กลยุทธ์ 5P สูตรสำเร็จธุรกิจนวัตกรรม

การนำนวัตกรรมมาปรับใช้กับกิจการจะทำให้ธุรกิจของคุณทันโลกมากยิ่งขึ้น

สิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมคือปฐมบทอย่างแรกๆ ในการริเริ่มวงจรธุรกิจของมนุษยชาติ นับตั้งแต่ึยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ประเทศอังกฤษเมื่อกว่าร้อยปีที่แล้วคำว่า "สิ่งประดิษฐ์" ก็ไม่เคยสูญหายลบเลือนไปจากจิตใจนักธุรกิจเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำกลับยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นในปัจจุบันที่ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็ล้วนแล้วแต่เป็นเทคโนโลยี จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่นักธุรกิจสายเลือดใหม่จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ ของตนเองมาใช้เปิดตัวเพื่อก้าวสู่ถนนธุรกิจ และเมื่อนวัตกรรมและธุรกิจถูกนำเข้ามาผูกโยงกัน นักธุรกิจจึงจำเป็นต้องมีกลยุทธ์ในการจัดการที่เหมาะสม ซึ่งกลยุทธ์ีที่จะนำเสนอคือ 5P ทั้งนี้ผู้ประกอบการอย่าได้สับสนกับกลยุทธ์ส่วนผสมทางการตลาดที่ชื่อว่า 4P เพราะ 5P นี้เป็นกลยุทธ์ซึ่งกลั่นกรองมาจากกระบวนการคิดของคุณกุลธารินทร์ (ยุวดี) บุญครอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย เทเลวิชั่น แอนด์ มีเดีย จำกัด โดยกลยุทธ์ 5P มีหลักการที่น่าสนใจดังนี้

P1 - Product 

สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ผู้ประกอบการควรต้องคำนึงถึงสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวกับนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ก็คือเนื้องานและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ โดยคุณสมบัติในที่นี้จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่สร้างและนำความแปลกใหม่มาสู่ผู้บริโภคในทุกด้าน ไม่ซ้ำกับของเดิมที่มีอยู่ในท้องตลาด ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องให้เวลาและความสำคัญในการออกแบบสินค้าหรือบริการของตนเองให้มาก เพื่อทำให้ผลิคภัณฑ์มีความโดดเด่นมากกว่าสินค้าอื่นๆ ในตลาด อันถือเป็นทางรอดเดียวและจะกลายเป็นอาวุธอันคมกริบในการต่อสู้บนสมรภูมิไอเดียในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด

P2 - Potential Market 

องค์ประกอบที่สองที่ควรนำมาพิจารณาตามหลักกลยุทธ์ 5P ก็คือโอกาสทางการตลาด ผู้ประกอบการมือใหม่หลายคนในปัจจุบันมักมีปัญหาเรื่องดังกล่าวค่อนข้างมาก อันเป็นผลจากความกระตือรือร้นที่เกินพอดี ซึ่งพอคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ชิ้นใหม่ได้ก็รีบนำไปขายและลงแข่งขันในท้องตลาดทันที โดยขาดการประเมินโอกาสทางการตลาดเสียก่อน ซึ่งเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์และยากที่จะได้รับการอภัยในการบริหารธุรกิจแบบมืออาชีพ ซึ่งข้อปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลักทฤษฎีที่พึงกระทำคือ ผู้ประกอบการต้องดูความเป็นไปได้ทางการตลาดของผลิตภัณฑ์นั้นๆ เสียก่อนว่ามีโอกาสการต่อสู้และสร้างส่วนแบ่งได้มากขนาดไหน ต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าจากการลงทุนและลงเล่นในตลาดดังกล่าวว่าจะให้ผลตอบรับกลับมาในทิศทางและอันดับที่น่าพอใจหรือไม่ เมื่อพิจารณาจากศักยภาพของตลาดและการเติบโตของเศรษฐกิจ

P3 - Point in Time 

สินค้าต้องมาถูกที่ ถูกเวลา ถูกจังหวะ และตรงตามความต้องการของผู้บริโภค เพราะธุรกิจนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์เป็นเรื่องการเสนอขายไอเดียความคิดสร้งสรรค์ที่ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคเป็นอันดับแรก ดังนั้นผลิตภัณฑ์สินค้าชนิดใหม่จะปราศจากประโยชน์ใดๆ ในสายตาผู้บริโภคเลยหากมันไม่เป็นที่ต้องการขณะเวลานั้น อันเป็นผลมาจากการลงตลาดผิดเวลานั่นเอง

P4 - Plan 

การวางแผนมักจะถูกบรรจุลงไปในแนวทางการปฏิบัติงานแทบทั้งสิ้น ดังนั้นการวางแผนการดำเนินงานที่ดีจะต้องมีมาตรการและการวิเคราะห์ข้อมูลที่เพรียบพร้อมทั้งด้านการเงิน การบัญชี การหาแหล่งเงินทุน การประเมินและวิเคราะห์ทางการเงิน การบริหารจัดการระบบขององค์กร และการวางแผนการตลาด ซึ่งการวางแผนงานที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจสามารถประสบความสำเร็จในการดำเนินงานได้มากกว่า 50% หรือเกินกว่าครึ่งเลยทีเดียว

P5 - Promotion 

P สุดท้ายของกลยุทธ์ 5P ก็คือ "โปรโมชั่น" ซึ่งมีส่วนจูงใจและช่วยต่อยอดให้กับธุรกิจ โดยอาวุธที่ถือเป็นจุดเด่นของโปรโมชั่นคือการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการเพื่อกระจายข่าวสารส่งต่อไปยังผู้บริโภค นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังสามารถจัดกิจกรรมเพื่อเร่งการตอบสนองของผู้บริโภคให้มากขึ้นได้ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ การลดราคา การแถมสินค้า เป็นต้น เพื่อช่วยให้การทำโปรโมชั่นตามแผนงานประสบความสำเร็จรวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

รายละเอียดที่กล่าวไปนั้นคือกลยุทธ์ 5P ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้เป็นแบบแปลนในการวางโครงสร้างทางธุรกิจได้ แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการก็ควรนำไปปรับให้เข้ากับแนวทางการดำเนินงานของบริษัทเสียก่อน เพราะแต่ละบริษัทต่างก็มีปัจจัยที่แตกต่างกันไป แม้จะใช้กลยุทธ์เดียวกันก็อาจได้ผลที่แตกต่างกันได้ อย่าลืมว่าไม่มีกลยุทธ์ใดที่เป็นสูตรสำเร็จและสามารถการันตีผลงานได้ กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดอาจเป็นแค่การตำน้ำพริกละลายแม่น้ำก็ได้ หากผู้ประกอบการไม่อาจนำกลยุทธ์นั้นไปปรับใช้ให้เข้ากับองค์กรของตนเองได้

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์