4 แนวทางสร้าง Application ให้ผู้ใช้ติดเป็นนิสัย

Photo belongs to Andrew

ลองคิดถึงสถานการณ์ที่เราไม่จำเป็นต้องลงทุนกับการโฆษณาอีกต่อไปแล้ว แต่กลับมีลูกค้าเข้ามาใช้ Application ของเราซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอ แล้วเราไม่ต้องทำแคมเปญหรือทำการโปรโมทเลยแม้แต่น้อย ฟังดูอาจเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่จากการวิจัยของ Nir Eyal จากมหาวิทยาลัย Stanford ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Hooked: How to Build Habit-Forming Products โดยใช้เวลากว่าห ลายปีในการวิเคราะห์ลงลึกถึงจิตวิทยาเบื้องหลังการเลือกใช้สินค้าในชีวิตประจำวันของลูกค้า  พบว่าการทำให้ลูกค้าใช้ผลิตภัณฑ์ของเราซ้ำๆ โดยเราไม่จำเป็นต้องตอกย้ำผ่านทางโฆษณานั้นไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินความเป็นไปได้เลย โดยเห็นได้จากผลิตภัณฑ์อย่าง Facebook หรือ Application เกมต่างๆ ในปัจจุบันมีลักษณะที่ดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้ซ้ำๆ อยู่ตลอด และนี่ก็คือ 4 แนวทางในการสร้าง Application ที่ลูกค้าจะต้องใช้จนเป็นนิสัย

1. เชื่อมโยงกับความรู้สึก

หากต้องการที่จะให้ลูกค้ามีความเชื่อมโยงกับตัวผลิตภัณฑ์จนอยากที่จะใช้อย่างสม่ำเสมอนั้น ก็ควรที่จะมีตัวกระตุ้นโดยใช้ความรู้สึก สถานการณ์ หรือกิจวัตรเหล่านั้นมาเป็นตัวช่วยในการเชื่อมโยงให้ลูกค้าต้องเปิดใช้เมื่อเกิดความรู้สึกที่ว่านั้นๆ อย่างเช่น เมื่อเกิดอาการเหงาๆ  เราก็มักจะเปิดเล่น Facebook เพื่ออัพเดทชีวิตเพื่อนๆ เมื่อเรารู้สึกไม่มั่นใจอะไรบางอย่างเราก็จะเปิด Google เพื่อช่วยในการค้นหา หรือแม้กระทั่งตอนที่เบื่อๆ เราก็มักจะเปิด Youtube เพื่อหาคลิปอะไรดูแก้เบื่อ ความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีเหล่านี้ถือเป็นตัวกระตุ้นอย่างหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเปิดเข้าไปใช้ซ้ำๆ เมื่อเกิดความรู้สึกนั้นๆ โดยที่เราไม่ต้องใช้โฆษณาเข้าช่วยแต่อย่างใด ดังนั้นการศึกษาถึงพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะนำข้อมูลเหล่านี้มาช่วยในการวิเคราะห์ถึงกิจวัตรประจำวันของคนเหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร และเราจะสามารถนำความรู้สึก หรือลักษณะนิสัยเหล่านั้นมาเชื่อมโยงในการใช้สินค้าของเราและตอบโจทย์พวกเขาให้มากขึ้นได้อย่างไรบ้าง

2. ตัวกระตุ้นที่เหมาะสม

ทฤษฎีของ Nir Eyal ได้บอกไว้ว่า การที่จะให้ลูกค้ากลับมาใช้เว็บหรือแอพได้ด้วยตัวเองนั้น อาจต้องอาศัยปัจจัยกระตุ้นภายนอกเข้ามาช่วย อย่างเช่น อาจใช้ Notification เพื่อเรียกร้องความสนใจให้ผู้ใช้กลับมาเปิดดูอีกครั้ง หรือแม้กระทั่งกระแสการบอกปากต่อปากก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ผู้ใช้เปิดดูได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามหากใช้อย่างไม่ถูกวิธี อย่างการส่งเมลสแปมไปเพื่อให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้งก็อาจสร้างความน่ารำคาญให้กับผู้ใช้แทนที่จะเกิดความประทับได้เช่นกัน ซึ่งกุญแจสำคัญของการกระตุ้นเตือนลูกค้าให้กลับมาใช้นั้นก็คือการทำให้ถูกเวลาตรงตามที่ลูกค้าอยากใช้ อย่างเช่น เมื่อคนเราตื่นเช้าขึ้นมา ก็อาจจะอัพเดทข่าวสารและความเป็นไปที่สำคัญๆ ในช่วงคืนที่ผ่านมา หน้าที่ของแอพข่าวสารที่ดีก็คือการใส่ Notification รวมเรื่องน่าสนใจ ที่ผู้ใช้จะสามารถกดเข้าไปดูได้แค่เพียงคลิก สองคลิกเท่านั้น เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ผู้ใช้กลับเข้ามาดูอย่างสม่ำเสมอโดยที่ไม่สร้างความรำคาญแต่อย่างใด

3. รางวัลดึงดูด

เคยสังเกตไหมว่าบาง Application แม้เราจะไม่เวลาเปิดเข้าไปดูหรือเปิดเข้าไปเล่น แต่ก็จะเข้าไปเช็คทุกวันอย่างสม่ำเสมอ ตัวอย่างเช่น Application เกมต่างๆ ที่จะมีกิจกรรมย่อยให้เล่นอย่างหมุนรูเล็ตเพื่อรับ item ต่างๆ ภายในเกม หรือหากเป็น Application หรือเว็บขายสินค้า ก็อาจจะมีให้ร่วมสนุกเล่นเกมตอบคำถามต่อเนื่องทุกวันๆ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อชิงของรางวัลจากทางเว็บ เป็นต้น วิธีนี้จะทำให้ผู้ใช้หมั่นเข้ามาดูเว็บหรือ Applcation ของเราอยู่อย่างสม่ำเสมอด้วยตัวเอง ส่วนเรื่องของรางวัลก็ควรมีการทำการบ้านมาให้ดีว่าต้องเป็นสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายอยากได้จริงๆ และดึงดูดให้คนมาร่วมสนุกมากขึ้นด้วย เพราะหากของรางวัลไม่ดึงดูดเพียงพอแล้วนั้น ผู้ใช้ก็คงไม่สนใจอย่างแน่นอน

4. ทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

วิธีนี้อาจยังไม่เหมาะกับ Application ที่เปิดใหม่แล้วยังไม่ค่อยแน่ใจในจุดขายของผลิตภัณฑ์ตัวเองสักเท่าไร แต่สำหรับ Application ที่มั่นใจว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้แล้ว ลองเสนอการลงทุนใน Application ของเราอย่างเหมาะสมให้กับลูกค้าดู ซึ่งการลงทุนที่ว่านี้ก็อาจเป็นการให้ลูกค้าเพิ่มเงินซื้อ Application หรืออัพเกรดเป็นแบบ Pro ที่จะมีฟังก์ชันต่างๆ มากขึ้น และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น อย่างเช่น Application การวิ่งออกกำลังกาย ในรูปแบบธรรมดาอาจใช้ได้แค่การจับระยะทางและเวลาในการวิ่ง แต่หากอัพเกรดเพิ่มขึ้นไปก็จะสามารถบอกปริมาณแคลอรี่ที่ลดลง อัตราการเต้นของหัวใจ หรือเข้าถึงข้อมูลแนะนำสถานที่วิ่งจากบริเวณที่เราต้องการค้นหาได้ หรือหากเป็น Application เกี่ยวกับข้อมูลเฉพาะทางก็อาจเก็บเป็นค่าสมาชิกรายปีเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นๆ ได้ เป็นต้น ซึ่งเมื่อลูกค้าลงทุนไปแล้วก็มักจะรู้สึกว่าต้องเข้ามาใช้อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่เสียลงไป

• • •

หากมองตามหลักของ Nir Eyal ที่วิจัยออกมาแล้วจะเห็นได้ว่าหัวใจสำคัญจริงๆ ในแต่ละข้อนั้นก็คือการเก็บข้อมูลของผู้ใช้กลุ่มเป้าหมายเพื่อนำมาวิเคราะห์ก่อนว่ามีพฤติกรรม ไลฟ์สไตล์ และรูปแบบการใช้ Application กันอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะคิดหาวิธีในแต่ละข้อว่าจะหาแนวทางใดมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับลูกค้าที่เรามีอยู่  แต่หลักๆ แล้วก็น่าจะเป็นเรื่องของการตอบโจทย์ของลูกค้าที่ทำให้พวกเขามีชีวิตที่สะดวกสบาย และตอบสนองไลฟ์สไตล์ให้ได้มากขึ้น หากทำได้เช่นนี้แล้วลูกค้าก็เข้ามาใช้ผลิตภัณฑ์ของเราเองได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาโฆษณาแต่อย่างใด

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์