3 ขั้นตอน ใช้ความซื่อสัตย์หาเงินทุนให้บริษัท

Photo By Campanero Rumbero with Creative Common 2.0

ความซื่อสัตย์ถือเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องและเป็นศีลธรรมที่ถูกบัญญัติไว้ในทุกๆศาสนา และความซื่อสัตย์นี้เองที่นักธุรกิจเป็นจำนวนมากมักจะมองข้ามและไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องดังกล่าวเท่าที่ควรจะเป็น เพราะหลายคนมีความเชื่อที่ผิดๆจากค่านิยมทางสังคมที่ว่าธุรกิจคือการชิงดีชิงเด่นและการต่อสู้กันในเรื่องของผลประโยชน์ ด้วยการใช้ทุกวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ให้จงได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงความถูกผิด ซึ่งนั่นเป็นแนวความคิดที่ล้าหลังและรับรองได้ว่าธุรกิจจะขาดความมั่นคงและเสถียรภาพอย่างแน่นอนในอนาคต ความซื่อสัตย์จึงเป็นแนวทางและทางออกที่ดีที่สุดในการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการยุคใหม่โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจ โดยแนวทางในการนำความซื่อสัตย์มาใช้ร่วมกับการทำธุรกิจเพื่อหาเงินเพิ่มจากนักลงทุนมีวิธีการดังต่อไปนี้

แจ้งประมาณการทางการเงินที่เป็นจริงและตรวจสอบได้

เป็นเรื่องแรกที่ผู้ประกอบการควรนำคุณธรรมในเรื่องของความซื่อสัตย์มาเป็นบรรทัดฐานเพื่อใช้ในการบริหาร เหตุผลก็เพราะนักลงทุนรวมถึงบริษัทร่วมทุนทุกๆแห่งให้ความสำคัญในพื้นฐานข้อมูลในส่วนนี้มากเป็นพิเศษก่อนที่จะตัดสินใจให้เงินทุนกับบริษัททั้งหลาย บริษัทของผู้ประกอบการจึงควรที่จะใช้ความโปร่งใสในการแจ้งข้อมูลทางด้านบัญชีสถานะทางการเงินที่เป็นจริงและสามารถตรวจสอบได้ โดยปราศจากการตกแต่งตัวเลขทางการเงินในทุกๆรูปแบบ เพราะการทำเช่นนี้จะนำมาซึ่งความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นจากนักลงทุนที่มีต่อตัวของบริษัทผู้ประกอบการได้มากกว่าการตกแต่งบัญชีให้สวยหรูหลายเท่าตัวนัก

ให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับพนักงาน

“พนักงาน” คือบุคคลสำคัญสำหรับการทำธุรกิจเพราะพวกเขาเป็นฟันเฟืองที่ทำให้ธุรกิจของผู้ประกอบการสามารถเดินไปข้างหน้าได้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้ประกอบการควรจะต้องปฏิบัติกับพนักงานก็คือการให้ข้อมูลการดำเนินงานของบริษัทพร้อมทั้งผลประกอบการในการดำเนินธุรกิจที่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงมากที่สุด อย่าได้ริอาจสร้างเรื่องโกหกขึ้นเพื่อขอความเห็นใจหรือหลอกลวงพนักงานที่คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงโดยเด็ดขาด เพราะนั่นจะทำให้พนักงานรู้สึกว่าโดนหักหลังเมื่อมาทราบว่าการดำเนินธุรกิจไม่ได้ดีเหมือนดังเช่นที่เคยบอกกล่าวเอาไว้และจะกลายมาเป็นตราบาปที่ติดอยู่ในใจของผู้ประกอบการไปอีกนานแสนนาน ถ้าคิดจะให้คำสัญญาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโบนัสสิ้นปีหรือการขึ้นเงินเดือนผู้ประกอบการจะต้องรักษาสัญญานั้นไว้ให้ดีที่สุดพร้อมทั้งปฏิบัติตามคำพูดที่เคยให้ไว้ และนั่นจะกลายเป็นวิธีการรักษาตัวพนักงานที่มีความสามารถให้อยู่คู่กับบริษัทได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งมันจะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนที่ดีหากพวกเขาเห็นว่าบริษัทของผู้ประกอบการมีพนักงานที่เป็นยอดฝีมืออยู่เป็นจำนวนมาก

สร้างความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมากับลูกค้า

ลูกค้าคือแหล่งเงินที่สำคัญเป็นอันดับแรกในการทำธุรกิจ จริงอยู่ผู้ประกอบการอาจจะสามารถสร้างเรื่องโกหกเพื่อโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับคุณสมบัติส่วนตัวของสินค้าเพื่อจูงใจให้ซื้อจนนำไปสู่การสร้างยอดขายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำในระยะแรก แต่เรื่องโกหกไม่ใช่สิ่งที่จีรังยั่งยืน นานไปเข้าบรรดาลูกค้าทางธุรกิจก็จะค่อยๆลดหายไป จนในที่สุดธุรกิจของผู้ประกอบการก็จะไปไม่รอด วิธีการที่ดีที่สุดก็คือให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมากับลูกค้าซึ่งนั่นจะเป็นการสร้างความเชื่อใจและภาพลักษณ์อันดีให้กับบริษัท โดยเจ้าสิ่งนี้จะพัฒนาจนกลายเป็นชื่อเสียงที่บอกต่อกันจากปากต่อปากหรือจากรุ่นสู่รุ่นจนทำให้ธุรกิจของบริษัทมีความเข้มแข็งในด้านภาพลักษณ์ในสายตาผู้บริโภค ซึ่งมันจะดึงดูดเงินลงทุนได้ในอนาคตอย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง

การแข่งขันที่ดุเดือดในโลกสังคมธุรกิจทำให้ความซื่อสัตย์กลายเป็นสิ่งที่ขาดหายไปจากจิตใจของผู้ประกอบการและนักบริหาร ผู้ประกอบการหลายคนมักจะพูดโกหกเมื่อนักลงทุนสอบถามถึงข้อมูลและผลประกอบการของบริษัทอันเป็นผลมาจากความละโมบโลภมากอย่างไม่มีที่สิ้นสุดที่สนใจอยากจะได้แต่เงินทุนเพิ่มมากขึ้นในเวลาเพียงแค่ชั่วพริบตา จึงเป็นที่มาของแนวความคิดที่ให้สนใจผลลัพธ์มากกว่าวิธีการแต่เพียงอย่างเดียว จึงทำให้นักลงทุนเกิดความหวาดระแวงและไม่เชื่อใจผู้ประกอบการซึ่งจะเป็นผลเสียในที่สุดที่จะทำให้อายุไขของกิจการลดสั้นลงและขาดแคลนเงินทุนจนต้องปิดตัวเองไปในที่สุด การนำคุณธรรมด้านความซื่อสัตย์มาใช้กับการทำธุรกิจจึงเป็นแนวทางที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์