ขั้นตอนการจดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์ใหม่

จดสิทธิบัตรไปเลย จะได้ไม่มีใครมาเลียนแบบ

การจดสิทธิบัตรถือเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อเกิดการคิดค้นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ๆที่จะนำมาใช้ประกอบธุรกิจในเชิงพาณิชย์ เพราะการมีสิทธิบัตรจะช่วยทำให้ผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทผู้ประกอบการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายและไม่ถูกละเมิดในเรื่องต่างๆไม่ว่าจะเป็นการทำซ้ำหรือทำของปลอมลอกเลียนแบบออกมาขายไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ และถือว่าการจดสิทธิบัตรนั้นเป็นการบอกต่อสาธารณชนให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นดังกล่าวนั้นมีเจ้าของซึ่งถือเป็นการยกย่องให้เครดิตผู้ที่ทำการประดิษฐ์คิดค้นอีกทางหนึ่งเช่นกัน

การจดสิทธิบัตรจะช่วยยืนยันได้ว่าใครคิดค้นสิ่งนั้นๆขึ้นมาก่อน

นอกจากนี้ยังสามารถสร้างมูลค่าให้กับทางสิ่งประดิษฐ์ที่จะกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์ในอนาคตเมื่อถึงเวลาที่ผลิตภัณฑ์ได้รับความนิยมจนมีผู้สนใจที่จะซื้อสูตรวิธีการประดิษฐ์จะต้องเข้ามาขอซื้อตามกฎหมายไม่สามารถขโมยหรือลอกไปใช้ได้เลย ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นข้อคุ้มครองทางกฎหมายที่สำคัญมากที่สุดอย่างหนึ่งในการประกอบธุรกิจ โดยขั้นตอนการจดสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์ใหม่มีดังต่อไปนี้

ขั้นที่ 1 การยื่นเอกสารขอจดสิทธิบัตร

การยื่นเอกสารคำขอจดสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นจำนวนเงิน 250 บาท โดยเอกสารต่างๆ ที่ต้องเตรียมเพื่อเข้าขอรับการจดสิทธิบัตรของผลิตภัณฑ์มีดังต่อไปนี้

1. แบบฟอร์มคำขอจดสิทธิบัตรผลิตภัณฑ์

โดยแบบฟอร์มคำขอนี้สามารถไปขอรับได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาในวันที่ไปทำการจดทะเบียนขอรับสิทธิบัตร แบบฟอร์มดังกล่าวมีชื่อว่า “แบบพิมพ์คำขอรับสิทธิบัตร สป/สผ/อสป/001-ก” ซึ่งจะมีรายละเอียดที่สำคัญในการขอขึ้นทะเบียนเพื่อให้กรอกรายละเอียดเป็นจำนวน 2 หน้าด้วยกัน การขอเอกสารดังกล่าวจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ที่สำคัญมากที่สุดในการกรอกรายละเอียดแต่ละช่องรายการควรทำด้วยความละเอียดรอบคอบถ้ามีข้อสงสัยในจุดไหนควรสอบถามเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการขอจดสิทธิบัตรและจะทำให้ช่วยประหยัดเวลาไม่ต้องมาแก้ไขอีกในภายหลัง ซึ่งจะกินเวลาไปอีกอย่างน้อย 60-90 วันเลยทีเดียว

2. คำอธิบายหรือข้อพรรณนาถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำการขอจดสิทธิบัตร

เอกสารในส่วนนี้เป็นเอกสารที่ตัวผู้ประกอบการจะต้องเป็นผู้เตรียมมาด้วยตนเอง โดยเอกสารดังกล่าวจะประกอบด้วยข้อมูลในด้านต่างๆทั้งข้อมูลและวิธีการผลิต วัสดุส่วนผสม สรรพคุณและประโยชน์ รวมถึงข้อจำกัดของผลิตภัณฑ์ เช่นวันหมดอายุ ห้ามใช้เกินวันละเท่าไหร่เป็นต้น ซึ่งวิธีการที่สะดวกรวดเร็วที่สุดในการเตรียมเอกสารประเภทนี้ขอแนะนำให้นำเอกสารดังกล่าวทั้งหมดมาเย็บเล่มเข้าด้วยกันลักษณะเหมือนการทำงานวิจัยโดยสามารถเลือกวิธีเย็บเล่มแบบกระดูกงูหรือไสสันทากาวและวิธีอื่นก็ได้ แต่ไม่ควรจะนำเอกสารในส่วนนี้ไปนำเสนอแบบเป็นแผ่นๆอย่างเด็ดขาดเพราะนอกจากจะไม่เรียบร้อยแล้วยังอาจทำให้เอกสารบางส่วนสูญหาย

3. ข้อถือสิทธิ

ส่วนที่สำคัญมากเพราะเป็นการระบุลงไปถึงขอบเขตที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวต้องการได้รับความคุ้มครองจากการจดสิทธิบัตรและไม่ต้องการให้ผู้อื่นมาแสวงหาประโยชน์จากคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ ซึ่งสามารถหารายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนนี้ได้จากเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา http://www.ipthailand.go.th

4. รูปเขียน

รูปที่ช่วยอธิบายเพิ่มเติมในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่นำมาขอยื่นขอจดทะเบียน โดยเป็นรูปที่แสดงให้เห็นถึงลักษณะบรรจุภัณฑ์ วิธีการใช้งาน เป็นต้น ซึ่งในกรณีของผลิตภัณฑ์สามารถใช้รูปถ่ายแทนรูปเขียนได้

5. เอกสารอื่นๆ

หมายถึงเอกสารต่างๆที่นอกเหนือจากที่กำหนดมาข้างต้น เช่น หนังสือการโอนสิทธิ สัญญาการว่าจ้าง หนังสือมอบอำนาจ หนังสือรับรองนิติบุคคล ฯลฯ เป็นต้น

ขั้นที่ 2 ตรวจสอบความถูกต้องตามขั้นตอน

เมื่อยื่นคำขอและเอกสารทั้งหมดตามขั้นตอนที่ 1 แล้ว ถ้าเกิดพบข้อบกพร่องที่จะต้องดำเนินการแก้ไขเจ้าหน้าที่นายทะเบียนจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ขอสิทธิบัตรทราบเพื่อมาทำการแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้ถูกต้องภายในระยะเวลา 90 วันเท่านั้น โดยเริ่มนับจากวันที่ได้รับแจ้งเป็นต้นไป ซึ่งสามารถที่จะยื่นเรื่องขอผ่อนผันเวลาออกไปได้ก่อนในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดให้ ถ้าดำเนินการเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตามและไม่มายื่นเรื่องผ่อนผันจะถือว่าผู้มาขอยื่นจดสิทธิบัตรทำการสละสิทธิ์ดังกล่าว ค่าธรรมเนียมในการแก้ไขเพิ่มเติมจะต้องเสียเพิ่มอีก 100 บาท

ขั้นที่ 3 การประกาศโฆษณา

หลังจากทำการยื่นเรื่องขอจดสิทธิบัตรและทำการแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะแจ้งให้มาชำระเงินค่าประกาศโฆษณาเป็นจำนวนเงิน 250 บาท โดยจะแจ้ง 2 ครั้ง ครั้งละ 60 วัน ถ้าไม่มาชำระและดำเนินการตามกำหนดจะถือว่าทำการละทิ้งคำขอดังกล่าว โดยในการประกาศโฆษณาจะทำการประกาศโฆษณาลงในหนังสือประกาศโฆษณาคำขอมีสิทธิบัตรเป็นเวลา 90 วัน เหตุผลก็เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ทำการคัดค้านในกรณีที่การยื่นคำขอสิทธิบัตรดังกล่าวไม่เป็นไปตามกฎหมายหรือมีการแอบอ้างเอาผลิตภัณฑ์ของผู้อื่นมาทำการจดทะเบียน

ขั้นที่ 4 การออกสิทธิบัตร

ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบโดยภายหลังจากลงประกาศโฆษณาครบ 90 วันแล้วเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบดูว่าก่อนหน้านี้เคยมีแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความเหมือนหรือคล้ายกันออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ถ้าไม่มีอีกทั้งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายอีกทั้งยังผ่านการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการออกสิทธิบัตรให้ตามคำขอ และเรียกมาเสียค่าธรรมเนียมการดำเนินการเพิ่มอีก 500 บาท และรับสิทธิบัตรกลับไปในที่สุด แต่ถ้าพบจากการตรวจสอบว่าไม่ตรงตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้คำขอยื่นจดสิทธิบัตรก็จะถูกยกเลิกเช่นกัน

• • •

เนื่องจากเวลาเป็นสิ่งที่มีค่าและไม่สามารถเรียกคืนย้อนกลับมาได้ ดังนั้นเมื่อสามารถทำการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมาได้สำเร็จ ควรที่จะต้องรีบดำเนินการนำไปจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาโดยเร็วที่สุดเพื่อเป็นการป้องกันสิทธิของผู้ประกอบการเองไม่ให้ถูกละเมิดจากผู้อื่นโดยเฉพาะคู่แข่งขันทางธุรกิจ อีกทั้งยังเพื่อช่วยป้องกันการเกิดไอเดียทางด้านความคิดของผลิตภัณฑ์ชนกันกับของผู้อื่น ซึ่งคงเป็นเรื่องยากที่จะหาข้อพิสูจน์ได้ว่าใครเป็นผู้คิดค้นได้ก่อนกัน ซึ่งการจดสิทธิบัตรจะช่วยยืนยันและใช้เป็นข้อต่อสู้ทางด้านกฎหมายได้เป็นอย่างดี

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์