ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะขยายกิจการ

คุณอยากขยายกิจการใช่ไหม

 เจ้าของกิจการที่ฝ่าฟันอุปสรรคมาจนสามารถพาธุรกิจเข้าสู่ช่วงที่เรียกว่า "ประสบความสำเร็จ" ได้คงมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ แนวคิดที่จะขยายกิจการให้ใหญ่โตเพื่อรองรับความก้าวหน้าที่เราคาดหวังไว้ ทั้งนี้แม้เราจะไม่ได้ประสบปัญหาเรื่องการขาดไอเดียในการต่อยอดหรือขาดเงินทุนในการขยับขยายกิจการ ก็ใช่ว่าเราจะประสบความสำเร็จได้ดังใจ ทั้งนี้ปัจจัยที่สามารถใช้ยืนยันว่ากิจการของเราอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสมจะขยับขยายกิจการแล้วนั้นมีดังนี้

1. เราสามารถตอบคำถามต่อไปนี้กับตัวเองได้

ตลาดดังกล่าวมีโอกาสทางธุรกิจที่เป็นไปได้เพียงพอที่คุณจะเข้าไปแข่งขันหรือไม่

คำถามที่เราจำเป็นต้องถามตัวเองคือ “เราต้องการขยายกิจการจริงหรือไม่ และถ้าตอบว่าจริง อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ต้องการขยายกิจการ” เหตุที่ต้องตอบคำถามนี้ให้ได้เสียก่อนโดยเฉพาะเรื่องของเหตุผลที่ต้องการขยายกิจการ ก็เพราะว่าการที่จะประสบความสำเร็จจากการขยายกิจการได้มีอัตราส่วนพอๆ กับการที่จะล้มเหลวเลยทีเีดยว เราซึ่งเป็นเจ้าของกิจการที่ต้องรับบทหนักที่สุดจึงควรทบทวนให้ดีว่าต้องการให้กิจการของโตขึ้นกว่าที่เป็นอยู่จริงหรือเปล่า อีกทั้งการขยายกิจการยังไม่ใช่เหตุผลเดียวที่จะทำให้กิจการประสบความสำเร็จมากขึ้น เพราะยังขึ้นอยู่กับตลาดที่เราเลือกด้วยว่ามีโอกาสทางธุรกิจที่มากพอที่เราจะเข้าไปแข่งขันหรือไม่

2. กิจการไม่มีปัญหาด้านการจัดการที่ค้างคา

ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้นักธุรกิจหลายคนใช้การขยายกิจการเป็นตัวแก้ปัญหายอดขายที่คงที่ ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ อีกทั้งการเริ่มต้นขยายกิจการจากรากฐานเดิมที่ไม่มั่นคงอาจส่งผลให้กิจการพังครืนลงมาด้วยปัญหาทั้งเก่าและใหม่ต่างทับถมกันเอง ดังนั้นเราควรแก้ปัญหาที่มีอยู่ให้หมดสิ้นเสียก่อน แล้วจึงค่อยพิจารณาว่าควรจะขยายกิจการดีหรือไม่

3. มีกลุ่มเป้าหมายที่แน่ชัด

การระบุกลุ่มเป้าหมายของกิจการอย่างชัดเจนทำให้เราจัดการส่งเสริมการตลาดได้ตรงจุด

การตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นผู้นำตลาดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่จะทำให้เราประสบความสำเร็จเสมอไป จากผลวิจัยพบว่า มีกิจการที่อยู่ในสถานะผู้นำตลาดเพียง 29% เท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์อย่างคุ้มค่า เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะการที่จะสามารถเป็นผู้นำตลาดได้ต้องลงทุนมากมายไปกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมไปถึงการส่งเสริมการตลาดวิธีต่างๆ ส่งผลให้ผู้นำตลาดส่วนใหญ่ได้กำไรไม่มากเท่าที่ควร ดังนั้นเราควรโฟกัสที่การหากลุ่มเป้าหมายที่ใช่สำหรับกิจการจะดีกว่า ตามข้อเท็จจริงที่ว่าเราไม่สามารถขายสินค้าให้กับผู้บริโภคซึ่งมีรสนิยมต่างกันทุกคนได้ การระบุกลุ่มเป้าหมายของกิจการอย่างชัดเจนจะทำให้จัดการส่งเสริมการตลาดได้ตรงจุด อีกทั้งหากเราขยายกิจการก็ยังแน่ใจได้ว่าแม้จะไม่ได้เป้าหมายกลุ่มใหม่มากเท่าที่คาดหวัง แต่อย่างน้อยก็จะไม่สูญเสียกลุ่มเป้าหมายเดิมไป

 4. สามารถรับมือกับภาระที่เพิ่มขึ้นได้

การขยายกิจการนำมาซึ่งภาระที่มากขึ้น ไมว่าจะเป็นการจัดการกับสถานที่สำหรับสิ่งปลูกสร้าง การว่าจ้างพนักงาน การดำเนินการทางกฎหมาย  การวางแผนในการทำธุรกิจ ไปจนถึงการบริหารงานที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงขึ้น เราต้องประเมินตนเองก่อนว่าสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้จริงหรือไม่ นอกจากนี้ธุรกิจที่เติบโตขึ้นยังนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายอีกมากมาย เช่น ค่าเครื่องจักร ค่าวัตถุดิบ ค่าแรงงาน ค่าสวัสดิการพนักงานต่างๆ และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มมากขึ้นอย่าง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าขนส่ง และการบริการอื่นๆ ซึ่งจำเป็นสำหรับกิจการ เราจึงควรประเมินอีกครั้งเพื่ีอให้แน่ใจว่าผลกำไรที่จะได้รับจากการขยายกิจการสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน

5. หากสำเร็จล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ กิจการจะอยู่ได้หรือไม่

 แม้เราจะดำเนินการตามแผนธุรกิจที่วางไว้ตั้งแต่ต้นทุกประการ แต่ก็ไม่สามารถคาดคะเนสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน เพราะการประกอบธุรกิจให้ประสบความสำเร็จยังขึ้นอยู่กับตลาดซึ่งเราไม่สามารถควบคุมให้เป็นไปตามต้องการได้ ดังนั้นเราควรคิดล่วงหน้าก่อนว่าหากแผนธุรกิจที่วางไว้เกิดช้าหรือไม่เป็นไปตามแผนในเวลาที่คาดการณ์ไว้ เราจะสามารถประคองตัวให้อยู่รอดได้หรือไม่

6. ทั้งเราและลูกค้าจะได้ประโยชน์จากการขยายกิจการ

หลีกเลี่ยงการผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคา

หากแน่ใจว่าเรามีทั้งหมดที่กล่าวมาในข้างต้นและแน่วแน่ที่จะทำ เราก็เตรียมตั้งเป้าหมายที่ได้รับจากการขยายธุรกิจได้เลย ข้อควรระวังคือไม่ควรตั้งเป้าหมายดังกล่าวไว้ลอยๆ แต่ควรมีการวางแผนการ "ปฏิบัติ" ควบคู่ไปด้วย และเมื่อได้แผนการปฏิบัติมาแล้วก็ควรวางแผนแบบทีละขั้นตอน รวมทั้งร่างออกมาให้เป็นรูปธรรมตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นไล่ไปจนถึงเมื่อประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อที่เราจะได้ยึดเป็นขั้นตอนปฏิบัติจริง ซึ่งในแต่ละขั้นตอนที่กำหนดไว้นั้นก็ควรระบุรายละเอียดให้ชัดเจนด้วย เช่น กิจการที่ขยายจะมีขนาดเท่าใด ต้องใช้ค่าใช้จ่ายในแต่ละขั้นตอนเท่าไร เมื่อไหร่จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เป็นต้น หลังจากนี้ก็คอยหยิบแผนการที่ได้ร่างไว้ขึ้นมาตรวจตราอยู่เสมอว่าเราได้ปฏิบัติตามมันหรือไม่ และมีอะไรที่ควรเพิ่มเติมแก้ไขอีกเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ

ผู้ประกอบการณ์ส่วนใหญ่มักมองแต่สิ่งที่ตนเองจะได้รับจากการขยายกิจการมากกว่าการสามารถทำอะไรเพิ่มเติมให้กับลูกค้าได้ ทั้งที่ลูกค้าคือหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าหากไม่มีพวกเขาแล้วใครจะซื้อสินค้าและบริการของเรา เพราะฉะนั้นนอกจากการคำนึงถึงความก้าวหน้าของกิจการแล้ว เราควรตระหนักด้วยว่าการขยายกิจการจะทำประโยชน์อะไรเพิ่มให้ลูกค้าบ้าง เช่น สินค้ามีคุณภาพมากขึ้นจากเครื่องจักรที่ทันสมัย การส่งเสริมการตลาดที่น่าสนใจ การสั่งซื้อสะดวกยิ่งขึ้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงอีกประการหนึ่งก็คือแม้การขยายกิจการจะต้องใช้เงินทุนเำนวนมาก แต่เราควรหลีกเลี่ยงการผลักภาระให้ผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคา เพราะถ้าหากสินค้าไม่ได้ทำประโยชน์มากขึ้นตามราคาแล้ว ผู้บริโภคอาจหันไปซื้อสินค้าและบริการจากคู่แข่งที่ตอบโจทย์ได้ไม่แพ้กันแทน

สิ่งที่ตามมาจากการขยายบริษัทก็คือภาระที่มากขึ้น

 

การขยายกิจการอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกใจเจ้าของกิจการไปเสียทุกคน มีหลายคนที่คุณสมบัติเข้าเกณฑ์ที่จะสามารถขยายกิจการได้ แต่ก็ปฏิเสธจะขยายกิจการเพราะไม่อยากรับภาระมากขึ้น ทั้งนี้มีคนเปรียบว่าธุรกิจเหมือนกับต้นไม้ตรงที่ต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างในการเจริญเติบโต แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งสองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ ขนาดของต้นไม้จะถูกจำกัดด้วยพันธุ์ แต่ขนาดของธุรกิจไม่ได้ถูกจำกัดด้วยอะไร ดังนั้นธุรกิจของเราจะเป็นธุรกิจใหญ่ยักษ์หรือจิ๋วแต่แจ๋ว จึงขึ้นอยู่กับ "เรา" ซึ่งเป็นผู้หมั่นรดน้ำพรวนดินเอง หากอยากเติบโต แต่ยังต้องการความเป็นส่วนตัวอย่างผู้ประกอบธุรกิจแบบโฮมออฟฟิศทั่วไป รวมไปถึงไม่ต้องการให้ภาระที่เพิ่มขึ้นมาจากการที่ต้องดูแลองค์กรที่มีขนาดใหญ่ขึ้น เราอาจเลือกเจริญเติบโตในขนาดธุรกิจเดิมก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น มีเจ้าของธุรกิจประชาสัมพันธ์อิสระแห่งหนึ่งต้องการขยายสำนักงานแบบโฮมออฟฟิศของตนให้เป็นบริษัทใหญ่ขึ้น แต่ก็พบว่าไม่สามารถหาพื้นที่ที่เขาพึงพอใจและเหมาะสมกับการทำธุรกิจได้เสียที เขาจึงใช้วิธีขยายสายงานของตนโดยการทำโฮมออฟฟิศเหมือนเดิม แต่หันไปจับด้านการทำธุรกิจประชาสัมพันธ์ที่ต้องติดต่อผ่านอินเตอร์เน็ตซึ่งกำลังเป็นที่นิยมควบคู่ไปด้วย ทำให้เขาสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากหลายเท่าตัวแม้จะไม่ได้จัดตั้งเป็นบริษัทใหญ่ตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์