แนวทางสร้างกิจกรรมจิตอาสาในองค์กร

Photo belongs to Koshy Koshy

การสร้างจิตอาสาในองค์กรนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ดีสำหรับตัวพนักงานของเราเองและยังดีต่อธุรกิจของเราอีกด้วย จากผลสำรวจ UnitedHealth Group ในปี 2013 พบว่าบรรดาพนักงานในออฟฟิศที่มีจิตอาสาและเข้าร่วมกิจกรรมของอาสาสมัคร 94% ของกลุ่มตัวอย่างพบว่าตัวเองมีอารมณ์ดีขึ้น และ 81% ของกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้พบว่ากิจกรรมจิตอาสาในองค์กรนั้นช่วยให้พวกเขาเกิดความผูกพันธ์และเกิดความสนิทสนมกับเพื่อร่วมงานกันมากขึ้นอีกด้วย

ซึ่งนอกจากกิจกรรมทางจิตอาสานั้นจะส่งผลดีกับทางตัวผู้เข้าร่วมเองแล้ว กิจกรรมเหล่านี้ยังถือเป็นกิจกรรมทางการตลาดอย่สงหนึ่งนั่นก็คือ Corporate Social Responsibility (CSR) หรือที่เราเรียกกันว่า ความรับผิดชอบต่อสังคม ที่ใช้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรได้อีกด้วย โดยกิจกรรมด้าน CSR ที่มักเห็นบ่อยๆ ในประเทศเรานั้นก็คือ การร่วมกันรณรงค์ไปปลูกป่า การเข้าเยี่ยมบ้านพักคนชรา บริจาคสิ่งของบ้านเด็กกำพร้า สถานสงเคราะห์สัตว์จรจัด และอื่นๆ ก็ล้วนแต่เป็นกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาสังคมให้ดีขึ้นได้จริง ด้วยประโยชน์ที่เกิดกับทั้งสังคม พนักงานและตัวองค์กรมากมายแล้ว ทำให้หลายๆ องค์กรจึงเริ่มทำการปลูกฝังจิตอาสาในตัวพนักงานกันอยู่หลายต่อหลายแห่งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแนวทางการสร้างจิตอาสาในองค์กรมีดังนี้

1) มั่นใจว่าเป้าหมายของกิจกรรมอาสานั้นสอดคล้องกับหัวใจขององค์กร

แต่ละองค์กรต่างก็มีภาพลักษณ์ มีรูปแบบ มีจุดยืนในการทำธุรกิจที่ต่างกันออกไป ซึ่งก่อนที่จะเริ่มต้นสร้างกิจกรรมจิตอาสาขึ้นมานั้น เราควรที่จะรู้ถึงรายละเอียดเหล่านี้ก่อนว่าองค์กรเรามีลักษณะเป็นอย่างไร เพื่อสร้างกิจกรรมขึ้นมาให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์กร อย่างเช่น องค์กรอย่าง SCG ที่มีแนวคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนนั้นก็มักมีกิจกรรมจิตอาสาอย่างการออกไปปลูกป่า รักษาแหล่งน้ำ และอื่นๆ ที่เกี่ยวกับทางธรรมชาติ เพราะเชื่อว่าเมื่อมีการพัฒนาสิ่งต่างๆ ไปข้างหน้าแล้วก็ต้องมีการพัฒนารากฐานขึ้นไปด้วย อย่าง SCG กระดาษก็จะมีการปลูกต้นไม้ทดแทนเพื่อมาทำกระดาษ อีกทั้งยังเป็นการสร้างจิตสำนึกในบุคลากรในองค์กรให้คิดไปในทางเดียวกัน ให้ยึดเหนี่ยวด้วยแนวคิดเดียว เพื่อที่จะได้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าเมื่อเป้าหมายของกิจกรรมจิตอาสาสอดคล้องกับแนวทางขององค์กรแล้วนั้น เราก็จะได้พนักงานที่มีแนวคิดเดียวกัน อีกทั้งกิจกรรมก็ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์องค์กรให้ดูน่าเชื่อถือ น่าเชื่อมั่นในแนวทางนั้นๆ มากขึ้นไปอีกด้วย

2) หาแรงผลักดันใหม่ๆ ให้พนักงานเข้าร่วม

หากมองย้อนไปแล้วจะพบว่าเมื่อก่อนนั้นกิจกรรมจิตอาสาดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่ทำด้วยใจเพื่อหวังให้สังคมดีขึ้นอย่างแท้จริง เพียงแค่โปสเตอร์สร้างแรงบันดาลใจสวยๆ เกี่ยวกับกิจกรรมก็พอที่จะสร้างความอยากร่วมมือให้กับพนักงานในองค์กรได้แล้ว แต่ทว่าหลายปีที่ผ่านมานั้น เหตุผลของการเข้าร่วมไม่ใช่แค่การอยากทำความดีเสมอไป แต่ยังมีเหตุผลอื่นๆ อย่างการเข้าร่วมเพราะอยากได้ประสบการณ์ใหม่ๆ หรืออยากเข้าร่วมกิจกรรมบ่อยๆ ในวันธรรมดาก็จะได้ไม่ต้องทำงาน ซึ่งหากเหตุผลเป็นอย่างหลังแล้ว แน่นอนเลยว่าถ้าเรามีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมอาสาไปเป็นวันหยุดของพวกเขาแล้วล่ะก็ โอกาสที่พนักงานจะไม่เข้าร่วมก็มีมากเลยทีเดียว ดังนั้นเราจึงควรหาเหตุผลที่แท้จริงก่อนว่าปกติแล้วพนักงานเรานั้นเข้าร่วมเพราะเหตุใด และสามารถหาแรงผลักดันอื่นเพิ่มเติมให้พวกเขาได้หรือไม่ เช่น สร้างภาพลักษณ์ของการทำกิจกรรมให้ออกมาดูสนุกสนานไม่น่าเบื่อ บรรดาหัวหน้าและผู้บริหารก็ควรเป็นแบบอย่างที่ดีในการลงไปเข้าร่วมโดยที่ไม่แบ่งเรื่องตำแหน่งการทำงาน ปลูกจิตสำนึกเรื่องการทำเพื่อสังคมและการทำความดี เพื่อผลักดันให้พนักงานของเรานั้นเต็มใจและมีความสุขกับการเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาอย่างแท้จริง

3) ทำให้กิจกรรมทุกครั้งมีความแตกต่างและให้ทุกคนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด

หากมีแต่กิจกรรมเดิมๆ สถานที่เดิมๆ แล้วนั้นกิจกรรมจิตอาสาในองค์กรคงน่าเบื่อไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพนักงานที่มีอายุงานมานานจนต้องเข้าร่วมกิจกรรมเดิมๆ อยู่หลายต่อหลายรอบแล้วคงเกิดความรู้สึกอยากเข้าร่วมในแต่ละครั้งน้อยลงอย่างแน่นอน ลองคิดหาแนวทางใหม่ๆ หรือโจทย์ใหม่ๆ ให้กับกิจกรรมอยู่เสมอแต่ก็อย่าให้หลุดจากแนวทางขององค์กรอย่างที่กล่าวไว้ในข้อแรกมากนัก อย่างสมมุตปกติเคยทำกิจกรรมรักษาความสะอาดของแหล่งน้ำอย่างแม่น้ำ ก็อาจเปลี่ยนไปรักษาความสะอาดของชายหาดของทะเล จากที่เคยทำกิจกรรมรักษาธรรมชาติ อาจเปลี่ยนไปเป็นการสร้างวัด สร้างโรงเรียนตามต่างจังหวัด เป็นต้น

นอกจากนี้แล้วยังให้ความสำคัญกับบรรดาผู้เข้าร่วมหน้าใหม่ๆ ให้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมและเกิดความประทับใจในครั้งแรกด้วย โดยพยายามหากิจกรรมที่ทุกคนได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน เพื่อให้คนกลุ่มนี้สนิทสนมกับคนกลุ่มเดิมที่มีอยู่แล้ว และยังเป็นการสร้างความทรงจำดีๆ จนอยากจะมามีส่วนร่วมอีกในครั้งต่อๆ ไป

4) สร้างโครงสร้างและมาตรฐานในการทำจิตอาสาในครั้งต่อๆ ไป

ทำแบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมจิตอาสาจากทั้งฝั่งพนักงานของเราเอง รวมไปถึงผู้คนในชุมชนที่เราเข้าไปทำกิจกรรมด้วยว่ามีความพึงพอใจมากน้อยเพียงใด และมีสิ่งใดที่ควรต้องปรับปรุงบ้าง เพื่อที่จะวางแผนถึงกิจกรรมจิตอาสาในปีต่อไปว่ามีสิ่งใดที่ควรต้องมาปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นบ้าง จนสุดท้ายนำแผนเหล่านี้มาปรับเป็นโครงสร้างของการจัดกิจกรรมเพื่อให้ง่ายต่อการจัดกิจกรรมขึ้นในครั้งต่อๆ ไปว่าควรมีมาตรฐานตั้งต้นเป็นเช่นนี้ ก่อนที่จะตัดสินใจในการเพิ่มกิจกรรมใหม่ๆ เข้าไปอีกที เพื่อให้กิจกรรมจิตอาสาในแต่ละครั้งมีแนวทางที่ชัดเจน ทั้งนี้ก็ต้องอย่าลืมการทำ PR เพื่อให้กิจกรรมในแต่ละครั้งเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปจนเกิดภาพลักษณ์ที่ดีในองค์กรด้วย

• • •

INCquity's Comment:

โดยสรุปแล้วการสร้างกิจกรรมจิตอาสาที่ดีนั้นเริ่มต้นได้จากการตั้งเป้าหมายที่เข้ากับองค์กรเราเสียก่อน จากนั้นผลักดันพนักงานให้มีแรงบันดาลใจในการเข้าร่วม มีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมให้ดูสดใหม่อยู่เสมอ และสุดท้ายค่อยสร้างมาตรฐานที่ดีในการทำกิจกรรมจิตอาสา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกๆ ฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทั้งสังคม ชุมชน พนักงานและตัวองค์กรเอง

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์