ปัญหาที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์

แม้้เบื้องหน้าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่เบื้องหลังของแฟรนไชส์หลายอันนั้นกลับเต็มไปด้วยปัญหา

   ธุรกิจแฟรนไชส์ถือเป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ที่กำลังสนใจอยากจะมีธุรกิจเล็กๆเป็นของตนเอง สาเหตุก็มีที่มาที่ไปง่ายๆเพราะในธุรกิจแฟรนไชส์ของแต่ละกิจการนั้นจะกำหนดรูปแบบมาแล้วจากเจ้าของแฟรนไชส์เอง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการดำเนินธุรกิจ สูตรลับการทำอาหารเฉพาะตัว อุปกรณ์การขาย การตกแต่งหน้าร้าน ฯลฯ อย่างไรก็ตามแม้รูปแบบของแฟรนไชส์จะเป็นสูตรสำเร็จอยู่แล้ว แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงทุกอย่างก็ไม่ได้จะเป็นไปตามสูตรสำเร็จที่ตั้งไว้เสมอไปเพราะก็มีผู้ซื้อแฟรนไชส์ประสบความล้มเหลวให้เห็นมิใช่น้อย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธุรกิจแฟรนไชส์เองก็มีจุดบกพร่องที่ผู้ประกอบการที่กำลังจะซื้อแฟรนไชส์จะต้องลองพิจารณาดูอีกสักครั้งก่อนที่จะตัดสินใจซื้อในขั้นสุดท้าย โดยปัญหาที่ควรเอามาพิจารณามีดังต่อไปนี้

1. แฟรนไชส์ไม่ได้ดีจริงอย่างที่กล่าวอ้าง

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวมากสำหรับผู้ที่กำลังจะตัดสินใจซื้อแฟรนไชส์สักอันโดยปราศจากการตรวจสอบข้อมูล เพราะแน่นอนว่าล้านเปอร์เซ็นต์ของการโฆษณาขายแฟรนไชส์มักจะกล่าวอ้างเกินจริงไว้ก่อน ซึ่งหลายธุรกิจแฟรนไชส์ที่สามารถอยู่ได้ในปัจจุบันก็เนื่องมาจากการขายค่าสมาชิกแฟรนไชส์ให้กับคนอื่นแทบทั้งสิ้น เงินที่ได้มาไม่ได้มาจากการขายตัวสินค้าเลย ดังนั้นผู้ประกอบการที่สนใจจะต้องตรวจสอบข้อมูลในส่วนนี้ให้ดีเสียก่อนที่จะตัดสินใจ โดยอาจจะไปดูตามสาขาอื่นๆแล้วสอบถามผู้ที่ขายแฟรนไชส์ตัวดังกล่าวอยู่ว่าธุรกิจเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจอีกครั้ง

2. ถูกเอาเปรียบจากเจ้าของแฟรนไชส์

ปัญหานี้ก็มีให้พบเห็นค่อนข้างมากอันเกิดจากกฎข้อบังคับที่ผู้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์เป็นผู้กำหนดขึ้นซึ่งแน่นอนว่ากฎดังกล่าวต้องเอื้อประโยชน์ให้กับผู้เป็นเจ้าของแฟรนไชส์แน่นอน เช่น การบังคับให้ซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ทุกอย่างจากทางเจ้าของ การบังคับให้สั่งสินค้าเป็นจำนวนมากๆต่อหนึ่งครั้ง เป็นต้น ดังนั้นทางที่ดีก่อนที่จะตัดสินใจทำสัญญาซื้อจะต้องศึกษาข้อมูลในส่วนตรงนี้ให้ดีเสียก่อน

3. ไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือ

ปัจจุบันปัญหานี้ก็มีให้พบเห็นค่อนข้างมาก โดยในบางธุรกิจหลังจากจ่ายเงินซื้อแฟรนไชส์ไปแล้วผู้ประกอบการบางรายก็ไม่เคยได้พบเจอหรือได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าของแฟรนไชส์อีกเลย ปล่อยให้ดูแลธุรกิจของตนเองแต่เพียงลำพัง ซึ่งแน่นอนว่าสุดท้ายธุรกิจที่ซื้อมาก็ไปไม่ไหวและต้องปิดปรับปรุงอย่างถาวรในมี่สุด ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจซื้อผู้ประกอบการควรสอบถามรายละเอียดในเรื่องการให้ความช่วยเหลือให้ดีเสียก่อน

4. สินค้าที่ส่งให้มีคุณภาพต่ำ

ปัญหาในข้อนี้มักเกิดหลังจากที่ผู้ประกอบการได้ซื้อแฟรนไชส์มาดำเนินธุรกิจมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว โดยเจ้าของแฟรนไชส์จะเริ่มส่งของที่มีคุณภาพต่ำกว่าเดิมมาให้ สาเหตุก็มีที่มาจากเจ้าของแฟรนไชส์ต้องการลดต้นทุนของตนเองเพื่อให้ได้กำไรและกินส่วนต่างจากการสั่งซื้อสินค้าจากทางสมาชิกที่มากขึ้นนั่นเอง ซึ่งถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นผู้ประกอบการต้องรีบทักท้วงโดยทันที

5. อุปกรณ์ที่ให้มาชำรุดเสียหายง่าย

ธุรกิจแฟรนไชส์บางแห่งมีข้อกำหนดให้ซื้ออุปกรณ์จากทางบริษัทแม่โดยตรงเท่านั้น จึงกลายเป็นจุดกำเนิดของปัญหาในเรื่องอุปกรณ์ที่ด้อยคุณภาพตามมา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการนำอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่าย ทำให้ต้องสิ้นเปลืองเงินสั่งซื้อจากเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์อยู่เรื่อยๆ จึงเป็นช่องทางเพิ่มกำไรที่น่าอดสูของเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์อีกวิธีหนึ่ง

6. ทำเลไม่ดี

ข้อนี้เป็นปัญหายอดฮิตที่ได้รับการบอกเล่าจากผู้ประกอบการมากที่สุด เพราะต้องเข้าใจว่าพื้นที่ในแต่ละแห่งมีสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน การมีพื้นที่ว่างไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ตรงนั้นเหมาะสมกับการขายสินค้าเสมอไป บางพื้นที่อาจจะใหญ่สะดวกสบายแต่ไม่ได้อยู่ในจุดที่จะมีคนเิดินผ่านบ่อยๆ ดังนั้นการเลือกพื้นที่จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการจะต้องเอาใจใส่ในเรื่องนี้ให้มากเป็นพิเศษ

7. มีกฎข้อบังคับจากเจ้าของพื้นที่เป็นอุปสรรค

ในทุกๆ สถานที่มักจะมีกฎระเบียบข้อบังคับในการควบคุมและใช้พื้นที่กำหนดกรอบอยู่ ซึ่งหลายครั้งกฎระเบียบบางอย่างไม่เอื้ออำนวยต่อรูปแบบการทำธุรกิจแฟรนไชส์ที่ผู้ประกอบการ เช่น ห้างสรรพสินค้าบางแห่งไม่อนุญาตให้มีการใช้แก๊สหุงต้มภายในตัวอาคารเด็ดขาด ในขณะที่ผู้ประกอบการขายลูกชิ้นปลาทอดจึงมีความจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้แก๊สในการทอดลูกชิ้นปัญหาจึงเริ่มเกิดขึ้นจากปมในข้อนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาในรายละเอียดข้อบังคับในการใช้พื้นที่ให้ดีด้วย

8. พื้นที่ไม่พอดีกับหน้าร้าน

จำนวนพื้นที่ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ผู้ประกอบการหลายรายเมื่อซื้อแฟรนไชส์และหาพื้นที่ขายสินค้าได้แล้ว แต่พอถึงวันที่ต้องยกร้านหรือเคาน์เตอร์เข้าไปลงในพื้นที่จริงกลับมีปัญหาเพราะจำนวนพื้นที่มีไม่เพียงพอจึงต้องเช่าเพิ่มอีกทำให้เสียเงินไปโดยใช่เหตุและต้องแบกภาระต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกด้วย ดังนั้นทางที่ดีที่สุดก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้อแฟรนไชส์ควรสอบถามรูปแบบของตัวร้านรวมถึงความกว้างและยาวของตัวเคาน์เตอร์โดยควรเลือกรูปแบบที่เป็นมาตรฐานมากที่สุด

9. อยู่ใกล้กับแฟรนไชส์สาขาอื่นมากเกินไป

ปัญหานี้สร้างความอึดอัดใจจนหลายครั้งเกิดเป็นเหตุกระทบกระทั่งกันจากผู้ขายทั้งสองฝ่ายที่มาจากแฟรนไชส์เดียวกัน ซึ่งปัญหานี้ถือว่าร้ายแรงมากเพราะที่สุดแล้วจะไม่มีใครได้ประโยชน์และผลกำไรตามที่ตนเองควรจะได้เลย แถมยังต้องคอยมาแย่งชิงลูกค้ากันเอง ซึ่งเหตุดังกล่าวมักเกิดจากความเห็นแก่ตัวของเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ที่ขาดการจัดการที่ดีพอ คิดแต่จะขายของอย่างเดียว ดังนั้นก่อนที่จะเช่าพื้นที่ขายสินค้าจะต้องสำรวจดูให้แน่ใจเสียก่อนว่าไม่มีแฟรนไชส์จากที่เดียวกันในละแวกพื้นที่ดังกล่าว

10. ขาดกระแสเงินหมุนเวียนต่อวัน

คงไม่มีธุรกิจแฟรนไชส์ตัวไหนที่จะขายดีได้ในทุกๆวัน และอาจมีวบางันที่ขายของขาดทุนกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ทำให้เรื่องของกระแสเงินสดที่จะต้องนำมาใช้หมุนเวียนต่อวันมีความสำคัญมาก เพราะเงินในส่วนนี้จะถูกนำไปใช้ซื้อวัตถุดิบในวันต่อไป ผู้ประกอบการจึงต้องสำรองเงินในส่วนตรงนี้ด้วยเพราะุถ้าขาดไปรับรองว่าเป็นเรื่องยากลำบากในการบริหารธุรกิจแน่นอน

11. แฟรนไชส์ขาดซึ่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

หลายแฟรนไชส์ในประเทศไทยส่วนใหญ่เมื่อมีสูตรลับและขายแฟรนไชส์จนประสบความสำเร็จแล้วมักจะไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตรงจุดนี้เองกลายเป็นจุดอ่อนที่เห็นได้ชัดของการทำธุรกิจแฟรนไชส์ของไทย ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อแฟรนไชส์อะไรสักอย่างต้องสอบถามถึงแนวโน้มและวิธีการบริหารของเจ้าของแฟรนไชส์ด้วย

12. ได้พนักงานขายที่ไม่ดี

เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ทำธุรกิจแฟรนไชส์ทุกคนต่างบ่นออกมาเป็นเสียงเดียวกัน เพราะพนักงานขายบางคนค่อนข้างจะขาดความรับผิดชอบและไม่เอาใจใส่ในสิ่งที่ตนเองกำลังทำอยู่ เพราะคิดว่านี่ไม่ใช่ร้านของตนจึงอยากจะขายอย่างไรก็ได้ พนักงานบางคนถึงกับกล้ามาปากเสียงกับลูกค้าด้วยซ้ำไป ดังนั้นการคัดเลือกพนักงานขายสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่มีเวลาขายของเองจึงเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญอันดับต้นๆที่พึงจะต้องกระทำ

ถึงแม้ปัญหาจะมีไว้ให้แก้ไขแต่ถ้าสำหรับการทำธุรกิจแฟรนไชส์แล้วเรื่องดังกล่าวดูจะเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ประกอบการอย่างสิ้นเชิง เพราะบางปัญหาไม่ได้เกิดมาจากตัวของผู้ประกอบการเองแต่เป็นที่ตัวของแฟรนไชส์และระบบต่างหากจึงไม่มีทางที่จะแก้ไขได้ วิธีการที่ดีที่สุดหากผู้ประกอบการคิดจะทำธุรกิจแฟรนไชส์ก็คือต้องออกสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจแฟรนไชส์ที่ตนเองสนใจในทุกๆ ด้านด้วยตนเอง แล้วจึงเอาข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์และประมวลผลถึงความน่าลงทุนในธุรกิจตัวดังกล่าว เพื่อเป็นการรับประกันให้กับตนเองว่าจำนวนเงินที่ลงทุนไปจะได้รับผลตอบแทนกลับคืนมาอย่างคุ้มค่าในที่สุด

 

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์