟรนไชส์ปราบขยะแห่งนี้ โดยผู้ที่สนใจก็สามารถอ่านรายละเอียดหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.prabkaya.co.th หรือเบอร์โทรศัพท์ 02-977-7797

จุดขายของแฟรนไชส์: จุดเด่นแรกที่เห็นกันได้ชัดๆ เลยก็คืออัตราผลกำไรที่ค่อนข้างสูงเพราะต้นทุนของขยะนั้นน้อยมากๆ เนื่องจากเป็นของที่ไม่มีค่าสำหรับคนอื่นสักเท่าไร และด้วยเหตุที่ขยะบางประเภทเช่น พลาสติก แก้วหรือโลหะนั้นจะไม่เสื่อมสภาพทำให้เราสามารถคาดการณ์อัตราขึ้นหรือลงของสินค้าเหล่านี้หรือตรวจสอบอัตราซื้อ-ขายได้ในเว็บไซต์ปราบขยะเพื่อตัดสินใจซื้อ-ขายในช่วงเวลาที่ได้ผลตอบแทนสูงสุดได้อีกด้วย

ความเสี่ยงของแฟรนไชส์: ความเสี่ยงของแฟรนไชส์นี้มีค่อนข้างน้อยปัญหาส่วนมากอาจขึ้นอยู่กับทำเล ซึ่งถ้าอยากได้ผลตอบแทนที่มากอาจจะต้องใช้ต้นทุนและพื้นที่สำหรับเก็บขยะให้ได้มากขึ้น

ค่าแฟรนไชส์ 55,000- 3,450,000 บาท
อัตราผลกำไร ขึ้นอยู่กับอัตราซื้อ-ขายของสินค้าแต่ละชิ้นในแต่ละช่วงเวลา
ระยะเวลาในการคืนทุน 6 เดือน- 1 ปี

• • •

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนแรกของแฟรนไชส์ที่น่าสนใจในงาน KSME & Franchise Expo สำหรับผู้อ่านที่คิดว่า 5 แฟรนไชส์นี้ยังไม่ถูกใจ หรืออยากรอดูอีก 5 แฟรนไชส์ที่เหลือก่อนทำการตัดสินใจ ก็เตรียมพบกับบทความ แฟรนไชส์น่าสนใจในงาน KSME & Franchise Expo Part 2 อีกไม่นานเกินรอได้เลย

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์