Estee Lauder ผู้นำความงามผสานกับธุรกิจเครื่องสำอาง

"Put the product into the customer's hands, it will speak for itself if it's something of quality." Estee Lauder, photo belongs to jewishculture.info

คงไม่มีใครปฏิเสธเสน่ห์ที่อบอวลมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปีของเครื่องสำอาง Estée Lauder (เอสเต้ ลอเดอร์) ด้วยคุณภาพเครื่องบำรุงผิวที่พิสูจน์คุณภาพผ่านผู้หญิงมาแล้วทั่วโลก จากผลิตภัณฑ์น้ำมันอาบน้ำ Youth Dew ที่ Estée สร้างสรรค์ขึ้น ภายใต้ชื่อแบรนด์ที่เป็นชื่อของเธอเอง ในปี 1953 มาจนถึงในวันนี้ที่อาณาจักรเครื่องสำอางของ Estée ขยายมาสู่แบรนด์อื่นๆ อย่าง Aramis, Clinique, Prescriptives, Lab Series Skincare for Men และ Origins ที่ต่างประสบความสำเร็จไม่แพ้กัน

estee lauder

ไม่ใช่แค่เพียงหญิงสาวผู้รักสวยรักงาม แต่ Estée ขึ้นแท่นสู่การเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสูงสุด ยืนยันด้วยรางวัลในสาขาการบริหารธุรกิจที่มอบให้เธอมาแล้วทั่วโลก ทั้งรางวัลที่เป็นเกียรติมากที่สุดอย่าง French Legion of Honor โดยสิ่งที่ทั่วโลกยอมรับในความสำเร็จในการทำงานของ Estée ก็คือ ความคิดสร้างสรรค์, ความเป็นนักธุรกิจ และความซื่อสัตย์ของเธอ สามสิ่งนี้จึงเปรียบเหมือนตัวแทนสะท้อนสิ่งที่เป็นหัวใจในการทำงานของ Estée ได้เป็นอย่างดี ในวันนี้ ที่แบรนด์  Estée Lauder กลายมาเป็นผู้นำเครื่องสำอางในระดับโลก ที่ยังคงสานต่อการทำงานที่มีต้นแบบมาจากเรื่องการบริการอันยอดเยี่ยมของผู้ก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน

เพราะเธอทุ่มเทเวลาให้กับงานทุกระดับทุกส่วน

“สัมผัสที่หน้า แตะที่มือ แล้วพูดว่า ‘นี่สำหรับคุณค่ะ นี่คือสิ่งที่คุณต้องการใช้งานค่ะ’” Estée กล่าว ไม่ได้หมายความว่าเธอชอบที่จะสัมผัสลูกค้าด้วยตัวเองเท่านั้น แต่เธอพร้อมที่จะทำทุกเรื่องที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของเธอสามารถจำหน่ายได้ ตั้งแต่ออกแบบผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการเป็นฝ่ายขาย  Estée ทุ่มเทตัวเองเข้าไปดูแลทุกระบวนการของบริษัท เธอทำทุกสิ่งอย่างเหล่านี้ไม่ใช่แค่เพราะเรื่องของธุรกิจ แต่ทั้งหมดนั้นเป็นสิ่งที่เธอรักต่างหาก และเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถควบคุมคุณภาพได้ด้วย (แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ แต่รวมถึงคุณภาพในการบริการด้วยเช่นกัน) โดยปัจจัยสำคัญสองประการที่เป็นแก่นแห่งความสำเร็จของ Estée คือ ลักษณะอันเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์ของเธอ และสไตล์ในการบริหารงานที่ยอดเยี่ยม 

เพราะเธอไม่ยอมแพ้

“ถ้าหยุดพูดเมื่อไหร่ เสียลูกค้าไปเมื่อนั้น”

“ถ้าหยุดพูดเมื่อไหร่ เสียลูกค้าไปเมื่อนั้น” Estée พูดถึงวิธีการทำงาน “เพราะเพียงแค่คุณหันหลังกลับ คุณจะสูญเสียลูกค้าไปทันที” เพราะ Estée รู้ดีว่าสิ่งที่เธอมีอยู่ในมือคือผลิตภัณฑ์ของเธอ และถ้าหากเพียงแค่โอกาสในการเปิดพื้นที่ให้ผลิตภัณฑ์ของเธอไปอวดโฉมอยู่บนชั้น เพียงเท่านี้ ทั้งโลกก็พร้อมจะเดินมาตกหลุมรักเสน่ห์เหล่านั้นในทันที Estée เป็นผลลัพธ์แห่งส่วนผสมระหว่างความทะเยอทะยานและความดื้อรั้น เหตุผลเพราะว่าเธอกล้าที่จะเผชิญหน้ากับทุกอุปสรรค แต่ไม่เคยยอมแพ้ให้อุปสรรคเหล่านั้นมาทำลายความฝันของเธอเอง 

เพราะเธอเป็นเจ้าแม่แฟชั่น

แม้จุดเริ่มต้นจากเด็กหญิงฐานะยากจนที่อพยพมาจากต่างถิ่น ถือว่าเป็นการเริ่มต้นอันแสนจะถ่อมตัวสำหรับหญิงสาวผู้กลายเป็นตำนานในวันนี้ ในโลกภายนอก Estée คือหญิงสาวที่บรรจุความละเอียดอ่อน  ความประณีต และความโดดเด่นไว้ในตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม เธอสร้างให้ตัวเองกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในวงการความสวยความงามได้อย่างไร้ข้อกังขา ความเป็นตัวเองที่เธอสร้างขึ้นมา ไม่เพียงแต่จะสามารถทำให้เธอคว้าในสิ่งที่เธอต้องการได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเอื้อให้ Estée สามารถยกระดับผลิตภัณฑ์ของเธอให้สามารถสัมผัสความหรูหราของตลาดระดับบน และเป็นตัวแทนของความสง่างามและความบริสุทธิ์ได้เป็นอย่างดี

เพราะเธอชอบฉวยความเสี่ยง

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตคือการเรียนรู้ความผิดพลาดจากชีวิตคนอื่น พร้อมกับนำความผิดพลาดของตัวเองไปเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่น

Estée มักจะพูดเสมอว่า สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งในชีวิตคือการเรียนรู้ความผิดพลาดจากชีวิตคนอื่น พร้อมกับนำความผิดพลาดของตัวเองไปเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน  Estée คือนักธุรกิจหญิงผู้ไม่กลัวการนำกลยุทธ์ใหม่ๆ มาใช้กับธุรกิจ เพื่อผลักธุรกิจของเธอไปสู่ทิศทางใหม่ แม้จะถูกล้อมรอบไปด้วยยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจเครื่องสำอาง แต่ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสม  Estée ยังคงยึดมั่นในความมุ่งมั่นที่เธอมีกับบริษัท ว่าเธอจะสามารถพาบริษัทไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพราะแบบนี้ ทำให้ Estée ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคงบนทางเดินแห่งความสำเร็จที่เธอสร้างขึ้นด้วยตัวเอง 

เพราะเธอให้ความหมายกับงาน

Estée ไม่ใช่แค่เพียงขายเครื่องประทินความงาม แต่เธอขายความหวัง Estée ต้องการให้ตัวเองกลายเป็นเพื่อนที่ผู้หญิงทุกคนไว้วางใจ นั่นหมายถึงการเสียเวลาเพียง 3 นาทีต่อวันเพื่อสร้างความงามให้ปรากฏขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวย แต่เป็นเรื่องของความเชื่อมั่นและการมีศรัทธาในตัวเอง สองสิ่งนี้เป็นความหมายที่ Estée ทำงานอย่างหนักเพื่อถ่ายทอดความรู้สึกนี้สู่ทุกผลิตภัณฑ์ของเธอ

photo belongs to ookikioo

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์