9 เรื่องมาตรฐานที่ผู้บริหารมือใหม่พลาดเสมอ

"Study the past, if you would divine the future." ~Confucius • photo belongs to Alex E. Proimos
"ทำไมฉันถึงลืมคิดเรื่องนี้ไปนะ?"

การเริ่มต้นธุรกิจไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสวยงามที่เราจะสามารถยืนอยู่บนความฝันได้เพียงลำพังเหมือนกัน ช่วงแรกเริ่มของธุรกิจถือเป็นเวลาแห่งการเรียนรู้กับการรับมือกับปัญหาแปลกๆ ที่ถาโถมกันมาจนผู้ประกอบการหน้าใหม่อาจต้องแปลกใจว่า "ทำไมฉันถึงลืมคิดเรื่องนี้ไปนะว่ามันจะเกิดขึ้น?" ซึ่งถ้าให้เรานึกย้อนดูจริงๆ จะพบว่าปัญหาที่เป็นไปได้ทั้ง 9 ข้อนี้ เราก็อาจจะคาดไว้นะแต่อาจจะคิดว่ามันคงไม่มีวันเกิดขึ้น หนำซ้ำยังอาจจะคิดไปว่าถึงจะเกิดก็สามารถรับมือได้อย่างสบายๆ และเราเองก็จะผ่านปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ไปได้อย่างสวยงาม

การมองข้ามเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไปโดยไม่ระแวงมีสิทธิ์ทำให้คุณตั้งแต่แค่หงุดหงิดเพิ่มขึ้น ไปจนถึงขั้นเสียกำลังใจได้ "อย่าปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ทำให้เราต้องยุ่งยากโดยไม่จำเป็น" นี่คือความปรารถนาดีจากเราที่อยากมอบให้คุณ ผู้ประกอบการมือใหม่

1. วางแผนตั้งแต่ต้นจนจบ

ผู้ประกอบการหลายรายมักวางแผนเป็นขั้นตอนตั้งแต่แรกจนบทสุดท้าย เพราะคิดว่าแผนที่ดี ทำให้มีชัยไปกว่าครึ่ง จนลืมเรื่องการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ระหว่างทาง อย่าลืมว่าไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามแผนของเราเสมอ วิธีที่ดีที่สุดคือ ตั้งเป้าหมาย วางแผน เตรียมการ แล้วลงมือทำ ส่วนที่เหลือก็คือการเตรียมรับมือ และแก้ปัญหาทีละเปลาะ อย่าลืมเตรียมกำลังสำรอง เงินและอุปกรณ์ที่ต้องใช้เผื่อไว้ด้วยเสมอ

2. สร้างสไตล์จนลืมสาระสำคัญ

การสร้างแบรนด์ให้ดูเก๋เด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ทั้งโลโก้ บรรจุภัณฑ์ การแต่งกายของพนักงาน ตลอดจนถึงการออกแบบร้านรวงนั้นไม่ใช่เรื่องผิด แต่หากเราให้ความสำคัญกับมันมากเกินไปอาจทำให้ลืมเน้นประสิทธิภาพและคุณภาพของสินค้าบริการก็เป็นได้ ธุรกิจคือการผลิตและส่งมอบสินค้าบริการ และหากสินค้าบริการของเราดีจริง แบรนด์ก็จะโดดเด่นติดตาลูกค้าไปด้วย

 3. ไอเดีย “เอาหมดทุกอย่าง” ไม่ใช่เรื่องดี 

ไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามทำทุกอย่างพร้อมๆ กันด้วยทรัพยากรจำนวนเดียวกัน เพราะประสิทธิภาพของสินค้าบริการแต่ละตัวจะลดลงตามไปด้วย การเน้นทำสินค้าบริการเพียงอย่างเดียวหรือสินค้าตัวเด่นๆ เพียงไม่กี่อย่างจะทำให้เรามีเวลาทุ่มเทพัฒนาได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการสนใจกระแสใหม่ๆ ในตลาดมากเกินไป ก็อาจละเลยไอเดียดีๆ ของเราได้ด้วยเช่นกัน

4. ประมาณเวลาน้อยไป 

ผู้ประกอบการหน้าใหม่มักใจร้อนวางกรอบเวลาแคบเกินไป โดยหวังว่าความสำเร็จจะเกิดขึ้นโดยไว ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วสิ่งต่างๆ มักเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า ดังนั้นเราควรวางกรอบเวลาไว้ประมาณหนึ่งและเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อว่าจะได้ปรับเปลี่ยนแผนการได้ทันท่วงทีหากเกิดปัญหาที่ทำใหเป้าหมายห่างไกลออกไป 

จำไว้ว่าการประมาณการเป็นเพียงทฤษฎี แผนงานคือของจริง ส่วนแผนสำรองคือตัวช่วยเมื่อเกิดความผิดพลาด และแน่นอนว่าต้องมีเรื่องผิดคาดเกิดขึ้นเสมอ

5. คิดว่าทุกอย่างต้องเฟอร์เฟกต์

การพยายามทำสินค้าบริการให้ตอบสนองความต้องการทุกอย่างของลูกค้าเป็นเรื่องที่เป็นไม่ได้เลย ลูกค้ามีความต้องการหลากลายต่างกันไป และเป็นไม่ได้เลยที่เราจะยัดทุกสิ่งอย่างลงไปพร้อมกัน เพราะหากทำเช่นนั้นแล้ว สินค้าบริการของเราก็จะไม่มีวันสำเร็จเป็นรูปเป็นร่างเสียที ของดีจริงคือของที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้ ดังนั้นทำสินค้าออกสู่ตลาดเสียก่อน จากนั้นจึงปรับแต่งให้ดีขึ้นตามฟีดแบ็กของลูกค้าซึ่งได้ไปสำรวจมา ค่อยๆ ปรับปรุงไปเรื่อยๆ เพราัะยังไงเสียความต้องการของลูกค้าก็ไม่มีวันสิ้นสุดแน่นอน 

6. ประเมินค่าใช้จ่ายต่ำเกินไป 

เรื่องค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องปวดใจเรื่องหนึ่งของผู้ประกอบการเลยทีเดียว การคาดเดาเรื่องนี้ทำได้ยากพอดู เพราะมักมีค่าใช้จ่ายที่ไม่รู้เกิดขึ้นเสมอจนทำให้เราควบคุมรายจ่ายได้ยากขึ้น และอีกเหตุผลที่ทำให้คำนวณได้ยากขึ้นไปอีกคือผู้ประกอบการมักหวังว่าจะใช้จ่ายน้อยๆ ดังนั้นตั้งงบในความเป็นจริงและเผื่องบสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันไว้ด้วย เหมือนเรื่องกรอบเวลานะแหละ ที่เรามักจะมองในแง่ดีและเข้าข้างตัวเอง แล้วมันก็ผิดพลาดเสมอเช่นกัน

7. ล้มเลิกเร็วไป

ผู้ประกอบหน้าใหม่ไฟแรงมักคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จในวัน นั่นเป็นแรงผลักดันที่ดีให้คุณพยายามมากขึ้น แต่บางครั้งก็อาจทำให้ท้อแท้และหมดไฟได้ง่ายๆ หากทุกอย่างไม่เป็นดังหวัง แน่นอนว่าผู้ที่ประสบความเสร็จมักเพียรพยายามและอดทนมากมาย บางรายอาจล้มแล้วล้มอีก แต่เขาไม่เคยย่อท้อ หากเกิดปัญหาขึ้น ให้ถอยออกมาหนึ่งก้าว แล้วมองว่าต้องเพิ่มสิ่งใดเข้าไปเพื่อจะผ่านพ้นเรื่องหินๆ นี้ไปได้ บางทีอาจจะไม่ใช่ด้านธุรกิจหรือด้านการตลาด แต่อาจจะเป็นตัวคุณ อย่าตัดสินใจเลิกจนกว่าจะแน่ใจว่าสิ่งที่ต้องเพิ่มเข้าไปนั้นไม่ใช่ตัวเรา จนกว่าจะแน่ใจว่าเราได้ทำเต็มกำลังแล้ว

8. เราต้องจริงจัง เลิกเล่นสนุก

ธุรกิจเป็นเรื่องจริงจังก็จริง แต่การสลัดคราบวัยซนเข้าสู่โหมดผู้ใหญ่เคร่งขรึมแบบฉับผลันอาจทำให้เครียดเกินไป ทำตัวสนุกบ้างก็ได้ เพราะนอกจากจะทำให้รู้สึกเหมือนกลับเป็นเด็กอีกครั้ง ยังทำให้วันเครียดๆ วันแย่ๆ ผ่อนคลายและง่ายขึ้นเยอะเลย ทำกิจกรรม เล่นกีฬา พักผ่อน ปล่อยงานไว้ที่ออฟฟิศในวันหยุดยาวได้บ้าง ทฤษฎีสมดุลชีวิตและงานนั้นจำเป็นสำหรับคนเพราะถึงอย่างไร เราก็ทำงานสู้เครื่องจักรไม่ไหวอยู่ดี

9. รองรับความคาดหวัง

การทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาสำเร็จเป็นเรื่องดี แต่ถ้าหากสิ่งที่ทำนั้นไม่ได้เติมเต็มความต้องการของคุณ ชีวิตการทำงานก็คงไม่มีความสุขนัก ลองทำสิ่งที่คุณอยากทำดูบ้าง อย่าสักแต่ว่าทำตามกระแสตลาดหรือความต้องการของคนอื่น เพราะการทำสิ่งที่เราชอบเพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง

• • •

การทำผิดพลาดไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป แต่ถ้าเลือกได้เราอยากให้คุณทำผิดพลาดเฉพาะเรื่องที่จำเป็นต้องเรียนรู้ก็พอ ถ้าเรื่องเหล่านี้คือสิ่งที่เรารู้ตัวก่อนได้ว่าต้องระวังไว้สักหน่อย คราวนี้ คุณจะมีเวลาอีกมากสำหรับการเรียนรู้ในบทเรียนที่สำคัญๆ กว่าเพิ่มขึ้นได้อีกมากมาย

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์