Hampton Creek ธุรกิจใหม่แห่งอนาคตอาหารโลก

Photo belongs to Hampton Creek's Just Mayo

ในวันที่ชั้นวางสินค้าในซูเปอร์มาเก็ตเต็มไปด้วยอาหารที่พะยี่ห้อว่า “เพื่อสุขภาพ” และบางครั้งก็มาพร้อมกับคุณสมบัติว่า “ผลิตด้วยกระบวนการรักษาสิ่งแวดล้อม” ที่เป็นเหมือนคำกล่าวที่ช่วยให้เราใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อได้ง่ายเเละรวดเร็วมากขึ้น แต่จะมีผู้บริโภคสักกี่คนที่มานั่งนึกและไตร่ตรองอย่างจริงจังว่า ที่ผู้ผลิตเขียนบนฉลาก กระบวนการที่แท้จริงเป็นอย่างที่บอกไว้จริงหรือเปล่า?

เราขอแนะนำให้รู้จักกับธุรกิจที่ชื่อว่า Hampton Creek ธุรกิจอายุเพียง 3 ปี แต่ภารกิจยิ่งใหญ่เเละยั่งยืนได้แบบคาดไม่ถึง ในปีที่แล้ว บุคคลสำคัญของโลกอย่างบิล เกตต์ บอกว่าธุรกิจนี้เป็น 1 ใน 3 ธุรกิจที่จะสร้างอนาคตใหม่ให้กับโลก และบุคคลมั่งคั่งร่ำรวยสุดในเอเชียอย่าง ลี่ คา-ซิง (Li Ka-shing) ก็ได้ร่วมลงทุนกับธุรกิจนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย เป้าหมายของ Hampton Creek ก็เเสนจะเรียบง่าย ธุรกิจนี้เพียงแค่ต้องการนำเสนอสินค้าที่มอบสุขภาพที่ดีกว่า ในราคาที่สามาถจ่ายได้ให้กับทุกๆ คน ในทุกๆ ที่ เปิดตัวไปด้วยผลิตภัณฑ์ติดตู้เย็นทุกบ้านอย่างมายองเนส ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า Just MAYO ซึ่งเป็นมายองเนสที่ไม่มีส่วนผสมจากไข่อยู่เลย หลังจากขายได้เพียง 2 สัปดาห์สินค้าก็หมดเกลี้ยง ในปัจจุบัน มีสินค้ากระจายอยู่ในร้านค้าชั้นนำทั่วโลกอย่าง Whole Food, ShopRite. Kroger หรือ Costo รวมไปถึงอีก 600 ร้านค้าจากธรรมชาติอีกมากมาย

ใครๆ ก็พูดได้ว่าผลิตอาหารเพื่อสุขภาพ Hampton Creek แตกต่างอย่างไร

เมื่อก้าวไปถึงซาน ฟรานซิสโก ย่านที่กล่าวได้ว่ารวมตัวเอาคน “ฮิป” ไว้มากที่สุดย่านหนึ่ง ในขณะที่จะมองเห็นหนุ่มสาวมานั่งจิบกาแฟ พร้อมกับรัวนิ้วพิมพ์บนเเม้คบุ้คแอร์  บนม้านั่งไม้จริงมากด้วยสไตล์ แต่พื้นที่ร้านกาแฟครึ่งหนึ่งกับอีกครึ่งที่เป็นเหมือนห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์นี้คือสำนักงานใหญ่ของ Hampton Creek  ที่มีนักวิทยาศาสตร์กำลังวุ่นอยู่กับการออกแบบชุดไทรเทตแบบพกพาหรือบ้างก็กำลังคิดค้นสูตรอาหารโมคูลา ทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกับเชฟระดับมิชเชอเเลง สตาร์ที่กำลังปรุงอาหารอย่างไข่คน - โดยที่ไม่ใช่ไข่เลย

ใช่เเล้ว Hampton Creek กำลังนำโลกของวิทยาศาสตร์มาอยู่หน้าเตา เเละเปลี่ยนวิถีการบริโภคของผู้คนไปตลอดกาล

Josh Tetrick คือผู้ก่อตั้งธุรกิจนี้ด้วยตัวเอง เขามีความหวังเล็กๆ ว่าจะสามารถเปลี่ยนการบริโภคของประชากรบนโลกนี้ด้วยการแทนที่การใช้ไข่ในการทำอาหาร หรือวัตถุดิบอื่นๆ ที่ใช้น้ำในกระบวนการผลิตเป็นจำนวนมาก (ขั้นตอนการเลี้ยงไก่ไข่หรือเป็ดนั้นใช้น้ำในการเลี้ยงดูค่อนข้างสูง) เขาอยากแทนที่ด้วยวัตถุดิบอย่างพืชอื่นๆ ที่ถึงเเม้จะฟังดูเป็นไอเดียแปลกประหลาดไปหน่อยจากมุมมองของคนภายนอก ซึ่งจุดเริ่มต้นของไอเดียนี้มาจากการที่เขาเริ่มสังเกตอุตสาหกรรมการผลิตอาหารของโลก ว่าด้วยผู้บริโภคที่มีจำนวนน้อยมากที่ใส่ใจในการเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง แม้เขาจะจบด้านกฎหมายมาจาก University of Michigan แต่ความหงุดหงิดในหัวของเขาก็ทำให้เขาตัดสินใจสร้างพรีเซนเทชั่นขึ้นมา 14 หน้า โดยไม่มีพื้นฐานด้านการวางแผนธุรกิจแต่อย่างใด ในวันนั้นเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเเก้ไขปัญหาเรื่องการเลือกสินค้าอาหารของผู้คนบนโลกนี้ด้วยวิธีการอะไร

แต่ถึงอย่างนั้น ในสิ่งที่เขานำเสนอก็ทำให้เขาคว้าเงินสนับสนุนมา 5 เเสนเหรียญจาก Vinod Khosla มหาเศรษฐีและผู้ก่อตั้ง Microsystem

ว่ากันด้วยเรื่องความพิเศษในผลิตภัณฑ์

Hampton Creek เปิดตัวด้วยสินค้า 2 ประเภท คือมายองเนส เเละคุ้กกี้ ที่ไม่มีส่วนผสมจากไข่เลยเเม้เเต่น้อย เพราะเลือกใช้วัตถุดิบอื่นอย่าง ถั่วเหลืองแคนาดา (เป็นถั่วลันเตาเหลือชนิดหนึ่ง)

ในตอนแรก Tetrick ยังไม่มีไอเดียว่าเขาจะแทนที่โปรตีนที่อยู่ในไข่ได้ด้วยอะไร มีวัตถุดิบอะไรเข้ามาแทนที่ส่วนนี้ได้บ้าง เขาเลยพยายามหาคาเเรกเตอร์ของโปรตีนไข่นี้ สิ่งที่ค้นพบคือผิวของโปรตีนที่อุดมไปด้วยน้ำนั้นสามารถถูกทำให้เป็นเนื้อเดียวกันได้ ดังนั้น สำหรับในการผลิตมายองเนส เขาเลือกใช้ถั่วเหลืองแคนาดานำมาบดเป็นเหมือนผงแป้ง เติมน้ำมันเเละส่วนผสมอื่นๆ เข้าไปแทนที่ จนกลายออกมาเป็นมายองเนสราชาติอร่อย ที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า 

ไม่ใช่เเค่ในซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น แต่บริษัทแคเทอริ่งระดับโลกอย่าง Compass Group ที่จัดหาอาหารกว่า 4 พันล้านมื้อให้กับโรงเรียนและโรงอาหารทั่วอังกฤษและสหรัฐฯ ก็ได้เลือกใช้สินค้าจาก Hampton Creek  อย่างมายองเนสและคุ้กกี้ โดยมีตัวเลขออกมาแสดงว่า คุ้กกี้ทุก 12 ชิ้นนั้นช่วยประหยัดน้ำได้มากถึง 278 ลิตรเลยทีเดียว 

ไม่ใช่เเค่ผลตอบรับเชิงบวกอย่างเดียวที่ธุรกิจได้รับ Hampton Creek เคยถูกโจมตีว่าอาหารที่ผลิตขึ้นมานั้นเป็นเหมือน “อาหารของแฟรงเก้นสไตน์” เพราะด้วยกระบวนการที่ไม่เป็นธรรมชาติ หรือการใช้วัตถุดิบที่ไม่ได้ตรงตามต้นฉบับ ซึ่งขึ้นชื่อว่าการปฏิวัติวงการอาหารแล้ว ย่อมโดนการโจมตีจากผู้ผลิตรายใหญ่ที่ครองตลาดอยู่ก่อน ซึ่งมีการรวมตัวกันฟ้องร้องจนเกิดเป็นคดีความ ที่ถึงแม้จะผ่านไปเพียง 34 วัน ผู้ผลิตรายใหญ่นั้นก็ถอนการฟ้องร้อง และแทนที่ Tetrick  จะมองว่าเป็นวิกฤติ เขากลับมองว่านั่นเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์เเบรนด์ครั้งยิ่งใหญ่ “นั่นเป็นโอกาสที่ผู้คนจะเห็นว่าเรากำลังทำอะไร แบรนด์เราคือใคร และจะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาอย่างไรบ้าง?”

Tetrick  กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไข่คน โดยเขาทำงานร่วมกับเชฟ Ben Roche การันตีด้วยรางวัลมิชเชอแลงสตาร์จากร้านอาหารในชิคาโก้ ผู้ชื่นชอบที่จะทดลองกับพืชพรรณ วัตถุดิบหลากหลายประเภท เพื่อทดสอบหาสิ่งที่จะมาเเทนที่ผิวสัมผัสของไข่ได้ โดย Tetrick  เองก็วางแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ กว่า 30 ประเภทในสามปีข้างหน้า โดยมีตั้งเเต่คัสตาร์ดไปจนถึงเส้นพาสต้า นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณอย่างของกินเล่นโปรตีนสูง ที่ทำมาเพื่อแก้ไขปัญหาความอดอยากในแอฟริกาอีกด้วย

คว้า 90 ล้านแล้วขยายตลาดมาเอเชีย

หลังจากได้รับงบประมาณสนับสนุนกว่า 90 ล้านจากเหล่านักลงทุน Tetrick  ก็พาสินค้าของ Hampton Creek  ขยายกลุ่มผู้ซื้อมาสู่พื้นที่แถบเอเชีย โดยยังคงมีเป้าหมายสูงสุดคือการปรับปรุงให้สายการผลิตในอุตสาหกรรมอาหารนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มจากการเข้าถึงกลุ่มการค้าไข่ในเอเชียให้ได้ก่อน 

Hampton Creek ได้รับเงินสนับสนุนจาก Li Ka-Shing มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในเอเชียที่ลงทุนไป 23 ล้านเหรียญฯ โดยมีบริษัทอาหารเเละเครื่องดื่ม  บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์อย่าง Fae East Organizations เข้าร่วมลงทุนครั้งนี้ และร่วมผลักดันให้ Hampton Creek นั้นมีที่ทางขึ้นชั้นภายในร้าน PARKnSHOP ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง

Hampton Creek ไม่ได้เป็นบริษัทที่แค่หวังว่าจะผลิตสินค้าเข้ามาแทนที่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ไข่เป็นส่วนประกอบ แต่ Tetrick  บอกว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่คือการปฏิบัติการด้านอาหาร ปฏิบัติการในการเตรียมพร้อมอาหารในปริมาณมากๆ เพียงรองรับต่อการบริโภคของประชากรที่เพิ่มมากขึ้นอย่าางต่อเนื่อง ทั้งร้านอาหาร โรงพยาบาล และสถาบันการศึกษา กล่าวได้ว่า นี่อาจเป็นธุรกิจที่เป็นอนาคตด้านอาหารของโลกได้อย่างแท้จริง

 

AFTER $90M FUNDING ROUND, HAMPTON CREEK AIMS ITS SIMULATED EGG AT ASIA http://www.wired.com/2014/12/90m-funding-round-hampton-creek-aims-simula...

More money for mayo: Food startup Hampton Creek raises $90 million in funding http://fortune.com/2014/12/18/hampton-creek-funding/ 

Josh Tetrick's food revolution: saving the world one egg at a time

http://www.theguardian.com/business/2015/mar/20/josh-tetrick-hampton-cre...

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์