9 แนวทางการสร้าง Coworking Space เป็นของตัวเอง (1)

Photo belongs to visualpun.ch

Co-Working Space อาจไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไปแล้ว ในทุกวันนี้หลายพื้นที่ว่างๆ ในไทยเองก็ได้เริ่มแปลงสภาพเป็น Coworking Space กันไปมากมาย ซึ่งทาง Incquity ก็เคยมีบทความเกี่ยวกับ Coworking Space ไปบ้างแล้วถึงลักษณะของ Coworking Space อย่าง Coco พร้อมทั้งข้อดีต่างๆ ในการใช้ Coworking Space ในการทำงาน (ซึ่งสามารถย้อนอ่านได้ที่ http://incquity.com/articles/startup/coworking-space ) แต่ในบทความนี้ Incquity จะไม่ได้มาบอกเล่าถึงมุมของผู้ที่เข้าไปใช้บริการเป็นส่วนหนึ่งใน Coworking Space อีก แต่จะเป็นแนวทางการสร้าง Coworking Space ของตัวเองขึ้นมาแทน อาจด้วยเหตุผลที่เราอาจจะหา Coworking Space ในย่านใกล้เคียงและในราคาที่เหมาะสมได้ยากจึงอยากหาผู้มาร่วมแชร์ใน Coworking Space เดียวกัน หรืออาจเพราะเราต้องการที่จะทำธุรกิจ Coworking Space อย่างเต็มตัวก็ตามแต่ ซึ่งทั้ง 9 แนวทางนี้ก็น่าจะช่วยให้ผู้อ่านนั้นได้สร้าง Coworking Space ในฝันได้อย่างมีหลักการและมีไอเดียในการทำมากขึ้น

เจาะตลาดให้ตรงกลุ่ม!

การหาผู้มาเข้าร่วม Coworking Space นั้น ควรที่จะหากลุ่มเป้าหมายที่เราสนใจ ไม่ใช่หว่านไปให้ถึงทุกคนเพราะสิ่งที่เราสื่อสารออกไปนั้นอาจไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายใดเลย ต่างกับการเลือกกลุ่มเป้าหมายที่จะสื่อสารออกไปเพราะผลที่ได้คือพวกเขาจะเข้าใจในสิ่งที่ทั้งเราและพวกเขาต้องการ ซึ่งเราอาจจะเลือกกลุ่มเป้าหมายจากตลาดที่เป็นคนเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) หรืออาจแบ่งแยกตามปัจจัยต่างๆ อย่าง ประเภทของธุรกิจ, ขนาดของธุรกิจ, สถานที่, อายุ, วัฒนธรรม หรือแง่มุมต่างๆ ที่เราต้องการก็ได้

ทั้งนี้เป็นเพราะการรวมกลุ่มของคนที่มีความคล้ายคลึงกันในด้านต่างๆ นั้นจะช่วยลดปัญหาอย่างความขัดแย้งที่มีโอกาสจะเกิดขึ้นได้อีกเยอะ และยังเป็นการสร้างคอมมิวตี้ของกลุ่มคนที่จะส่งผลให้แบรนด์ของเรานั้นแข็งแกร่งมากขึ้นอีกด้วยเพราะธุรกิจที่อยู่ใน Coworking Space เดียวกันเหล่านี้ก็สามารถที่จะพบปะ พูดคุยในเรื่องเดียวกันได้ สามารถเข้าใจ ให้คำแนะนำและให้ความช่วยเหลือกันและกันได้ ซึ่งถ้าหากเจาะตลาดผิดกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ก่อนเปิดให้บริการแล้ว นอกจากเราจะสื่อสารไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายจริงๆ เราก็จะได้กลุ่มคนที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงที่อาจก่อให้เกิดปัญหาที่ตามมาในภายหลัง ทั้งความอึดอัดที่อยู่กับกลุ่มคนที่มีลักษณะนิสัยต่างกันจนเกินไป ไปจนถึงคอมมิวนิตี้อันเป็นหัวใจของ Coworking Space ก็ไม่มีโอกาสได้เกิดขึ้น

2. ทำเลดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ อีกมากที่ทำเลนั้นมีผลเป็นอย่างยิ่งในการทำธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจ Coworking Space ที่เปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ของกลุ่มคนทำงาน ที่จะต้องใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่แห่งนี้ตลอดวันจันทร์-ศุกร์ หรืออาจจะลามไปจนถึงวันหยุดเลยก็ได้ ส่วนทำเลไหนดีนั้นก็คงไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจน เพราะทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของเราเองว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร จะเป็นกลุ่มคนที่ชอบพื้นที่ในเมือง หรือออกมาบริเวณชานเมืองที่เงียบสงบกว่า แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือทำเลที่ทุกคนสามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่าย อย่างบริเวณพื้นที่ที่ติดรถไฟฟ้า (ที่อาจไม่จำเป็นต้องเป็นในเมืองก็ได้) รวมถึงสภาพแวดล้อมรอบๆ Coworking Space ด้วยว่ามีร้านขายอาหาร ขนม เครื่องดื่ม มากน้อยเพียงใด เพราะปัจจัยเหล่านี้ก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการกินอยู่ทั้งวัน รวมไปถึงในช่วงค่ำๆ อีกด้วย ดังนั้นอย่าคิดแต่เพียงว่าคนกลุ่มนี้แค่หาพื้นที่ทำงานเท่านั้นเพราะปัจจัยอื่นๆ ก็ถือว่าสำคัญไม่แพ้กันเลย

3. การตกแต่งภายใน

อยากที่กล่าวไว้ในหัวข้อก่อนหน้าว่า Coworking Space นั้นไม่ต่างอะไรจากบ้านหลังที่ 2 ของกลุ่มคนทำงาน ดังนั้นการตกแต่งจึงถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากและเป็นจุดสังเกตจุดแรกสำหรับผู้ที่สนใจหรือกำลังตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมใน Coworking Space นี้หรือไม่ ความประทับใจแรกเห็นสำหรับการตกแต่งภายในนั้นจะเป็นชี้วัดว่าพวกเขาจะใช้บริการของเราหรือไม่กันเลยทีเดียว โดยหลักๆ แล้วสิ่งที่ควรจะมีให้พร้อมก็คือการจัดวางบริเวณทำงานให้มีสภาพเหมาะสมกับการทำงานแต่ละประเภท และมีการตกแต่งที่จะช่วยสร้างบรรยากาศในการทำงานให้กับผู้คนแต่ละกลุ่ม

รวมไปถึง Coworking Space นั้นควรมีเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้อาทิ โต๊ะ เก้าอี้ ทั้งแบบที่สามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างสะดวก มีมุมสำหรับรวมหัวกันคิดไอเดีย มีพื้นที่ส่วนตัวสำหรับการประชุมทีม รวมถึงพื้นที่เงียบสงบที่ให้กับพวกเขาได้สามารถปลีกตัวออกมาจากความวุ่นวายภายในออฟฟิศเพื่อใช้ความคิดอีกด้วยด้วย ส่วนนอกเหนือจากนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องมองให้ออกว่ากลุ่มเป้าหมายเหล่านี้จะมีความต้องการอะไรอีก แล้วจึงจัดการในการตกแต่งส่วนที่เหลือให้ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาเหล่านั้นเท่าที่ทุนทรัพย์จะอำนวย

4. ทำอะไรต้องมีแบรนด์

การสร้างแบรนด์ของเราจะเป็นตัวกำหนดทุกอย่างที่เราทำ ทั้งชื่อ โลโก้ ชื่อเว็บ สถานที่ การตกแต่ง ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์และจุดยืนได้ไม่ต่างอะไรกับธุรกิจอื่นๆ เลย นั่นเป็นเพราะ Coworking Space นั้นไม่ใช่แค่เพียงสถานที่ทำงานเท่านั้น แต่สิ่งต่างๆ อันเป็นองค์ประกอบของแบรนด์นั้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยบอกอะไรได้มากมายเกี่ยวกับชุมชนและสมาชิกที่เข้าร่วมใน Coworking Space ของเรา ซึ่งวิธีการสร้างแบรนดสำหรับ Coworking Space ให้น่าเชื่อถือนั้นนอกจากชื่อและโลโก้ตามที่กล่าวไว้แล้วก็ยังคงมีเรื่องของ เว็บไซต์ที่ต้องดูเป็นอาชีพและแสดงถึงตัวตนของแบรนด์อย่างชัดเจน รวมไปถึง Social Media ต่างๆ ก็เช่นกัน สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่ใช่และตรงกับที่เราต้องการ นอกจากนี้อาจอาศัยการโฆษณาเพื่อช่วยให้แบรนด์ของเรานั้นเป็นที่รู้จักมากขึ้นโดยอาจใช้การโฆษณาทางออนไลน์หรือใช้เครื่องมืออย่าง Facebook ที่สามารถตั้งค่าลักษณะกลุ่มเป้าหมายที่ทำให้เราสามารถสื่อสารได้อย่างตรงกลุ่มมากยิ่งขึ้น

• • •

 

 เพิ่งผ่านกันไปได้ 4 ข้อยังเพิ่งเหนื่อยกันไปเสียก่อน ซึ่งใน 4 ข้อนี้ก็จะเห็นได้ว่าจริงๆ แล้วหลักการทั่วไปของธุรกิจ Coworking Space อาจไม่ต่างกับแบรนด์ธุรกิจการบริการทั่วไปสักเท่าไรนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเจาะให้ถูกจุด ทำเลที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้า การตกแต่งที่จะบอกความเป็นตัวตนของธุรกิจ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์อันเป็นหัวใจหลักที่ทุกๆ ธุรกิจควรมี เพียงแต่เราต้องนำแนวทางเหล่านี้มาปรับใช้ให้เข้ากับ Coworking Space ให้ได้มากขึ้นเท่านั้น ส่วนบทความหน้าภาคต่อยังเหลืออีกตั้ง 5 แนวทางที่สำคัญให้ได้ติดตามกันก็อย่าลืมตามเก็บกันให้ครบนะครับรับรองความเข้มข้นเหมือนเดิมเลย

Tag

About INCquity

สงวนลิขสิทธิ์โดย Infogination Co.,Ltd
พัฒนาเว็บไซต์โดย 7republic

ติดตามข่าวสาร ความรู้ คู่ธุรกิจ

อ่านสาระความรู้ กันได้ทุกสัปดาห์