How to: แจ้งเกิดบริษัทด้วยชื่อบริษัท สโลแกน และโลโก้

Photo belongs to DennisM2

หากเปรียบการทำธุรกิจกับคนๆ หนึ่งนั้น คงเปรียบเทียบกันได้ไม่ยากนัก เพราะคนๆ หนึ่งนั้นก็จะต้องมีชื่อ มีรูปร่างหน้าตา และก็มีลักษณะนิสัยเฉพาะ ซึ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ของบริษัทนั้น ก็มีลักษณะตามที่ว่าเช่นกัน เพราะแรกเริ่มบริษัทก็จะต้องมีการตั้งชื่อให้กับสินค้าที่จะวางจำหน่าย ส่วนรูปร่างหน้าตานั้นก็แสดงออกมาในลักษณะของโลโก้หรือตราสัญลักษณ์ และสุดท้ายก็ต้องมีสโลแกนที่เป็นตัวบอกลักษณะนิสัยของสินค้านั้นๆ ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้ถือเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับบริษัทและสินค้าเป็นอย่างมาก ทั้งหมดนี้คือวิธีการตั้งชื่อสินค้า ออกแบบโลโก้ และสโลแกนเพื่อให้บริษัทของเรานั้นแจ้งเกิดได้ไม่ยาก

ตั้งชื่อสินค้าอย่างไรให้แบรนด์ติดตลาด

1. กฎสากล 6 ตัวอักษร 3 พยางค์

ในต่างประเทศนั้นจะมีกฎเหล็กในการตั้งชื่อภาษาอังกฤษอยู่ว่า “ชื่อที่ตั้งต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษร และออกเสียงไม่เกิน 3 พยางค์”

หากจะให้แจ้งเกิดให้แบรนด์สินค้าของเรานั้น สิ่งที่สำคัญเลยคือชื่อนั้นๆ ต้องติดปากคนทั่วไป นั่นหมายความว่าชื่อที่เราควรจะตั้งนั้นต้องมีความกระชับ เพื่อที่จะออกเสียงได้ง่ายๆ และจำติดปากง่าย สำหรับในต่างประเทศนั้นจะมีกฎเหล็กในการตั้งชื่อภาษาอังกฤษอยู่ว่า “ชื่อที่ตั้งต้องไม่เกิน 6 ตัวอักษร และออกเสียงไม่เกิน 3 พยางค์” สังเกตได้จากแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จทั้งหลายเช่น Nike, Sony หรือแม้กระทั่ง Kentucky Fried Chicken ก็ถูกจับย่อลงมาให้เหลือแค่คำว่า KFC สำหรับภาษาไทยก็เช่นกันก็ควรใช้คำที่ออกเสียงง่ายและพยางค์ไม่เยอะ เพราะบรรดาสินค้า 2 พยางค์อย่าง มาม่า หรือ 1 พยางค์อย่างแฟ้บ นั้นก็กลายเป็นคำแรกติดปากของผู้คนที่ใช้แทนสินค้าประเภทนี้แทบทุกยี่ห้อไปซะแล้ว จนทำให้คนที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็มักจะนึกถึงแบรนด์ของมาม่าก่อนทุกครั้ง

ซึ่งนอกจากประโยชน์ในการออกเสียงที่ง่ายแล้ว การใช้ตัวอักษรไม่มากยังเอื้อต่อการออกแบบโลโก้ที่ง่ายขึ้นอีกด้วย แต่ก็มีอีกหลายแบรนด์เช่นกันที่สามารถตั้งชื่อยาวๆ แล้วประสบความสำเร็จได้อย่าง Victoria’s Secret หรือแบรนด์ออกเสียงยากแถมยังยาวเหยียดอย่าง โชกุบุสสึ โมโนตาการิ ที่ทุกคนกลับจำชื่อได้แม่นยำจนน่าประหลาดใจ 

2. สร้างชื่อทั้งทีทำให้เป็น Platform

สมัยนี้การจะสร้างแบรนด์สินค้าคงต้องคิดเผื่อถึงอนาคตกันมากๆ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าในอนาคตนั้นเราจะมีสินค้าใหม่ๆ จากแบรนด์เดิมหรือเปล่า เหมือนอย่างบริษัท TRUE นั้นก็มีหลากหลายสินค้าและการบริการ ไม่ว่าจะเป็น TRUE Move ที่เป็นบริการเครือข่ายการสื่อสาร TRUE Vision ที่ให้บริการสัญญาณโทรทัศน์ หรือแม้แต่ร้านกาแฟก็ยังมีชื่อว่า TRUE Coffee ถึงแม้ว่าทั้ง 3 อย่างนี้จะมีความแตกต่างกันมากแต่ก็ยังอยู่ภายใต้ชื่อของ TRUE ที่เปรียบเสมือน Platform หลัก โดยมีชื่อต่อท้ายแยกตามผลิตภัณฑ์ตามสินค้าหรือบริการนั้นๆ

How to: แจ้งเกิดบริษัทด้วยชื่อบริษัท สโลแกน และโลโก้

ซึ่งประโยชน์ของการใช้ Platform เช่นนี้ก็คือเมื่อเรามีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดก็ไม่จำเป็นจะต้องสร้างชื่อแบรนด์ใหม่จากศูนย์ แต่สามารถหยิบใช้รากฐานของสินค้าชิ้นก่อนๆ ที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว ในการรับประกันถึงคุณภาพที่น่าไว้วางใจได้เลย

3. ชื่อซ้ำๆ คงดังไม่ได้

ชื่อบริษัทที่ดีต้องสร้างความแตกต่าง ไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกับคนอื่น

ท่ามกลางฝูงแกะสีขาวนั้น หากมีแกะตัวสีดำอยู่ในวงย่อมสร้างความโดดเด่นได้มากกว่าแน่นอน แต่ถ้าจะโดดเด่นแล้วก็ควรออกมาในทางที่ดีด้วยความคิดที่สร้างสรรค์เช่นกัน ซึ่งเราขอเปรียบเทียบแกะขาวที่ว่านั้นกับชื่อร้านหรือชื่อสินค้าที่ดูซ้ำๆ อย่างเช่น สว่างการช่าง หรือชื่อจำพวกชาติชายการช่าง เป็นต้น  ถึงแม้ชื่อเหล่านี้จะสามารถสื่อถึงผลิตภัณฑ์หรือการบริการได้อย่างชัดเจนว่าทำการช่าง แต่คงไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าหากผู้คนทั่วไปแยกกันไม่ออกและจำไม่ได้ว่าร้านไหนคือร้านที่บริการได้ดีกว่า

สู้ลองมาเป็นแกะดำเหมือนอย่างแบรนด์ FCUK ชื่อดังกันบ้าง ซึ่งแบรนด์นี้สร้างความแตกต่าง แถมยังใช้ชื่อที่มีลักษณะสองแง่สองง่าม จนในช่วงแรกๆ ห้างสรรพสินค้าหลายๆ แห่งไม่ยอมให้นำสินค้ายี่ห้อนี้เข้าไปขายด้วยซ้ำ แต่แล้วเมื่อ FCUK ได้ผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้ ก็กลายเป็นอีกแบรนด์ชั้นนำที่มีชื่อเก๋ไก๋และคนจำกันได้ทั่วไปภายในเวลาไม่นาน หรือถ้ายังคิดไอเดียไม่ออกลองส่องชื่อร้านผับแถวๆ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังดูสิ แล้วจะพบว่าแต่ละร้านนั้นต่างมีชื่อที่มีสไตล์เป็นของตัวเองและไม่ซ้ำกับร้านใดในละแวกใกล้เคียงเลย

4. ข้อควรหลีกเลี่ยงฉบับย่อที่ควรรู้

  • อย่าหยิบชื่อหรือนามสกุลตัวเองมาตั้งเป็นชื่อสินค้าหรือชื่อร้าน เพราะคนจะจำไม่ได้
  • อย่าพยายามเลียนแบบชื่อแบรนด์คนอื่น เพราะถึงแม้ว่าจะไม่เหมือน 100% แต่หากมีเจตนาจงใจให้คล้ายก็ถูกฟ้องได้เช่นกัน
  • อย่าใช้ชื่อของสถานที่ตั้ง คำที่ฮิตในช่วงนั้น เพราะหากเกิดการเปลี่ยนแปลงสถานที่หรือเทรนด์แล้ว ชื่อเหล่านี้จะไม่เป็นที่สนใจอีกต่อไป
  • อย่าตัดสินว่าชื่อนี้ดีด้วยตัวคนเดียว ลองรับฟังความคิดเห็นจากคนภายนอกบ้างว่าฟังแล้วรู้สึกยังไง? จำง่ายหรือไม่?
  • อย่าใช้ชื่อที่มีความหมายแฝงเกี่ยวกับการเมือง ศาสนา เพราะอาจไม่ได้รับการยอมรับในสังคมส่วนใหญ่ 

ออกแบบโลโก้ผลิตภัณฑ์อย่างไรให้เป็นที่จดจำ

1. เราต้องการจะสื่ออะไร?

คำถามที่ว่า โลโก้ของเราต้องการจะสื่ออะไรนั้น ควรถูกใช้เป็นคำถามแรกในการเริ่มต้นคิดโลโก้เลยทีเดียว เพราะโลโก้ก็เปรียบเสมือนหน้าตาของบริษัท และสามารถบอกอะไรให้กับผู้ที่พบเห็นได้หลายอย่าง ซึ่งบรรดาลูกค้าเรานั้นสามารถตัดสินได้ทันทีจากโลโก้ว่าบริษัทเรามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยก็ตาม

How to: แจ้งเกิดบริษัทด้วยชื่อบริษัท สโลแกน และโลโก้

เหมือนอย่างโลโก้ ของร้านปังเว้ย…เฮ้ย!!! ร้านนี้ที่แม้ว่าจะมีรูปแบบที่เรียบง่าย แต่ก็สื่อออกมาได้ชัดเจนว่าขายขนมปังร้อนๆ ที่ดูชวนลิ้มลอง ดังนั้นก่อนคิดโลโก้ของผลิตภัณฑ์สักอันขึ้นมาก็ควรคิดให้ดีก่อนว่าเราต้องการให้ผู้พบเห็นรู้สึกอย่างไร แล้วจึงกำหนดคอนเซปของโลโก้ขึ้นมาก่อนลงมือทำ

2. อยากออกแบบโลโก้เองคิดถึงองค์ประกอบอะไรบ้าง?

เมื่อเรารู้แล้วว่าต้องการจะสื่ออะไรถึงผู้พบเห็น ก็ควรปรับองค์ประกอบต่างๆ ของโลโก้ให้ไปในทิศทางนั้นๆ โดยองค์ประกอบที่ว่านี้ก็มีทั้งขนาด สี และรูปภาพประกอบในโลโก้ ซึ่งการปรับเปลี่ยนแต่ละองค์ประกอบนั้นไม่มีคำว่าถูกหรือผิด แต่เราต้องดูให้ดีว่าสินค้าของเราควรมีโลโก้ลักษณะอย่างไรมากกว่า

2.1 ขนาดของโลโก้

  • โลโก้ขนาดใหญ่: หากเราต้องการโลโก้ที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น อีกทั้งยังต้องการพื้นที่ในการใส่รายละเอียดข้อมูล หรือลูกเล่นต่างๆ แล้ว โลโก้แบบใหญ่จึงถือเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับเรา แต่ว่าก็ต้องแลกมากับการที่ไม่สามารถนำโลโก้ชนิดนี้ไปอยู่บนบรรจุภัณฑ์ของสินค้าขนาดเล็กๆ ได้
  • โลโก้ขนาดเล็ก: สำหรับโลโก้ขนาดเล็กนี้จะเหมาะสำหรับสินค้าที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์เล็กๆ และชื่อสินค้าที่ไม่ยาวมากในโลโก้เพื่อที่คนที่ผ่านไปมาจะสามารถบอกเห็นชื่อสินค้าได้อย่างชัดเจน แต่ก็แน่นอนว่าโลโก้ชนิดนี้ไม่สามารถใส่ลูกเล่นได้มาก เพราะจะทำให้ภาพรวมยุ่งเหยิงจนดูไม่รู้เรื่อง

2.2 สีของโลโก้

การเลือกโทนสีนั้นก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของเราด้วย เช่น ถ้าต้องการจะสื่อว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติก็ควรเน้นไปทางโทนสีเขียว เป็นต้น โดยสีในแต่ละส่วนก็ควรจะมีความสัมพันธ์กัน ซึ่งนอกจากสีนั้นจะบอกตัวตนของผลิตภัณฑ์ได้แล้ว ยังสามารถใช้แบ่งแยกกับคู่แข่งได้อีกด้วย จากในตัวอย่างของ Coke ที่มีเฉดสีแดง ส่วน Pepsi ที่ตามมาที่หลังเลือกที่จะใช้เฉดสีน้ำเงินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

2.3 ภาพประกอบหรือสัญลักษณ์

รูปที่นำมาใช้ประกอบนั้นสามารถเป็นได้ทั้งรูปถ่าย หรือภาพกราฟฟิคที่ออกแบบขึ้นมาเองก็ได้ โดยหัวใจสำคัญของการใช้รูปประกอบนั้นคือต้องสื่อออกมาให้ได้ว่าเรากำลังขายอะไร และสร้างคุณค่าให้แบรนด์ได้อย่างไร เหมือนอย่างร้านข้าวแกงกระหรี่จะญี่ปุ่นรายนี้ก็เลือกที่จะใช้โลโก้เป็นรูปข้าวแกงกระหรี่ที่สื่อออกมาได้ชัดเลยว่าที่ร้านขายอะไร หรือบางแบรนด์ก็เลือกใช้ตัวอักษรอย่างเดียวเพื่อบอกชื่อแบรนด์ได้เช่นกัน อย่าง Samsung แล้วเน้นความเรียบง่าย และจำได้ไม่ยากเลย

3. จ้างนักออกแบบอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

ถ้าไม่มั่นใจฝีมือ จ้างนักออกแบบช่วยออกแบบโลโก้ให้ปลอดภัยกว่า

ถ้าหากเราพบว่าตัวเองยังไม่มีหัวศิลป์มากพอที่จะออกแบบโลโก้ให้สวยงามได้ด้วยตัวเองแล้ว ก็อย่าเสี่ยงที่จะทำโลโก้ที่ผิดพลาดออกมาเลยดีกว่า เพราะโลโก้ที่ไม่ดีจะติดตัวเราไปตลอด การจ้างนักออกแบบมาช่วยออกแบบโลโก้จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางออกที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ควรเลือกนักออกแบบที่มีความเป็นมืออาชีพและไว้ใจได้ โดยดูจากผลงานเก่าๆ ที่ผ่านมา หลังจากหานักออกแบบได้แล้วก็ควรทำสัญญาตกลงเรื่องราคากันอย่างละเอียด  พร้อมทั้งดำเนินการจดลิขสิทธิ์ให้เรียบร้อยด้วย

สร้างสโลแกนอย่างไรให้ติดหู

จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญนั้นก็คือการบอกลักษณะนิสัยของสินค้าเราว่าเป็นอย่างไร ได้จากการตั้งสโลแกน ซึ่งหลักการตั้งสโลแกนที่น่าสนใจนั้นได้ถูกรวบรวมไว้ตาม Link แล้ว บทความ "ตั้งสโลแกนบริษัทให้ติดปาก"

• • •

ชื่อสินค้า โลโก้ และสโลแกน ทั้งสามส่วนนี้คือปัจจัยสำคัญมากในการสร้างแบรนด์เลยทีเดียว หากลองสังเกตดูแบรนด์ต่างๆ ที่โด่งดังในปัจจุบันนั้นล้วนประกอบด้วย ชื่อสินค้าที่ทุกคนจำได้ โลโก้ที่ติดตา และสโลแกนที่ติดหูแทบทั้งสิ้น ดังนั้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำนั้น ควรให้ความสำคัญกับทั้งสามปัจจัยนี้เป็นอย่างดี เพราะทั้งหมดนี้ล่ะ ที่จี้วัดความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ และเป็นสิ่งที่จะอยู่คู่กับสินค้าของเราตลอดไป

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์