ธุรกิจขนาดเล็กควรรับชำระด้วยบัตรเครดิตหรือไม่?

Photo belongs to Yuri Samoilov

มีเหตุผลต่างๆ มากมายที่จะช่วยสนับสนุนว่าทำไมธุรกิจขนาดเล็กจึงควรรับบัตรเครดิต เหตุผลแรกและเหตุผลส่วนใหญ่ที่มีการวิจัยมาเลยก็คือการรับชำระด้วยบัตรเครดิตนั้นช่วยเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะซื้อสินค้าได้มากขึ้น ทั้งเพิ่มอัตราเร็วในการตัดสินใจ รวมไปถึงในปริมาณในการซื้อที่มากขึ้นด้วย เนื่องจากผู้คนบางส่วนนั้นเลือกที่จะไม่พกเงินสดในปริมาณมากๆ แต่หันมาพกบัตรเครดิตเวลาไปไหนมาไหนแทน จริงๆ ด้วยเหตุผลข้อเดียวนี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่จะมีบริการรับชำระจากบัตรเครดิตเพื่อเพิ่มยอดขายได้แล้ว แต่ทว่าความเป็นจริงแล้วนั้น การรับชำระด้วยบัตรเครดิตก็มีต้นทุนอีกหลายส่วนที่ค่อนข้างสูงตามมา นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมการรับชำระด้วยบัตรเครดิตถึงยังไม่แพร่หลายเท่าที่ควร งั้นเรามาดูกันเลยดีกว่าว่าก่อนตัดสินใจจะให้ธุรกิจสามารถรับชำระด้วยบัตรเครดิตได้นั้นจะต้องคำนึงถึงอะไรกันบ้าง

ขั้นที่ 1: พิจารณาถึงประโยชน์ที่จะได้รับ

ในอันดับแรกลองคิดถึงประโยชน์ของการรับบัตรเครดิตดูก่อนว่าคือสิ่งที่เราต้องการ และเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจมากน้อยเพียงใด เพราะบัตรเครดิตนั้นถือเป็นเครื่องมือที่เพิ่มความสะดวกสบายมาก ไม่ใช่แค่สำหรับผู้ซื้อที่จะช่วยให้ซื้อง่าย จ่ายคล่องขึ้นแล้ว แต่ยังสะดวกสำหรับตัวร้านค้าเองอีกด้วยเนื่องจากเมื่อลูกค้ามีการชำระด้วยบัตรเครดิตนั้นเงินจะตรงเข้าบัญชีเราได้เอง โดยที่เราไม่ต้องมาเสี่ยงถือเงินสดจำนวนมาก นอกจากนั้นแล้วบรรดาร้านค้าที่มีป้ายรับบัตรเครดิตนั้นยังช่วยให้ตัวร้านดูมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพราะร้านที่จะรับชำระด้วยบัตรเครดิตได้นั้นต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบมากมาย จนทำให้ลูกค้าเกิดความไว้ใจและกล้าที่จะเลือกเข้ามาใช้บริการมากขึ้น และสุดท้ายก็คือผลการวิจัยที่ออกมาว่าการเลือกสินค้าโดยชำระเป็นบัตรเครดิตนั้นจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีกำลังซื้อมากขึ้น และมีแรงกระตุ้นในการซื้อสินค้าที่สูงขึ้นกว่าการชำระด้วยเงินสดอีกด้วย

 ขั้น 2: คำนึงถึงต้นทุนของการรับชำระด้วยบัตรเครดิต

แม้ประโยชน์ในข้อบนจะดีสักแค่ไหนก็อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจจนกว่าจะได้รู้ต้นทุนก่อนว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งจริงๆ แล้วต้นทุนของบัตรเครดิตแต่ละเจ้าก็อาจมีอัตราค่าบริการที่ต่างกันออกไป ซึ่งหากเราไม่ใช่ธุรกิจใหญ่มากนักก็ควรพิจารณาให้ดีและตัดสินใจดูว่าจะเลือกเจ้าไหน แต่โดยทั่วไปแล้วค่าใช้จ่ายของระบบรับชำระด้วยบัตรเครดิตนั้นจะเริ่มตั้งแต่ การซื้อหรือเช่าเครื่องรูดบัตร และสายเชื่อมต่อที่จะส่งข้อมูลจากเครื่องรูดบัตรไปยังบริษัทของบัตรนั้นๆ  ถัดมานั้นจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เราต้องเสียอีกในทุกๆ เดือนซึ่งก็คือ ค่าบริการรายเดือน ค่าธรรมเนียมในการชำระด้วยบัตรเครดิตแต่ละครั้ง (โดยอาจคิดเป็น % จากยอดชำระครั้งนั้นๆ หรือเป็นอัตราคงที่ไปเลยขึ้นอยู่กับบริษัทบัตรเครดิตแต่ละเจ้า) และสุดท้ายนั้นจะมีค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า Chargeback ในกรณีที่ลูกค้าต้องการเงินคืนเมื่อพบว่าไม่พึงพอใจในสินค้าและบริการด้วย

ขั้น 3: คำนวณจุดคุ้มทุนของการรับบัตรเครดิต

ในขั้นตอนนี้ต้องคำนวณให้ดีว่าเมื่อคิดกำไรออกมาแล้วยังมากกว่าค่าบริการต่างๆ ในการรับชำระบัตรเครดิตได้ตามที่อยู่ต้องการหรือไม่ อย่างเช่น ถ้าหากเราคำนวณออกมาแล้วว่าเรามีกำไรที่หักค่าใช้จ่ายทุกอย่างรวมกันแล้วเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อสินค้า 1 ชิ้น  แต่ต้องเสียค่าบริการในการรับชำระด้วยบัตรเครดิตเฉลี่ยประมาณ 3-5% ต่อสินค้า 1 ชิ้นแล้ว จะยังถือว่าการรับชำระด้วยบัตรเครดิตเป็นเรื่องที่น่าสนใจและควรนำมาพิจารณาได้อยู่หรือไม่ ทั้งนี้การตัดสินใจก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณลูกค้าและปริมาณการซื้อด้วย เพราะหากเราเป็นเพียงร้านค้าเล็กๆ ที่ไม่ได้มีลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้าหรือใช้บริการบ่อยนัก ก็อาจเปลี่ยนใจไม่จำเป็นต้องใช้การชำระด้วยบัตรเครดิตที่เป็นการลดกำไรของตัวเองลงมาก็ได้

ขั้นที่ 4: คำนึงถึงเทคนิคต่างๆ เมื่อใช้บริการรับชำระบัตรเครดิต

นอกจากการคำนวณจุดคุ้มทุนในข้างต้นแล้ว อาจลองนึกถึงเทคนิคอื่นๆ  ที่จะช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจของเราได้อีกหากมีรับชำระด้วยบัตรเครดิตแล้ว อย่างเช่น

4.1) ยอดการใช้จ่ายขั้นต่ำ

การกำหนดยอดขั้นต่ำในการชำระด้วยบัตรเครดิต ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าจะต้องซื้อสินค้าให้ครบตามราคาที่กำหนดจึงจะสามารถชำระด้วยบัตรเครดิตได้ โดยวิธีนี้จะช่วยให้ลูกค้าซื้อสินค้ามากขึ้นเพื่อให้ถึงยอดที่กำหนดไว้ซึ่งจะเป็นการเพิ่มยอดขายขั้นต่ำของลูกค้าแต่ละคนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาถึงวงเงินขั้นต่ำในการซื้อให้ดีว่าควรอยู่ที่ระดับเท่าใด เพราะหากเราเป็นเพียงร้านเบเกอรี่ที่ไม่ใหญ่มากนัก และค่าเฉลี่ยของบิลโดยรวมที่ลูกค้าเลือกซื้ออยู่ที่ประมาณ 100-150 บาทต่อครั้ง แต่เรากลับกำหนดขั้นต่ำในการชำระด้วยบัตรเครดิตที่ 300 บาท ก็อาจทำให้ลูกค้าเปลี่ยนใจไม่ใช้บริการไปเลยก็ได้

4.2) ส่วนลดที่ไม่เท่ากัน

เคยสังเกตบ้างไหมว่าร้านอาหารโดยส่วนมากนั้นมักให้ส่วนลดกับรูปแบบการชำระเงินที่ต่างกัน อย่างเช่น บางร้านเมื่อจะลด 10% เมื่อจ่ายด้วยเงินสด แต่จะลดเหลือเพียง 5% เมื่อชำระด้วยบัตรเครดิต ซึ่งนี่เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยต้นทุนของการนำระบบบัตรเครดิตมาใช้ของทางร้าน ซึ่งหากมองอีกมุมหนึ่งก็เหมือนเป็นการชาร์จลูกค้าเมื่อต้องการใช้บัตรเครดิตเสมือนว่าให้ลูกค้านั้นเป็นผู้ออกค่าธรรมเนียมในการทำรายการแทนเราไป

4.3) โปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิต

การออกแคมเปญจัดโปรโมชั่นร่วมกับบัตรเครดิตนั้นก็ถือเป็นทางหนึ่งในการโปรโมทร้านไปในตัวเพื่อให้ลูกค้ารู้จัก และมีโอกาสได้มาทดลองซื้อสินค้าและใช้บริการมากขึ้น ลองติดต่อไปทางบริษัทบัตรเครดิตเพื่อทำการตกลงกันถึงรูปแบบของแคมเปญว่าจะออกมาเป็นเช่นไรได้บ้าง มีรูปแบบและค่าใช้จ่ายเป็นอย่างไร อย่างเช่น ออกโปรโมชั่นเมื่อใช้บัตรเครดิต A จะสามารถลดค่าได้ 20% หรือ เมื่อใช้บัตรเครดิต B จะสามารถซื้อ 1 แถม 1 ได้ เป็นต้น

• • •

โดยสรุปแล้วทาง Incquity มองว่าปัจจัยหลักๆ ของการตัดสินใจว่าจะให้ธุรกิจขนาดเล็กนั้นรับชำระด้วยบัตรเครดิตหรือไม่ คงเป็นเรื่องของความคุ้มค่าเสียมากกว่า ซึ่งความคุ้มค่าที่ว่านี้อาจจะเป็นเรื่องการหักลบผลกำไรแล้ว หากยังสามารถพอเหลือเงินที่จะไปลงทุนกับระบบชำระด้วยบัตรเครดิตได้ก็ลองพิจารณาดู เพราะหากคิดให้ดีแล้วระบบชำระด้วยบัตรเครดิตนั้นมีประโยชน์ที่ตามมากมาย ทั้งความสะดวกสบายของทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย ใช้สร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านได้มากขึ้น และยังช่วยเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย ถือเป็นอีกการลงทุนสำหรับธุรกิจที่คุ้มค่าไม่น้อยเลย

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์